EPSON
|

เอปสันตอกย้ำผู้นำตลาดเครื่องพิมพ์หน้ากว้างในไทย: ใช้เทคโนโลยีใหม่ขับเคลื่อนสู่การพิมพ์ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ

เอปสัน ประเทศไทย เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ด้วยการประกาศความสำเร็จในการครองส่วนแบ่งตลาดรวม 28% ในปี 2567 พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมเครื่องพิมพ์หน้ากว้างรุ่นใหม่ในกลุ่มป้ายโฆษณาและสิ่งทอ ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวและเสริมศักยภาพให้ธุรกิจรับมือกับยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีการพิมพ์เข้ามามีบทบาทสำคัญ

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ในปีที่ผ่านมา เอปสันประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก โดยเฉพาะเครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณา (Signage) ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 30% ครอบคลุมระบบหมึก Eco Solvent, Solvent และ Latex เช่นเดียวกับเครื่องพิมพ์สิ่งทอ (Graphic Textile) และเครื่องพิมพ์ภาพถ่าย (Photographic) ที่มียอดขายสูงสุดและครองส่วนแบ่งตลาด 30% และ 32% ตามลำดับ ความสำเร็จนี้ตอกย้ำพันธกิจของไซโก้ เอปสัน ในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลในอุตสาหกรรมการพิมพ์ โดยเน้นการยกระดับคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความสะดวกในการใช้งานผ่านโซลูชันอิงค์เจ็ทที่ทันสมัย ควบคู่ไปกับการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

EPSON event

เจาะลึกนวัตกรรมใหม่: ตอบโจทย์ทุกความต้องการของธุรกิจ

เอปสันยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณา ด้วยการเปิดตัว Epson SureColor SC-S9130, SC-S8130 และ SC-S7130 ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์หน้ากว้าง 64 นิ้ว ระบบ Eco Solvent ที่สามารถพิมพ์ได้ทั้งงานภายในและภายนอกอาคาร จุดเด่นของเครื่องรุ่นใหม่เหล่านี้คือการอัปเกรดด้วยหัวพิมพ์ PrecisionCore Micro TFP ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการพิมพ์ และมาพร้อม Nozzle Verification Technology สำหรับตรวจจับหัวพิมพ์อุดตันและปรับคุณภาพการพิมพ์อัตโนมัติ ช่วยลดปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากนี้ยังมีโหมด Text Sharpness ที่รองรับการพิมพ์ตัวอักษรขนาดเล็กได้คมชัดถึง 3 พอยต์ และใช้หมึก UltraChrome GS3 ที่ผ่านการรับรอง Greenguard Gold ซึ่งเน้นย้ำถึงความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

EPSON-SC-S9130-SIGNAGE RANGE

สำหรับรุ่นไฮไลท์อย่าง SC-S9130 โดดเด่นด้วยระบบหมึก 11 สี ซึ่งเป็นจำนวนสีที่มากที่สุดในตลาด โดยมีการเพิ่มหมึกสีเขียว (Green) เข้ามาเพื่อขยายขอบเขตสีกว้างขึ้นและให้รายละเอียดสีที่แม่นยำยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับงานพิมพ์ระดับพรีเมียม เช่น โปสเตอร์แบรนด์หรู, สติกเกอร์แร็ปรถ, ฉลากเครื่องสำอาง, งานศิลปะ รวมถึงงานออกแบบที่ต้องการสีสันโดดเด่น ส่วน SC-S8130 มาพร้อมระบบหมึก 6 สี พร้อมเพิ่มสี Light Cyan และ Light Magenta รองรับชุดหมึกทั้ง 800 และ 1,500 มิลลิลิตร และฟังก์ชัน Hot Swap ที่สามารถเปลี่ยนหมึกได้ขณะพิมพ์โดยไม่ต้องหยุดงาน ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความเร็วในการพิมพ์โดยยังคงรักษาคุณภาพสีและความคมชัด ในขณะที่ SC-S7130 เน้นความคุ้มค่า เหมาะสำหรับผู้ให้บริการงานพิมพ์ที่ต้องการผลิตงานปริมาณน้อยแบบ On-Demand มาพร้อมระบบป้อนวัสดุที่แม่นยำ และฟีเจอร์ใช้งานสะดวก เช่น การจัดเรียงวัสดุและการทำความสะอาดหัวพิมพ์อัตโนมัติ รวมถึงการควบคุมผ่านระบบออนไลน์

ในส่วนของอุตสาหกรรมสิ่งทอ เอปสันยังคงตอกย้ำการพัฒนาเทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันเอปสันเป็นแบรนด์เดียวในตลาดที่มีเครื่องพิมพ์หน้ากว้างครอบคลุมทุกกลุ่มการใช้งาน ทั้งกลุ่ม Dye Sublimation สำหรับผ้าโพลีเอสเตอร์, Direct-to-Garment สำหรับพิมพ์ตรงลงบนผ้าฝ้าย และล่าสุดคือ Direct-to-Film (DTFilm) ที่เข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยความยืดหยุ่นสูงในการพิมพ์ลงบนฟิล์มก่อนถ่ายโอนลงบนวัสดุหลากหลายชนิด เช่น เสื้อยืด รองเท้า ถุงผ้า และของที่ระลึก

