Google antitrust chrome search

Google รอดจากการขาย Chrome แต่ศาลสั่งห้ามทำสัญญาผูกขาดและต้องแชร์ข้อมูลการค้นหาในคดีต่อต้านการผูกขาด

ศาลแขวงสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีคำตัดสินในคดีต่อต้านการผูกขาดที่ยืดเยื้อมานานกว่า 5 ปี โดยผู้พิพากษา Amit Mehta ตัดสินว่า Google ไม่จำเป็นต้องขายเบราว์เซอร์ Chrome หรือระบบปฏิบัติการ Android ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของ Google และบริษัทแม่ Alphabet ในการต่อสู้กับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) อย่างไรก็ตาม ศาลสั่งห้าม Google ทำสัญญาการจัดจำหน่ายแบบผูกขาด และกำหนดให้ต้องแชร์ข้อมูลการค้นหาบางส่วนกับคู่แข่งเพื่อส่งเสริมการแข่งขันในตลาดการค้นหาออนไลน์

รายละเอียดคำตัดสิน

ในคำตัดสินเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ผู้พิพากษา Mehta ปฏิเสธข้อเสนอที่รุนแรงของ DOJ ซึ่งรวมถึงการบังคับให้ Google ขาย Chrome และอาจรวมถึง Android หากการแข่งขันในตลาดการค้นหาไม่ดีขึ้น ศาลระบุว่าการบังคับขายทรัพย์สินหลักเหล่านี้ “เกินขอบเขตของคดีที่เน้นการกระจายการค้นหา” และอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อผู้บริโภคและพันธมิตรของ Google

อย่างไรก็ตาม Google ถูกสั่งห้ามทำสัญญาแบบผูกขาดสำหรับการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เช่น Google Search, Chrome, Google Assistant และ Gemini AI ซึ่งรวมถึงข้อตกลงที่ทำให้ Google เป็นเสิร์ชเอ็นจินเริ่มต้นบนอุปกรณ์และเบราว์เซอร์ต่าง ๆ

ข้อตกลงกับ Apple ยังคงอยู่ แต่ต้องปรับเปลี่ยน

ข้อตกลงมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีที่ Google จ่ายให้ Apple เพื่อเป็นเสิร์ชเอ็นจินเริ่มต้นบน Safari และอุปกรณ์ Apple อื่นๆ ยังคงได้รับอนุญาต แต่ต้องอยู่ในรูปแบบที่ไม่ผูกขาด ซึ่งหมายความว่า Apple และพันธมิตรอื่นๆ เช่น Samsung หรือ Mozilla สามารถโหลดหรือโปรโมตเสิร์ชเอ็นจินคู่แข่งควบคู่ไปกับ Google ได้

ผู้พิพากษา Mehta ชี้ว่าการห้ามการจ่ายเงินทั้งหมดอาจส่งผลกระทบต่อพันธมิตรและผู้บริโภค เช่น ทำให้ Apple ต้องขึ้นราคาผลิตภัณฑ์หรือเลือกใช้เสิร์ชเอ็นจินที่มีคุณภาพด้อยกว่า

การแชร์ข้อมูลและคณะกรรมการกำกับดูแล

ศาลสั่งให้ Google แชร์ข้อมูลการค้นหา เช่น ดัชนีการค้นหาและข้อมูลการโต้ตอบของผู้ใช้ (แต่ไม่รวมข้อมูลโฆษณา) กับคู่แข่งที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยต้องทำภายใต้เงื่อนไขทางการค้าปกติ เพื่อช่วยให้คู่แข่งอย่าง Bing หรือ DuckDuckGo สามารถพัฒนาบริการของตนได้

นอกจากนี้ ศาลยังกำหนดให้ตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลด้านเทคนิค 5 คน ซึ่งรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัว เพื่อตรวจสอบว่า Google ปฏิบัติตามคำสั่งศาลเป็นเวลา 6 ปี

ผลกระทบ

คำตัดสินนี้ส่งผลให้หุ้นของ Alphabet พุ่งขึ้น 7.2% และหุ้น Apple เพิ่มขึ้น 3% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ เนื่องจากนักลงทุนมองว่าเป็นผลดีต่อทั้งสองบริษัท

อย่างไรก็ตาม DOJ ระบุว่าจะพิจารณาทางเลือกเพิ่มเติมเพื่อขอมาตรการเพิ่มเติม. Google เองก็แสดงความกังวลว่าการแชร์ข้อมูลอาจกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และมีแผนยื่นอุทธรณ์คำตัดสินว่าตนเป็นผู้ผูกขาด ซึ่งอาจยืดเยื้อไปถึงศาลฎีกา

มุมมองต่ออนาคต

ผู้พิพากษา Mehta ระบุว่า การกำหนดมาตรการแก้ไขในยุคที่ AI เช่น ChatGPT ของ OpenAI หรือ Perplexity กำลังท้าทายการค้นหาแบบดั้งเดิมนั้น ต้องใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากศาลต้อง “มองไปในอนาคต” ซึ่งไม่ใช่จุดแข็งของกระบวนการยุติธรรม คำตัดสินนี้จึงถูกมองว่าเป็นการประนีประนอมที่ช่วยลดอำนาจของ Google ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ถึงขั้นเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้คู่แข่งมีพื้นที่มากขึ้นในระยะยาว

ที่มา: DeadLine, NPR