Cloud II Wireless Review
|

HyperX Cloud II Wireless+7.1 เก็บทุกรายละเอียด อิสระในทุกลีลา

Cloud II Wireless Review 00

HyperX Cloud II Wireless+7.1 ซึ่งต่อไปจะขอเรียกสั้น ๆ ว่า Cloud II Wireless เป็นเกมมิ่งเฮตเซตจาก HyperX ที่พัฒนาต่อเนื่องมาจากรุ่น Cloud II ที่มีสายมาเป็นรุ่นไร้สาย ซึ่งจะให้อิสระในการใช้งานที่เหนือกว่า ในขณะที่ยังคงให้คุณภาพเสียงตามสไตล์ของ Cloud II ที่หลายคนวางใจ

ก่อนที่จะไปพูดถึงรายละเอียดใด ๆ ของ Cloud II Wireless ก็มาดูคุณสมบัติทางด้านเทคนิคของเฮตเซตรุ่นนี้กันครับ

HyperX Cloud II Wireless Sepc
2. ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน / 3.ขึ้นอยู่กับพื้นที่ในการใช้งาน

วัสดุและการออกแบบ

วัสดุและการออกแบบของ Cloud II Wireless โดยรวมก็ถือว่าไม่ได้แตกต่างไปจาก Cloud รุ่นแรกและ Cloud II รุ่นอื่น ๆ มากนักเรียกได้กว่ากลายเป็นเอกลักษณ์ของเกมมิ่งเฮดเซตในตระกูลนี้ไปแล้วก็ได้ Cloud II Wireless ยังคงเป็นหูฟังในลักษณะครอบหูแบบฟูลไซส์ ตัวฟองน้ำยังคงมีความนุ่มสบายตามสไตล์ Cloud แถบคาดศีรษะมีความยืดหยุ่นอย่างมาก และสามารถปรับตำแหน่งในกระชับได้ง่าย โดยตัวแกนที่ปรับระดับของหูฟังทำมาจากอะลูมิเนียมที่ให้ความแข็งแรง

Cloud II Wireless Review 01
สวมกระชับปรับได้ง่ายแกนยึดหูฟังทำจากอะลูมิเนียมแข็งแรง
Cloud II Wireless Review 02
ที่คาดศรีษะยืดหยุ่นดีตามสไตล์ Cloud
Cloud II Wireless Review 04
ฟองน้ำนุ่มให้สัมผัสดีตามสไตล์ Cloud แต่แอบร้อนนิดหน่อยเวลาไม่ได้ใช้งานในห้องแอร์ ก็เป็นปกติของหูฟังที่หุ้มด้วยหนัง
Cloud II Wireless Review 05
หูฟังทางด้านซ้ายจะเป็นตำแหน่งของปุ่มปิดเปิด และจะเชื่อมต่อกับสัญญาณไร้สายแบบอัตโนมัติ มีไฟสีเขียวแสดงความพร้อมในการทำงาน ปุ่มปิดเปิดนี้ยังใช้สำหรับกดเพื่อสลับโหมด 2.0 และ 7.1Ch แบบเวอร์ชวลอีกด้วย ถัดลงมาก็จะเป็นปุ่มปิดเปิดเสียงไมค์โครโฟน และถ้าเราปิดเสียงตรงไมโครโฟนจะแสดงไฟสีแดงขึ้นมา
Cloud II Wireless Review 05a
Cloud II Wireless Review 06
หูฟังทางด้านขวามีวอลุมปรับระดับเสียง และเป็นการปรับเสียงแบบ Master Volume ของทั้งระบบอีกด้วย
Cloud II Wireless Review 07
ไมโครโฟนสามารถถอดได้ ช่องชาร์ตแบตเตอรี่อยู่ทางหูฟังด้านซ้าย ชาร์ตผ่านทาง USB-C

การเชื่อมต่อแบบไร้สาย

Cloud II Wireless เชื่อมต่อกับพีซี โน้ตบุ๊ก ได้ผ่านทางพอร์ต USB Type-A และทำงานแบบปลั๊ก แอนด์ เพลย์ และไม่ต้องลงไดรเวอร์ใด ๆ ก็สามารถใช้งานได้ทันทีครับ ส่วนถ้าใครต้องการใช้งานร่วมกับเครื่องคอนโซลก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน หรือถ้าใช้จะใช้กับมือถือหรือแท็บเล็ตก็หาตัวแปลงพอร์ตจาก micro USB หรือ USB-C มาเป็น USB Type-A ก็สามารถใช้งานได้เช่นกันครับ

