Amazon Trainium 3 chip
|

ชิป AI ‘Trainium’ ของ Amazon สร้างรายได้แตะระดับหลายพันล้านดอลลาร์ ชิปอีกหนึ่งรุ่นที่ท้ายความเป็นผู้นำของ NVIDIA

Amazon ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงที่น่าจับตามองในตลาดชิปปัญญาประดิษฐ์ โดย Andy Jassy ซีอีโอของบริษัท เปิดเผยระหว่างงาน AWS re:Invent ที่ลาสเวกัสว่า ธุรกิจชิป Trainium2 มีอัตราการสร้างรายได้ (Revenue Run-rate) แตะระดับหลายพันล้านดอลลาร์แล้ว ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันสำคัญว่ากลยุทธ์ของ Amazon ในการท้าชนเจ้าตลาดอย่าง Nvidia นั้นกำลังสัมฤทธิ์ผล

Jassy ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ปัจจุบันมีการผลิตชิป Trainium2 แล้วกว่า 1 ล้านชิ้น และถูกนำไปใช้งานโดยองค์กรต่าง ๆ มากกว่า 100,000 แห่ง ความสำเร็จนี้เกิดจาก “ความคุ้มค่าด้านประสิทธิภาพต่อราคาที่เหนือกว่าตัวเลือก GPU อื่น ๆ” ซึ่งสะท้อนแนวทางดั้งเดิมของ Amazon ที่เน้นนำเสนอทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าผู้นำตลาด

Anthropic: แรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโต
Matt Garman ซีอีโอของ AWS ยืนยันว่า Anthropic สตาร์ทอัพด้าน AI ชื่อดัง คือปัจจัยหลักที่ผลักดันรายได้ของ Trainium โดยปัจจุบัน Anthropic ใช้งานชิป Trainium2 กว่า 500,000 ชิ้นผ่านโครงการ “Project Rainier” ซึ่งเป็นคลัสเตอร์ AI ที่ครอบคลุมศูนย์ข้อมูลหลายแห่งในสหรัฐฯ โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่นี้เริ่มเดินเครื่องเมื่อเดือนตุลาคม 2025 และนับเป็นหนึ่งในคลัสเตอร์ประมวลผล AI ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ในฐานะผู้ลงทุนรายใหญ่ Amazon ได้รับสิทธิ์เป็นพันธมิตรหลักในการฝึกฝนโมเดล (Model Training) ให้กับ Claude ของ Anthropic โดย AWS คาดการณ์ว่า Anthropic จะขยายปริมาณการใช้งานชิป Trainium2 เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1 ล้านชิ้นภายในสิ้นปี 2025

ก้าวต่อไปสู่ชิปเจเนอเรชันใหม่
ภายในงาน re:Invent ทาง Amazon ยังได้เปิดตัว Trainium3 ชิป AI รุ่นใหม่ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 3 นาโนเมตร ซึ่งให้ประสิทธิภาพการประมวลผลสูงขึ้นถึง 4.4 เท่า และประหยัดพลังงานมากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 4 เท่า นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยถึง Trainium4 ที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา โดยจะรองรับเทคโนโลยี NVLink Fusion เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับ GPU ของ Nvidia ได้อย่างราบรื่น

แม้ข้อมูลวิเคราะห์อุตสาหกรรมจะชี้ว่า Nvidia ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดชิป AI สูงถึง 70-90% แต่ตัวเลขรายได้มหาศาลจาก Trainium พิสูจน์ให้เห็นว่า การแข่งขันในตลาด AI Accelerator นั้นยังเปิดกว้างและมีความเป็นไปได้ แม้จะต้องเผชิญหน้ากับผู้นำที่มีฐานที่มั่นแข็งแกร่งและมีระบบนิเวศซอฟต์แวร์ CUDA ที่แพร่หลายก็ตาม