AMD ยังคงครองตำแหน่งอันดับหนึ่งใน TOP500 ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน HPC และ AI เร่งเครื่องการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ด้วยซูเปอร์คอมพิวเตอร์ยุคหน้า
AMD ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมการประมวลผลสมรรถนะสูง (HPC) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลก ตอกย้ำบทบาทหลักในการสนับสนุนการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ด้วยการเปิดเผยรายละเอียดการวางรากฐานสำหรับซูเปอร์คอมพิวเตอร์เจเนอเรชันถัดไป และการเปิดตัวแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์แบบครบวงจรสำหรับภาคองค์กร
ผู้นำในอันดับ TOP500 และประสิทธิภาพพลังงาน
ปัจจุบัน เทคโนโลยีของ AMD เป็นผู้สนับสนุนหลักของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลกถึง 4 ใน 10 อันดับแรก จากการจัดอันดับ TOP500 ซึ่งรวมถึงระบบ Exascale แท้จริงเครื่องแรกของโลกอย่าง Frontier และระบบที่เร็วที่สุดในโลกอย่าง El Capitan โดยภาพรวม AMD ได้มอบพลังประมวลผลให้กับซูเปอร์คอมพิวเตอร์จำนวน 177 ระบบ หรือคิดเป็นร้อยละ 35 ของเครื่องที่มีสมรรถนะสูงสุดทั่วโลก
นอกจากนี้ ความมุ่งมั่นด้านประสิทธิภาพพลังงานยังปรากฏชัดในการจัดอันดับ Green500 โดย AMD มีส่วนขับเคลื่อนซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ประหยัดพลังงานที่สุดใน 50 อันดับแรกถึง 26 ระบบ ความเป็นผู้นำด้าน HPC นี้ยังขยายไปสู่ระบบคลาวด์ ด้วยการเปิดตัวอินสแตนซ์ HPC บนคลาวด์ที่ใช้โปรเซสเซอร์ 5th Gen AMD EPYC™ ใหม่ อาทิ Microsoft Azure HBv5-series และ Google H4D VMs ซึ่งแสดงผลลัพธ์ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าในเวิร์กโหลด HPC ทั่วไป
ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน AI แห่งชาติสหรัฐฯ
เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถด้านการวิจัยระดับชาติ AMD ได้ประกาศเป็นผู้จัดหาเทคโนโลยีหลักให้กับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ใหม่ 2 ระบบของสหรัฐอเมริกา คือ Lux และ Discovery ซึ่งจะถูกใช้เป็น “โรงงาน AI (AI Factories)” เพื่อขับเคลื่อนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ โดยระบบเหล่านี้จะผสานพลังจาก AMD Instinct™ accelerators, AMD EPYC CPUs และระบบเครือข่าย AMD Pensando™
- Lux: จะเป็น AI Factory แห่งแรกของสหรัฐฯ สำหรับงานวิทยาศาสตร์เชิงลึก เช่น การค้นพบวัสดุใหม่ ชีววิทยา และพลังงานสะอาด ระบบนี้จะขับเคลื่อนด้วย 5th Gen AMD EPYC CPUs, AMD Instinct MI355X GPUs และ AMD Pensando โดยมีกำหนดติดตั้งที่ Oak Ridge National Laboratory (ORNL) ในช่วงต้นปี 2569
- Discovery: เป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์เรือธงลำดับถัดไปของ ORNL ออกแบบมาเพื่อสานต่อความเป็นผู้นำด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ระบบ Frontier ได้สร้างไว้ โดยจะผนวกหน่วยประมวลผลเร่งรุ่นใหม่ AMD Instinct MI430X GPUs และ AMD EPYC “Venice” CPUs เพื่อขยายขีดความสามารถของโครงสร้าง AI ภายในประเทศ
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทั้งสองระบบนี้จะช่วยให้นักวิจัยสามารถสำรวจแนวทางที่เน้น AI เป็นศูนย์กลางได้อย่างเต็มที่ ส่งเสริมการปฏิวัติทางเทคโนโลยีครั้งใหม่ในด้านพลังงาน การผลิต ยา และความมั่นคงทางไซเบอร์
บุกเบิกเทคโนโลยี AI สู่ระดับองค์กร
นอกเหนือจาก HPC แล้ว AMD ยังได้เปิดตัว AMD Enterprise AI Suite ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สและครบวงจร ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนา ติดตั้ง และจัดการเวิร์กโหลด AI ในระดับขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดบน AMD Instinct GPUs
ความก้าวหน้าล่าสุดนี้ยังรวมถึงความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในความร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์ที่ Lawrence Livermore National Laboratory และ Columbia University ในการคำนวณทางชีววิทยา โดยการเสร็จสิ้นขั้นตอนการทำนายโครงสร้างโปรตีนที่ใหญ่และเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีการประมวลผลมา โดยใช้พลังประมวลผลเต็มรูปแบบของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ El Capitan
บทบาทสำคัญในโครงการขนาดใหญ่ เช่น Lux และ Discovery สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของ AMD ในการเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักแห่งอนาคตของการค้นพบทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมระดับโลก โดยบริษัทไม่ได้สร้างเพียงฮาร์ดแวร์อันทรงพลัง แต่กำลังวางรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาและความก้าวหน้าในภูมิทัศน์ HPC และ AI ทั่วโลกอย่างแท้จริง