Cloud II Wireless Review 03

ควบคุมการทำงานผ่านซอฟต์แวร์

โดยปกติแล้ว Cloud II Wireless ไม่จำเป็นต้องใช้ซอฟต์แวร์ใด ๆ มาควบคุมการทำงาน เพราะสามารถสั่งการได้จากปุ่มต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับหูฟังอยู่แล้ว แต่ทาง HyperX ก็ยังคงนำโปรไฟล์ของ Cloud II Wireless มาใส่ไว้ในซอฟต์แวร์ “HyperX NGENUITY” เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานและมองเห็นภาพการตั้งค่าโดยรวมของหูฟังได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

HyperX NGENUITY Beta

เราสามารถตั้งค่าระบบเสียงว่าจะให้เป็น 2Ch ในแบบสเตริโอ หรือจะปรับเป็น 7.1Ch ในรูปแบบ Virtual ก็ได้ รวมไปถึงการสั่งปิดเปิดไมค์จากซอฟต์แวร์ก็ทำได้เช่นกัน และที่สะดวกจริง ๆ ก็คงจะเป็นตัวปรับความเกณฑ์การรับเสียงของไมค์โครโฟน และการตั้งค่าให้เราสามารถมอนิเตอร์รวมถึงสามารถตรวจสอบระดับของแบตเตอร์รี่ของหูฟังได้จากส่วนนี้

https://www.microsoft.com/th-th/p/hyperx-ngenuity-beta/9p1tbxr6qdcx?rtc=1#activetab=pivot:overviewtab

การสวมใส่

การเป็นเกมมิ่งเฮดเซตแบบฟูลไซส์ ทำให้การสวมใส่ทำได้กระชับดี เหมาะสำหรับการใส่เล่นเกมหรือรับชมความบันเทิงอื่น ๆ ไม่เหมาะกับการสวมใส่ในลักษณะที่ต้องมีการออกกำลังกายไปด้วย เพราะมันไม่ได้กระชับจนแน่นขนาดนั้น เราสามารถเลื่อนปรับของก้านหูฟังให้เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละคนได้ง่ายดาย

hx image cloud 2 wireless

ฟองน้ำครอบหูหุ้มด้วยหนังให้ความสบาย แต่ถ้าใครไม่ได้ใช้งานอยู่ในห้องแอร์ก็อาจจะรู้สึกร้อนอยู่สักหน่อยถ้ามีการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ดังนั้นเวลาเล่นเกมก็ควรถอดพักบ้างเป็นระยะ ๆ แต่ถ้าใช้งานในห้องแอร์ก็ไม่มีปัญหาครับสวมใส่กันแบบสบาย ๆ ยาว ๆ กันไปเลย 

สำหรับตัวไมค์โครโฟนก็สามารถปรับระดับให้อยู่ในตำแหน่งต่าง ๆ ได้ตามความถัดของแต่ละคนครับ ไม่มีปัญหาใด ๆ ฟองน้ำหุ้มไมค์ก็ให้มาหนาพอสมควรสามารถกรองเสียงลมจากการพูดได้ดีพอควร

ประสบการณ์ใช้งาน

ก่อนที่จะไปคุยกันเรื่องเสียงของ Cloud II Wireless ก็ต้องบอกก่อนว่าผู้เขียนใช้หูฟัง Cloud มาตั้งแต่รุ่นแรก ตามด้วย Cloud II และล่าสุดคือ Cloud Mix ซึ่งเป็นเกมมิ่งเฮดเซตที่เป็นทั้งแบบใช้สายและแบบไร้สายโดยผ่าน Bluetooth ก็เลยมีความคุ้นเคยกับเสียงของหูฟังในตระกูล Cloud อยู่พอสมควร

สำหรับคุณภาพเสียงที่ได้ฟังในครั้งนี้ก็ถือมาจากการทดลองใช้มาแล้วประมาณ 30 วัน แบบทั่วไปดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม โดยไม่ได้ตั้งใจว่าจะเป็นการเบิร์นใด ๆ ทั้งสิ้นก็แค่เป็นการใช้งานไปตามปกติเท่านั้น

