AI Cover
|

งานวิจัยเผย โมเดล AI ที่เน้นการให้เหตุผล ใช้พลังงานสูงกว่ารุ่นทั่วไปถึง 100 เท่า ก่อให้เกิดความกังวลต่อผลกระทบกับระบบไฟฟ้าในวงกว้าง

การศึกษาจากโครงการ AI Energy Score ซึ่งดำเนินการโดย Sasha Luccioni นักวิจัยจาก Hugging Face และ Boris Gamazaychikov หัวหน้าด้านความยั่งยืน AI ของบริษัท Salesforce เปิดเผยว่า โมเดล AI ที่มีความสามารถในการให้เหตุผลต้องใช้พลังงานมากกว่ารุ่นที่ไม่มีความสามารถนี้หรือปิดใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ

จากการทดสอบโมเดล AI จำนวน 40 รายการที่พัฒนาโดย OpenAI, Google และ Microsoft พบความแตกต่างของการใช้พลังงานอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ โมเดล R1 ของบริษัท DeepSeek ในจีน ซึ่งใช้พลังงานเพียง 50 วัตต์ชั่วโมงในโหมดปิดฟีเจอร์เหตุผล แต่เมื่อเปิดฟีเจอร์นี้ การใช้พลังงานพุ่งสูงถึง 308,186 วัตต์ชั่วโมง หรือเพิ่มขึ้นกว่า 6,000 เท่า

สำหรับ Microsoft Phi-4 พบว่าใช้พลังงาน 9,462 วัตต์ชั่วโมงเมื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าว ขณะที่ในโหมดปิดใช้เพียง 18 วัตต์ชั่วโมง ขณะที่ OpenAI gpt-oss ใช้พลังงาน 8,504 วัตต์ชั่วโมงในระดับเหตุผลสูงสุด และ 313 วัตต์ชั่วโมงในระดับต่ำ

รายงานนี้ยังสะท้อนความกังวลต่อผลกระทบของเทคโนโลยี AI ต่อโครงข่ายไฟฟ้า โดยวิเคราะห์จากราคาพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นถึง 267% ในพื้นที่รอบศูนย์ข้อมูลในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และการคาดการณ์ของ International Energy Agency ที่ระบุว่าการใช้พลังงานศูนย์ข้อมูลอาจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 2030 โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากโมเดล AI ที่ต้องผลิตข้อความจำนวนมากเพื่อรองรับการคิดวิเคราะห์เชิงลึก

ผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนชี้ว่า ขณะนี้ยังขาดความโปร่งใสเกี่ยวกับข้อมูลการใช้พลังงานจริงของโมเดล AI ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ โครงการ AI Energy Score ได้พัฒนาระบบจัดอันดับโมเดล AI โดยใช้มาตรฐานการใช้พลังงานในรูปแบบดาว 1-5 เพื่อสนับสนุนการเปรียบเทียบประสิทธิภาพด้านพลังงาน คล้ายกับระบบ Energy Star ของอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยี AI อย่างยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ที่มา: The Hindu Business Line