SureColor SC G6030

SureColor SC-G6030 เป็นเครื่องพิมพ์ระบบ DTFilm รุ่นแรกของเอปสันในกลุ่มเครื่องพิมพ์สิ่งทอที่เปิดตัวเพื่อตอบรับกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว SC-G6030 มาพร้อมหัวพิมพ์ PrecisionCore Micro TFP พร้อม Nozzle Verification Technology ช่วยลดปัญหาหัวพิมพ์อุดตันและลดเวลาหยุดทำงาน ด้วยขนาดหน้ากว้าง 35.4 นิ้ว ทำให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับจัดวางงานออกแบบต่อม้วนฟิล์ม รองรับงานกราฟิกขนาดใหญ่ได้อย่างคล่องตัว สร้างโอกาสใหม่ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายสำหรับผู้ประกอบการ, แบรนด์แฟชั่น, นักออกแบบที่เน้นงานเฉพาะตัว หรือโรงพิมพ์ที่ต้องการเพิ่มศักยภาพการผลิตแบบสั่งทำเฉพาะ (On-Demand) เครื่องรุ่นนี้ยังออกแบบมาเพื่อการพิมพ์ปริมาณมาก โดยมีระบบหมุนเวียนหมึกขาวอัตโนมัติเพื่อคงคุณภาพการพิมพ์ให้เสถียร รวมถึงโหมดการพิมพ์ที่หลากหลายสำหรับเสื้อยืด, เสื้อกีฬา และถุงผ้า นอกจากนี้ SC-G6030 ยังมีระบบใบปัดทำความสะอาดผ้า (Fabric Wiper System), แพ็คหมึกขนาด 1.6 ลิตร ช่วยลดความถี่ในการเปลี่ยนหมึก, และฟังก์ชัน Cutter Timer ในตัวที่ช่วยป้องกันความผิดพลาดในการจัดวางฟิล์ม เพิ่มความแม่นยำในการพิมพ์ ด้วยขนาดกะทัดรัดเพียง 1.2 ตารางเมตร และใช้หมึก UltraChrome DF ที่ให้สีสันสดใส คมชัด ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยผ่านการรับรองจาก OEKO-TEX และ GOTS ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลกด้านสิ่งทอปลอดสารพิษ

นายยรรยง กล่าวสรุปว่า เอปสันมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันที่มากกว่าแค่เครื่องพิมพ์ โดยมองถึงการเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต เครื่องพิมพ์กลุ่ม SureColor ของเอปสัน ทั้งในกลุ่มงานพิมพ์ป้ายและสิ่งทอ จึงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุคใหม่ ทั้งในด้านประเภทแอปพลิเคชันที่หลากหลาย, รองรับงานออกแบบที่ไร้ขีดจำกัด, ช่วยให้ลูกค้าสามารถผลิตงานตามออเดอร์ขนาดเล็กได้อย่างคุ้มค่า, ใช้งานง่ายและดูแลรักษาสะดวก, ลดต้นทุนแรงงานโดยไม่จำเป็นต้องใช้พนักงานที่มีทักษะสูง, และมีรอบการผลิตที่รวดเร็ว ตอบสนองตลาดได้ทันเวลา ที่สำคัญคือเครื่องพิมพ์ของเอปสันยังออกแบบโดยคำนึงถึงความยั่งยืนทั้งในแง่ของการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ, ลดของเสีย, และเลือกใช้หมึกที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม ช่วยให้ลูกค้าสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดด้านความคิดสร้างสรรค์ คว้าโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ได้อย่างมั่นใจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

บทวิเคราะห์:

การที่เอปสันสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ธุรกิจต่าง ๆ กำลังมุ่งหน้าสู่การปรับเปลี่ยนเป็นดิจิทัล การนำเสนอเทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัลที่ทันสมัยและครบวงจรของเอปสัน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของลูกค้า

การเปิดตัวเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่ในกลุ่มป้ายโฆษณาและสิ่งทอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเน้นย้ำถึงเทคโนโลยีหัวพิมพ์ PrecisionCore Micro TFP และการใช้หมึกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการของตลาดที่ไม่ได้มองแค่ประสิทธิภาพการพิมพ์ แต่ยังคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของผู้ใช้งานอีกด้วย ฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น Nozzle Verification Technology, โหมด Text Sharpness, และระบบหมุนเวียนหมึกขาวอัตโนมัติ ล้วนเป็นนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการบำรุงรักษา และลดความผิดพลาดในการผลิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการมองหาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

นอกจากนี้ การที่เอปสันมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกกลุ่มการใช้งานในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ไม่ว่าจะเป็น Dye Sublimation, Direct-to-Garment, หรือ Direct-to-Film (DTFilm) แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้าง Ecosystem การพิมพ์ที่สมบูรณ์แบบ ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ตั้งแต่โรงงานสิ่งทอขนาดใหญ่ไปจนถึงผู้ประกอบการรายย่อยที่เน้นงานแบบ On-Demand โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอเครื่องพิมพ์ DTFilm รุ่นแรกอย่าง SureColor SC-G6030 ซึ่งเข้ามาตอบรับกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในตลาด ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่ฉลาดในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ และขยายโอกาสทางธุรกิจ

โดยสรุปแล้ว การประกาศความสำเร็จและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของเอปสันในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด แต่ยังเป็นการแสดงถึงวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการพิมพ์สู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพ ต้นทุน และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม