AMD, Intel เตรียมปรับราคาซีพียูดันต้นทุน PC พุ่ง แบรนด์ผู้ผลิตอาจจะต้องลดอัตรากำไร เพื่อพยุงการขาย
รายงานข่าวจาก UDN ของไต้หวันระบุว่า AMD และ Intel อยู่ระหว่างเตรียมปรับขึ้นราคาซีพียูในไลน์สินค้าหลัก ทั้งฝั่งพีซีและเซิร์ฟเวอร์ ส่งผลให้ต้นทุนชิ้นส่วนหลักของคอมพิวเตอร์มีแนวโน้มขยับขึ้นพร้อมกันกับราคา DRAM ที่กำลังพุ่งแรงจากดีมานด์ด้าน AI
แรงกดดันด้านต้นทุนรอบใหม่นี้ถูกมองว่าจะกระทบต่อแบรนด์พีซีรายใหญ่ของไต้หวันอย่าง Acer และ ASUS โดยตรง เพราะโครงสร้างต้นทุนของเครื่องพีซีพึ่งพา CPU และหน่วยความจำในสัดส่วนสูง
AMD, Intel ขยับราคา จากความต้องการเซิร์ฟเวอร์ AI
ตามรายงานของ UDN แหล่งข่าวในซัพพลายเชนอ้างว่า AMD มีแผนปรับขึ้นราคาซีพียูหลายรุ่น ครอบคลุมทั้งตระกูล Ryzen 9000 รุ่นใหม่และซีพียูรุ่นก่อนหน้า ขณะที่ Intel ก็ถูกคาดหมายว่าจะมีการปรับราคาซีพียูบางส่วน โดยเฉพาะฝั่งดาต้าเซ็นเตอร์
สาเหตุสำคัญคือความต้องการชิปสำหรับเซิร์ฟเวอร์และระบบ AI ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ทำให้กำลังการผลิตซีพียูระดับสูงถูกจองล่วงหน้าแทบเต็ม และผู้ผลิตชิปมีอำนาจต่อรองด้านราคามากขึ้นกว่าช่วงตลาด PC ซบเซาก่อนหน้านี้
DRAM ขึ้นแรงทั่วโลก ราคาเครื่อง PC ปี 2026 เสี่ยงดีด 10–20%
ฝั่งหน่วยความจำ DRAM มีสัญญาณชัดว่ากำลังเข้าสู่รอบขาขึ้นแรงจากดีมานด์ในตลาด AI และดาต้าเซ็นเตอร์ รายงานจากนักวิเคราะห์หน่วยความจำชี้ว่า ราคา DRAM บางสัญญาส่งมอบปรับขึ้นแล้วมากกว่า 50–100% เมื่อเทียบกับปีก่อน
IDC และสื่อไอทีต่างประเทศคาดว่าราคาเครื่องพีซีสำเร็จรูปอาจปรับสูงขึ้นเฉลี่ย 4–8% บางกรณีอาจแตะ 15–20% ในปี 2026 โดยผู้ผลิตรายใหญ่ทั้ง Lenovo, Dell, HP, Acer และ ASUS ได้แจ้งคู่ค้าให้เตรียมรับมือการปรับราคาล่วงหน้าแล้ว
GPU ก็ไม่รอด ขึ้นราคาเพราะ DRAM เหมือนกัน
ปรากฏการณ์ต้นทุนหน่วยความจำพุ่งไม่ได้กระทบแค่ CPU แต่ยังลากตลาดการ์ดจอไปด้วย รายงานจาก Tom’s Hardware ระบุว่า AMD ได้แจ้งซัพพลายเชนว่าจะขึ้นราคาการ์ดจอ (GPU) อย่างน้อยราว 10% ในปี 2026 โดยระบุชัดว่ามาจากต้นทุน DRAM ที่แพงขึ้นต่อเนื่อง
เมื่อรวมกับข้อมูลจากผู้ผลิตพีซีในยุโรปที่ระบุว่าซีพียู Intel รุ่นเก่าเริ่มขาดตลาดและขึ้นราคา พร้อมกับ DDR4 ที่มีแนวโน้มเลิกผลิตหลักในปลายปี 2025 ภาพรวมจึงชี้ว่า “ฮาร์ดแวร์ยุคเก่า” ที่ยังใช้ DDR4 มีโอกาสแพงสวนรุ่นใหม่ในบางช่วง
แบรนด์ PC ต้องเลือกระหว่างขึ้นราคาหรือยอมให้กำไรบางลง
สำหรับผู้ผลิตอย่าง Acer และ ASUS การปรับขึ้นราคาต้นน้ำของ CPU และ DRAM ทำให้ต้องตัดสินใจระหว่างการ “ดูดซับต้นทุนไว้เอง” ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง หรือ “ผลักภาระไปยังผู้บริโภค” ผ่านการปรับขึ้นราคาเครื่องพีซีในหลายเซ็กเมนต์
นักวิเคราะห์มองว่าผู้เล่นรายใหญ่ยังพอมีอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์และลูกค้าองค์กร แต่ผู้ประกอบการรายเล็กและตลาด DIY อาจได้รับผลกระทบหนักกว่า ทั้งจากราคาชิ้นส่วนที่สูงขึ้นและสต็อกที่เริ่มตึงตัว
ผลต่อผู้ใช้ปลายทาง และทิศทางตลาดปี 2026
สำหรับผู้บริโภคทั่วไป แนวโน้มตอนนี้คือราคาเครื่องพีซีโน้ตบุ๊กและเดสก์ท็อปในปี 2026 มีโอกาสขยับขึ้นอย่างน้อยระดับ 10-20 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้หน่วยความจำความจุสูง หรือใช้ซีพียูรุ่นใหม่ที่เน้นประสิทธิภาพด้าน AI
นอกจากนี้แล้วสถานการณ์การขาดแคลนหน่วยความจำ ก็ยังอาจจะยืดเยื้อไปถึงปี 2028 เพราะโรงงานสร้างชิปแรมที่ใหม่ที่สุดและพร้อมจะผลิตได้มากที่สุดก็เพิ่งจะเริ่มต้นผลิตได้ในเดือนนี้ แต่ก็ยังเป็นกำลังการผลิตที่ถูกจองไว้สำหรับตลาด AI อีกต่างหาก จากนี้ก็ต้องรอไปถึงช่วงปลายปี 2026 ที่อาจจะพอมีช่องว่างให้เพิ่มการจัดสรรใหม่อีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับประกันว่าปัญหานี้จะดีขึ้นหรือหมดไป
เหล่าเกมเมอร์และสายประกอบคอม คงต้องเตรียงงบประมาณมากขึ้นอย่างลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าจะเป็นการเกรดเพียงบางชิ้นส่วนก็ตาม
ข้อมูล UDN