ลักษณะเสียงของ Cloud II Wireless (เปิดในโหมดสเตริโอ) ก็ยังคงให้ความคมชัดของเสียงที่ดี โดยเฉพาะการเล่นเกม สามารถเก็บเสียงบรรยากาศมาได้อย่างครบถ้วน เรียกได้ว่าฟังแล้วสามารถบอกตำแหน่งของคู่ต่อสู้ได้ชัดมาก ๆ ใครที่ต้องการฟังเสียงเท้าที่ชัดเจนก็รับรองได้ว่าหูฟังรุ่นนี้ทำได้ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ สำหรับการเปิดเสียงในโหมดเซอร์ราวด์ ส่วนตัวแล้วเราคิดว่าเหมาะกับการรับชมภาพยนตร์มากกว่าครับ หรือถ้าเป็นเกมแบบซิงเกิลเพลเยอร์ที่เน้นเรื่อง การใช้โหมดเซอร์ราวด์หรือ 7.1Ch ก็ให้เรารู้สึกถึงการเข้าไปมีส่วนรวมในตัวเกมได้อย่างเต็มที่เช่นกัน

Cloud II Wireless Review 08

พอเป็นหูฟังแบบไร้สายหลายคนอาจจะกังวลเรื่องของการดีเลย์ จากการทดสอบของเราก็ไม่พบการดีเลย์ใด ๆ จากการใช้งานนะครับ สามารถเล่นเกมต่าง ๆ ได้ตามปกติ แต่เวลาใช้กับพวกการไลฟ์แล้วพูดผ่านไมโครโฟนจากตัวเฮดเซตก็พบว่ามีการดีเลย์นิดหน่อยในบางจังหวะ ไม่ได้เกิดขึ้นตลอด แต่เสียงพูดยังคงชัดเจนและสื่อสารได้ไม่ขาดตอนครับ ซึ่งเรามาตรวจพบที่หลังว่าเกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าบางตัวที่เราใช้งานอยู่มันสร้างคลื่นรบกวนทำให้แทรกเข้ามาในคลื่น 2.4GHz ที่ใช้เชื่อมต่อสัญญาณของเฮตเซตกับตัวรับสัญญาณนั่นเองครับ

สำหรับใครต้องเรียนออนไลน์หรือประชุมออนไลน์บ่อย ๆ การใช้หูฟังแบบไร้สายก็ให้ความสะดวกสบายกับเราอย่างมากครับ เพราะบางทีเราไม่จำเป็นต้องอยู่ที่หน้าจอหรือหน้าเครื่องตลอดเวลา อาจจะเดินยืนเส้นยืดสายบ้าง แต่ก็ยังคงรับฟังเสียงการเรียนหรือการประชุมได้ตามปกติ นี่คือสิ่งที่ดีมาก ๆ ของการใช้งานของเกมมิ่งเฮดเซตในแบบไร้สายครับ

ระยะเวลาการใช้งานด้วยแบตเตอรรี่ของหูฟัง

จากการใช้งานที่ไม่ได้ดูตามสเปค เราเคยใช้งานตั้งแต่ 8 โมงเช้าต่อเนื่องไปยาว ๆ ถึง 6 โมงเย็น แบตเตอร์รี่ก็ยังเหลือ ๆ ครับ และกำลังการขยายสัญญาณก็ไม่ตก แล้วก็ใช้งานจริงได้ใกล้เคียงกับ 30 ชั่วโมง ตามสเปคที่ระบุไว้ เพราะในช่วงที่ไม่มีการใช้งานคือไม่มีเสียงใด ๆ ออกมาจากแอปพลิเคชันที่เราใช้งาน ตัวหูฟังเองจะปิดการทำงานของตัวเองลงให้โดยอัตโนมัติครับ ถ้าเกิดแบตหมดขึ้นมาจริง ๆ เราก็สามารถใช้พาวเวอร์แบงค์ทำการชาร์ตไปแล้วใช้งานไปได้เลยครับ ไม่มีปัญหาใด ๆ ติดตรงที่สายชาร์ตที่มาพร้อมกับหูฟังจะสั้นไปสักนิดถ้าจะใช้ไปชาร์ตไป ก็ต้องหาสายชาร์ตจากที่อื่น ๆ มาใช้งานแทนครับ

สรุปส่งท้าย

ในภาพรวม Cloud II Wireless ยังคงรักษาความเป็นหูฟังในตระกูล Cloud ไว้ได้อย่างครบถ้วนครับ ทั้งในเรื่องของดีไซน์ และความสบายในการสวมใส่ รวมถึงเรื่องของคุณภาพเสียงก็ยังคงรักษาคุณภาพไว้ได้เป็นอย่างดี สำหรับใครที่มองหาเกมมิ่งเฮตเซตแบบไร้สายเราคิดว่า Cloud II Wireless ไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอนครับ