Intel Foundry 14A

Apple อาจเป็นความหวังสุดท้ายของ Intel ในธุรกิจ Foundry

ในรายงานการวิจัยฉบับใหม่ที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์นี้ Jeff Pu นักวิเคราะห์จาก Haitong International Securities ชี้ว่า Apple อาจเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ที่กำลังพิจารณากระบวนการผลิต Intel 14A สำหรับชิปตระกูล M-series ในอนาคต ข่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Intel ได้ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ซึ่งมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของธุรกิจบริษัท

ผลประกอบการที่ซบเซาและหุ้นที่ดิ่งลง

ต้องบอกว่า Intel เผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากมาหลายปีแล้ว และผลประกอบการไตรมาส 2 ล่าสุด ซึ่งเป็นไตรมาสแรกภายใต้การนำของ Lip-Bu Tan ซีอีโอคนใหม่ ก็ไม่ได้สร้างความประทับใจมากนัก โดยหุ้นของบริษัทร่วงลงถึง 8.5% Lip-Bu Tan ซึ่งเข้ารับตำแหน่งในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้พยายามปรับลดและปรับโครงสร้างแผนงาน (และธุรกิจ) ต่างๆ ของบริษัท โดยหวังที่จะกำจัดสิ่งที่เป็นภาระและหันไปโฟกัสในจุดที่สามารถสร้างการเติบโตเพื่อหลุดพ้นจากปัญหา

หนึ่งในความหวังสำคัญของ Intel คือโหนดการผลิต 14A ซึ่งพัฒนาขึ้นภายในองค์กรเป็นส่วนใหญ่ และอาจเป็นโอกาสสุดท้ายของ Intel ในการคงอยู่ในธุรกิจการผลิตชิป (foundry business)

อนาคตของ Intel 14A ขึ้นอยู่กับลูกค้ารายใหญ่

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า หลังจากที่ Intel เผยแพร่ผลประกอบการไตรมาส 2 Lip-Bu Tan ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า หากบริษัทไม่สามารถหาลูกค้ารายใหญ่สำหรับกระบวนการผลิต 14A ได้อย่างน้อยหนึ่งราย พวกเขาอาจจะยุติความพยายามในการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงนี้โดยสิ้นเชิง:

“เรากำลังพัฒนา Intel 14A… โดยร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับลูกค้ารายใหญ่นอกองค์กร นับจากนี้ไป การลงทุนใน Intel 14A ของเราจะขึ้นอยู่กับพันธกรณีของลูกค้าที่ได้รับการยืนยัน เราจะสร้างสิ่งที่ลูกค้าต้องการ เมื่อพวกเขาต้องการ และสร้างความไว้วางใจผ่านการดำเนินงานที่สม่ำเสมอ”

นี่แสดงให้เห็นถึงความกดดันอย่างมากที่ Intel กำลังเผชิญในการแข่งขันด้าน foundry ซึ่งเป็นตลาดที่มี TSMC และ Samsung เป็นผู้ครองตลาดหลัก การลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงต้องใช้เงินทุนมหาศาล และหากไม่มีลูกค้ารายใหญ่มารองรับการผลิต ก็จะทำให้การลงทุนไม่คุ้มค่าและอาจต้องยุติโครงการไปในที่สุด

สัญญาณจาก Jeff Pu: Apple และ NVIDIA คือกุญแจสำคัญ?

ตามรายงานของ Jeff Pu ทาง Intel ได้เริ่มส่งมอบชุดพัฒนาการออกแบบ (Process Design Kits – PDKs) ของกระบวนการ 14A ให้กับพาร์ทเนอร์แล้ว และ Apple ก็เป็นหนึ่งในบริษัทที่แสดงความสนใจ

“กระบวนการ Intel 14A ที่กำลังจะมาถึงจะรวมเทคโนโลยี RibbonFET เจเนอเรชั่นที่สอง และ PowerDirect ซึ่งเป็นการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่ต่อยอดจาก PowerVia ที่นำมาใช้ใน Intel 18A โดยมีเป้าหมายสำหรับแอปพลิเคชัน AI และ Edge ทาง Intel ได้จัดหา PDK 14A เวอร์ชันเริ่มต้นให้กับลูกค้ารายสำคัญแล้ว และมีหลายรายแสดงความสนใจที่จะผลิตชิปทดสอบ เราคาดว่า GPU สำหรับเล่นเกม (รุ่นล่าง) ของ NVIDIA และชิป M-series ของ Apple จะเป็นผู้ที่นำ 14A ไปใช้งาน”

นี่หมายความว่า Pu เชื่อว่าทั้ง Apple และ NVIDIA จะเป็นลูกค้ารายแรก ๆ ที่นำ 14A ไปใช้ โดยอาจจะเป็น GPU สำหรับเล่นเกมระดับล่าง และชิป M-series ในอนาคตตามลำดับ

กรณีของ Apple นั้นน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะการผลิตชิป M-series ของ Apple นั้นผูกขาดอยู่กับ TSMC มาโดยตลอด แต่การมี Intel เป็นแหล่งผลิตที่สอง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา) อาจเป็นประโยชน์อย่างมาก ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (และการค้า) ที่เพิ่มขึ้น การมีซัพพลายเออร์หลายรายจะช่วยลดความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนและเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิตให้กับ Apple

การวิเคราะห์เพิ่มเติม: โอกาสและความท้าทายของ Intel

โอกาส:

  • ความต้องการชิป AI และ Edge: Intel 14A มุ่งเป้าไปที่แอปพลิเคชัน AI และ Edge ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูง นี่เป็นโอกาสสำคัญสำหรับ Intel ในการดึงดูดลูกค้าที่ต้องการชิปประสิทธิภาพสูงสำหรับเวิร์คโหลด AI โดยเฉพาะ
  • การสร้างความหลากหลายของแหล่งผลิต (Supply Chain Diversification): บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Apple และ NVIDIA ต่างตระหนักถึงความเสี่ยงของการพึ่งพิงผู้ผลิตรายเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโลกเผชิญกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาห่วงโซ่อุปทาน การมี Intel เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง โดยเฉพาะโรงงานในสหรัฐฯ จะเป็นจุดแข็งที่สำคัญ
  • เทคโนโลยีใหม่ (RibbonFET, PowerDirect): การนำเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง RibbonFET และ PowerDirect มาใช้ใน 14A แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Intel ในการพัฒนากระบวนการผลิตที่แข่งขันได้ สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจดึงดูดลูกค้าให้มาทดลองใช้

ความท้าทาย:

  • ความเชื่อมั่นของลูกค้า: Intel มีประวัติความล่าช้าในการพัฒนาโหนดการผลิตในอดีต ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า การที่จะดึงดูดลูกค้ารายใหญ่เช่น Apple ที่มีมาตรฐานสูงและมีประสบการณ์ที่ดีกับ TSMC นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย Intel ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า 14A จะสามารถผลิตได้ตามกำหนดเวลาและมีประสิทธิภาพตามที่กล่าวอ้าง
  • การแข่งขันที่ดุเดือด: TSMC ยังคงเป็นผู้นำตลาด foundry ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและกำลังการผลิตที่เหนือกว่า แม้ว่า Intel จะพยายามไล่ตาม แต่ช่องว่างระหว่างผู้เล่นรายใหญ่ก็ยังคงมีอยู่ การที่ Intel จะเข้าสู่ตลาดนี้และสร้างกำไรได้นั้นต้องใช้เวลาและการลงทุนมหาศาล
  • สถานะทางการเงิน: ผลประกอบการที่ซบเซาและหุ้นที่ร่วงลงแสดงให้เห็นถึงความท้าทายทางการเงินของ Intel การลงทุนใน foundry business เป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก และหากไม่สามารถหาลูกค้ารายใหญ่ได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ อาจส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของบริษัทในระยะยาว
  • ปัญหาเรื่อง “Yield Rate”: ความท้าทายสำคัญในการผลิตชิปโหนดใหม่คือ “Yield Rate” หรืออัตราการผลิตชิปที่ใช้งานได้ต่อหนึ่งแผ่นเวเฟอร์ หาก Intel ไม่สามารถทำ Yield Rate ใน 14A ให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับคู่แข่งอย่าง TSMC ได้ ก็จะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นและอาจไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้

สรุป

การที่ Apple และ NVIDIA แสดงความสนใจในกระบวนการผลิต Intel 14A นั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีและอาจเป็น “ความหวังสุดท้าย” ของ Intel ในการกลับมาเป็นผู้เล่นหลักในธุรกิจ Foundry อย่างไรก็ตาม Intel ยังมีเส้นทางที่ท้าทายรออยู่ข้างหน้า ซึ่งรวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า การแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ในตลาด และการจัดการปัญหาทางการเงิน หาก Intel สามารถคว้าดีลสำคัญนี้ได้จริง ก็จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะพลิกฟื้นอนาคตของบริษัทในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ได้


ที่มา: Marcus Mendes, (2025), Apple may be Intel’s last hope in the foundry business, 9TO5Mac, 28 กรกฎาคม 2025