Huawei Chip
|

Huawei รุกตลาดชิป AI ในตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท้าชน NVIDIA

หัวเว่ย (Huawei Technologies) บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากจีน กำลังพยายามส่งออกชิป AI จำนวนไม่มากนักไปยังตลาดตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างฐานในตลาดที่ปัจจุบันถูกครอบงำโดย NVIDIA ผู้ผลิตชิปสัญชาติอเมริกัน

การเคลื่อนไหวเชิงรุกในตลาดเกิดใหม่ หัวเว่ยได้ติดต่อกับลูกค้ารายใหม่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE), ซาอุดีอาระเบีย และไทย เพื่อเสนอขายชิป AI รุ่นเก่าอย่าง Ascend 910B โดยรายงานระบุว่าหัวเว่ยเสนอขายชิปเหล่านี้ในจำนวนหลักพันตัว แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจำนวนที่แน่นอนคือเท่าใด อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการสรุปข้อตกลงใด ๆ ในขณะนี้ โดยเฉพาะใน UAE ที่ยังไม่แสดงความสนใจ ในขณะที่สถานะการเจรจาในประเทศไทยยังไม่ชัดเจน ทั้งนี้ ตัวแทนจากรัฐบาลไทยและสำนักงานสื่อของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียยังไม่ได้ให้ความเห็นใด ๆ แก่ Reuters ในทันที และหัวเว่ยเองก็ยังไม่ได้ตอบกลับคำขอความคิดเห็นจาก Reuters เช่นกัน

กลยุทธ์การตลาดและข้อจำกัดทางเทคนิค นอกจากนี้ หัวเว่ยยังพยายามดึงดูดลูกค้าด้วยการนำเสนอการเข้าถึงระบบ AI CloudMatrix 384 จากระยะไกล ซึ่งเป็นระบบที่สร้างขึ้นในประเทศจีนโดยใช้ชิปหัวเว่ยที่ทันสมัยกว่า อย่างไรก็ตาม ชิปที่ใช้ใน CloudMatrix 384 ยังไม่พร้อมสำหรับการส่งออกในปัจจุบัน เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านปริมาณ

Huawei AI Server

โอกาสและความท้าทายของหัวเว่ย

  • ช่องว่างทางการตลาดที่เกิดจากการคว่ำบาตร: การที่สหรัฐฯ จำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีชิปขั้นสูงของอเมริกาต่อจีน ทำให้เกิดช่องว่างในตลาดศูนย์ข้อมูลของจีน ซึ่ง NVIDIA ยอมรับว่าไม่สามารถเข้าถึงตลาดนี้ได้อีกต่อไป และตลาดนี้กำลังถูกให้บริการโดยคู่แข่งอย่างหัวเว่ย นี่เป็นโอกาสสำคัญสำหรับหัวเว่ยในการเสริมสร้างตำแหน่งในตลาดภายในประเทศด้วยการขายชิป 910C ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชิป AI ขั้นสูงของบริษัท ให้กับบริษัทจีนที่ไม่สามารถเข้าถึงชิปอเมริกันที่ดีที่สุดได้
  • การขยายตลาดสู่ภูมิภาค: ตะวันออกกลางได้กลายเป็นตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วสำหรับชิป AI โดยมีบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ หลายแห่ง เช่น NVIDIA ประกาศข้อตกลงในภูมิภาคนี้ การที่หัวเว่ยพยายามเจาะตลาดนี้จึงเป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์เพื่อขยายฐานลูกค้าและลดการพึ่งพาตลาดภายในประเทศ นอกจากนี้ การที่หัวเว่ยเสนอชิป Ascend 910B ซึ่งเป็นรุ่นเก่ากว่า สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยอาจใช้รุ่นเก่าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและฐานลูกค้าก่อนที่จะนำเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าในอนาคต หากสถานการณ์ด้านอุปทานเอื้ออำนวย
  • ความท้าทายด้านการแข่งขันและเทคโนโลยี: แม้ว่า Ascend 910B จะเป็นชิป AI ที่มีประสิทธิภาพ แต่ก็ยังถือเป็น “older-generation” หรือชิปรุ่นเก่ากว่าเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ล่าสุดของ NVIDIA ซึ่งเป็นผู้นำตลาด การแข่งขันในตลาดชิป AI นั้นรุนแรง และการที่ UAE ยังไม่แสดงความสนใจก็เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าหัวเว่ยอาจต้องเผชิญกับความท้าทายในการโน้มน้าวลูกค้าถึงคุณค่าและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ของตน เมื่อเทียบกับข้อเสนอจากคู่แข่งระดับโลก
  • บทบาทของประเทศไทยในแผนการของหัวเว่ย: การที่สถานะการเจรจาในประเทศไทยยังไม่ชัดเจน แสดงให้เห็นว่าหัวเว่ยอาจกำลังประเมินศักยภาพของตลาดไทย ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีที่สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากหัวเว่ยสามารถสรุปข้อตกลงในไทยได้สำเร็จ ก็จะเป็นก้าวสำคัญในการขยายอิทธิพลในภูมิภาคนี้ และอาจเป็นประตูสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ในอนาคตของประเทศ

โดยสรุปแล้ว การรุกตลาดชิป AI ในตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของหัวเว่ย เป็นความพยายามที่จะหาช่องทางเติบโตใหม่ ๆ ท่ามกลางข้อจำกัดด้านการค้าและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก ความสำเร็จของกลยุทธ์นี้จะขึ้นอยู่กับความสามารถของหัวเว่ยในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และเอาชนะการแข่งขันจากผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดอย่าง NVIDIA ได้

ข้อมูล: Reuters