แพทย์จุฬาฯ จับมือทรู พัฒนาหุ่นยนต์ผสาน AI ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อในหอแยกโรค สู่บริการแพทย์อัจฉริยะ
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และบริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการพัฒนานวัตกรรม “หุ่นยนต์ผู้ช่วยรักษาพยาบาลและทำกายภาพบำบัด” ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อในหอผู้ป่วยแยกโรค ด้วยการผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์เข้ากับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโครงข่าย 5G เพื่อสร้างสรรค์บริการทางการแพทย์ที่เป็นเลิศและยั่งยืน

การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ นำโดย รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล และ (รักษาการ) หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยมี นายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ กรรมการบริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และ ประธานกรรมการ บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยาน
การต่อยอดความสำเร็จและวิสัยทัศน์แห่งอนาคต
ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของโครงการก่อนหน้าในการพัฒนา “หุ่นยนต์อัจฉริยะช่วยบริการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน” ซึ่งได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2567 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในวงการแพทย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
“หุ่นยนต์ผู้ช่วยรักษาพยาบาลและทำกายภาพบำบัด” ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เสมือนหนึ่งในทีมบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดูแลและให้บริการผู้ป่วยติดเชื้อในห้องแยกโรค การใช้งานหุ่นยนต์นี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อสู่บุคลากรทางการแพทย์ ลดการใช้อุปกรณ์สิ้นเปลืองราคาสูง และช่วยพัฒนาการดูแลผู้ป่วยในกลุ่มแยกโรคให้ดีขึ้นกว่ามาตรฐานทั่วไป
นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ 5G เพื่อการฟื้นฟูที่แม่นยำ
True Digital Group ได้คิดค้น วางโครงสร้างเทคโนโลยี เชื่อมต่อการสื่อสาร และออกแบบหุ่นยนต์นี้โดยเฉพาะ โดยผนวกองค์ความรู้ทางการแพทย์จากภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้ากับเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ ได้แก่ คลาวด์, AI และข้อมูล
หัวใจสำคัญของหุ่นยนต์นี้คือการออกแบบที่เน้นความเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน (Humanized Design) เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขในระหว่างการรักษาและทำกายภาพบำบัด นอกจากนี้ หุ่นยนต์ยังใช้งานง่ายสำหรับทั้งผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่อัดแน่นภายใน หุ่นยนต์สามารถสื่อสารและตอบสนองแบบเรียลไทม์ผ่านเครือข่าย True 5G พร้อมด้วย AI ที่ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยและให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฝึกสมรรถภาพร่างกายได้อย่างแม่นยำ
ในอนาคต หุ่นยนต์นี้ยังรองรับการต่อยอดพัฒนาฟังก์ชันอื่นๆ เช่น การปรับรูปแบบการฝึกตามแผนการฟื้นฟูของผู้ป่วยรายบุคคล ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหวหลังการผ่าตัด
บทวิเคราะห์: ก้าวสำคัญของ Medical Robotics และ Digital Transformation ในไทย
การร่วมมือกันระหว่างคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ ทรู ดิจิทัล ครั้งนี้ ตอกย้ำถึงแนวโน้มที่สำคัญของวงการสาธารณสุขไทย นั่นคือ Medical Robotics และ Digital Transformation การนำหุ่นยนต์เข้ามาช่วยในการรักษาพยาบาล ไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำ แต่ยังช่วยลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ และที่สำคัญที่สุดคือ เพิ่มความปลอดภัย ให้กับทั้งผู้ป่วยและบุคลากรในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ
ในมุมมองของการตลาดและเทคโนโลยี การผสาน AI เข้ากับการเชื่อมต่อ 5G ของ True Digital ถือเป็นจุดแข็งที่น่าสนใจ AI จะทำหน้าที่เป็น “สมอง” ที่เรียนรู้และวิเคราะห์ข้อมูลการเคลื่อนไหวของผู้ป่วย เพื่อให้คำแนะนำที่แม่นยำและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล (Personalized Rehabilitation) ในขณะที่ 5G จะเป็น “ระบบประสาท” ที่ช่วยให้การสื่อสารข้อมูลระหว่างหุ่นยนต์ บุคลากรทางการแพทย์ และระบบคลาวด์ เป็นไปอย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อ ทำให้สามารถติดตามและปรับปรุงแผนการรักษาได้อย่างทันท่วงที นี่คือการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพื่อสร้าง Value Proposition ที่แข็งแกร่งให้กับบริการทางการแพทย์
โครงการนี้นับเป็นต้นแบบที่สำคัญในการนำร่องการใช้หุ่นยนต์ในระบบสาธารณสุขของประเทศไทย ซึ่งมีศักยภาพในการต่อยอดไปสู่การดูแลผู้ป่วยในสถานพยาบาลอื่นๆ ทั่วประเทศ และเป็นตัวอย่างของการพัฒนาที่ยั่งยืน (Innovation for Society) ที่นำเทคโนโลยีมาสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับสังคมไทย