Home » BIOSTAR B550MH จุดเริ่มต้นของความแรงที่รองรับ PCIe 4.0

BIOSTAR B550MH จุดเริ่มต้นของความแรงที่รองรับ PCIe 4.0

  • Editor 

ก่อนหน้านี้เราได้ทดสอบเมนบอร์ดชิปเซต A520 จาก BIOSTAR ไปแล้วหนึ่งรุ่น ส่วนวันนี้เราจะขยับขึ้นมาเป็นชิปเซต B550 กับ BIOSTAR B550MH ที่ยังคงเป็นเมนบอร์ดตัวเล็กขนาด microATX ซ็อกเก็ต AM4 ที่ทำออกมาเพื่อรองรับซีพียู Ryzen 3000, Ryzen 5000 และ Ryzen Pro 4000G Series โดยเฉพาะ

BIOSTAR B550MH: คุณสมบัติทางเทคนิคที่สำคัญ

  • รองรับซีพียู AMD Ryzen เจนฯ 3 (Matisse/ Renoir) และ เจนฯ 4 (Vermeer)
  • ชิปเซต AMD B550
  • รองรับหน่วยความจำ DDR4, 2-DIMM, Max 64GB (Module 8GB. 16GB, 32GB)
  • ความเร็วของหน่วยความจำ DDR4-4933+(OC)/4800(OC)/4600(OC)/4400(OC)/4000(OC)/3800(OC)/3600(OC)
    /3200/2933/2667/2400/2133/1866
  • รองรับ PCIe 4.0, NVMe M.2 (64Gbps)
  • รองรับ USB 3.2 Gen1
  • รองรับ PCIe M.2
  • รองรับ HDMI 2.1 4K resolution
  • AUDIO CODEC: ALC887 7.1 Channels
  • LAN: Realtek RTL8111H 10/100/1000 Mbps

BIOSTAR B550MH เป็นเมนบอร์ดขนาด microATX ใช้ชิปเซต AMD B550 และใช้ซ็อกเก็ต AM4 ที่สามารถรองรับซีพียู Ryzen 3000, Ryzen 5000, Ryzen Pro 3000 และ Ryzen Pro 4000G Series โดยสามารถรองรับซีพียูที่มีค่า TDP สูงสุดที่ 105W ซึ่งรวมถึงซีพียูรุ่นใหญ่ในระดับ Ryzen 9 5950X ซึ่งเป็นซีพียูแบบ 16 คอร์ 32 เธรด แต่ในความเป็นจริงถ้าเราดูดีไซน์ของเมนบอร์ดรุ่นนี้เราก็คิดว่าน่าจะเหมาะกับซีพียูที่มี TDP ไม่เกิน 95W น่าจะลงตัวกว่า และถ้าต้องการใช้งานซีพียูแบบที่ต้องโอเวอร์คล็อกตลอดเวลาก็แนะนำว่าใช้งานร่วมกับซีพียูแบบ 65W กำลังดีครับ เพราะว่าเวลาโอเวอร์คล็อกจะมีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นไปอีก

🔼แม้จะเป็นเมนบอร์ดที่รองรับการโอเวอร์คล็อก และสามารถรองรับซีพียูรุ่นใหญ่ในระดับ Ryzen 9 ได้ แต่คำแนะนำของเราก็คือควรใช้งานในรูปแบบปกติอย่าไปโอเวอร์คล็อกจะดีกว่าเพราะภาคจ่ายไฟทำออกมาในแบบพอเพียงที่เหมาะกับการใช้งานทั่วไปเท่านั้น

🔼ตามสไตล์เมนบอร์ดราคาประหยัด ที่จะมาพร้อมกับสล็อตหน่วยความจำ DDR4 เพียงสองช่องเท่านั้น แต่ก็ยังคงทำงานในรูปแบบของ Dual Channel ตามปกติครับ สำหรับความเร็วของหน่วยความจำที่รองรับก็จะขึ้นอยู่กับรุ่นของซีพียูที่ใช้ครับ แต่ก็สามารถที่จะโอเวอร์คล็อกเพิ่มได้เช่นกัน

🔼 เมนบอร์ดรุ่นนี้มาพร้อมกับคอนเน็คเตอร์ M.2 สำหรับติดตั้ง SSD M.2 มาให้จำนวนหนึ่งช่อง อยู่ตรงกลางระหว่างซ็อกเก็ตซีพียูกับสล๊อต PCIe x16 โดยคอนเน็ตเตอร์ M.2 นี้ยังรองรับ PCIe NVMe Gen 4×4 (64Gb/s) อีกด้วย แต่ว่าต้องใช้กับ Ryzen เจนฯ 3 และ เจนฯ 4 รหัส Matisse กับ Vermeer เท่านั้น ถ้าเป็น Ryzen Pro G-Series ที่มีกราฟิกในตัวจะรองรับเพียงแค่ PCIe 3.0 เท่านั้นครับ

🔼 เมนบอร์ดรุ่นนี้มาพร้อมกับพอร์ต PCIe 4.0 x16 โดยจะทำงานในโหมด PCIe 4.0 ได้เฉพาะซีพียู Ryzen เจนฯ 3 และ เจนฯ 4 เท่านั้น หนึ่งช่อง และ PCIe x 1 อีกสองช่อง ส่วนคอนเน็คเตอร์สำหรับไดรฟ์ SATA จะมีมาให้ 4 ช่อง ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานของเมนบอร์ดในระดับนี้

🔼 พอร์ต I/O ทางด้านหลังของเมนบอร์ด ดูแล้วก็เหมือนกับ A520MH ที่เราทดสอบไปก่อนหน้านี้ทุกอย่างเลยครับ ช่องต่อจอภาพก็มีทั้ง HDMI และ VGA สำหรับใช้งานร่วมกับจอภาพรุ่นเก่า มีพอร์ต USB 3.2 Gen1 มาให้ 4 พอรฺ์ฺ์ต และ USB 2.0 สองพอร์ต (สีดำ) พร้อมด้วย LAN10/100/1000Gbps และปิดท้ายด้วยชุด Audio 7.1Ch

ซีพียูที่รองรับ

ชิปเซต A520, B550 และ X570 ต่างก็ออกมาเพื่อรองรับซีพียู Ryzen รุ่นใหม่ด้วยกันทั้งหมด แต่ชิปเซตแต่ละรุ่นก็จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป สำหรับชิปเซต A520 กับ B550 ที่ดูแล้วน่าจะมีความใกล้เคียงกัน แต่พอดูตารางเปรียบเทียบแล้วก็จะเห็นได้ว่า B550 ถูกออกแบบมาให้รองรับ PCIe 4.0 (ต้องใช้งานร่วมกับซีพียู Ryzen เจนเนอร์เรชัน 3 เป็นต้นไป) ในขณะที่ A520 ซึ่งเป็นชิปเซตรุ่นเล็กที่เราทดสอบไปก่อนหน้าจะรองรับแค่ PCIe 3.0 เท่านั้น นอกจากนี้ B550 ก็ยังรองรับการโอเวอร์คล็อกซีพียูเพิ่มเติมอีกด้วย แล้วก็พวกพอร์ตการเชื่อมต่อต่าง ๆ ก็จะมีมาให้มากกว่า ดังนั้นถ้าใครสงสัยระหว่างเมนบอร์อ BIOSTAR A520MH ที่เราทดสอบไปก่อนหน้ากับ BIOSTAR B550MH ที่เรากำลังจะทดทอบกันในครั้งนี้ ถ้าดูจากตารางเปรียบเทียบชิปเซตก็น่าจะได้คำตอบแล้วนะครับ

ส่วนซีพียูที่เมนบอร์ด BIOSTAR B550MH รองรับก็ตรวจสอบได้จากตารางด้านล่างนี้ครับ และคุณผู้อ่านสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ BIOSTAR โดยตรงอีกครั้ง เพราะนี่เป็นข้อมูลที่เรารวบรวมมาในวันที่เราทำการทดสอบ ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปได้ในอนาคต

ProcessorProcessor ModelFrequencyGPU FrequencyCode NameWattsBIOS Version
Ryzen 7PRO 4750G3.60 GHz2100 MHzRenoir65WB55AS907.BSS
Ryzen 7PRO 37003.60 GHzN/AMatisse65WB55AS706.BSS
Ryzen 75800X3.80 GHzN/AVermeer105WB55ASB04.BSS
Ryzen 73800XT3.90 GHzN/AMatisse105WB55AS706.BSS
Ryzen 73800X3.90 GHzN/AMatisse105WB55AS706.BSS
Ryzen 73700X3.60 GHzN/AMatisse65WB55AS706.BSS
Ryzen 5PRO 4650G3.70 GHz1900 MHzRenoir65WB55AS907.BSS
Ryzen 5PRO 36003.60 GHzN/AMatisse65WB55AS706.BSS
Ryzen 55600X3.70 GHzN/AVermeer65WB55ASB04.BSS
Ryzen 53600XT3.80 GHzN/AMatisse95WB55AS706.BSS
Ryzen 53600X3.80 GHzN/AMatisse95WB55AS706.BSS
Ryzen 536003.60 GHzN/AMatisse65WB55AS706.BSS
Ryzen 53500X3.60 GHzN/AMatisse65WB55AS706.BSS
Ryzen 535003.60 GHzN/AMatisse65WB55AS706.BSS
Ryzen 3PRO 4350G3.80 GHz1700 MHzRenoir65WB55AS907.BSS
Ryzen 33300X3.80 GHzN/AMatisse65WB55AS706.BSS
Ryzen 331003.60 GHzN/AMatisse65WB55AS706.BSS
Ryzen 9PRO 39003.10 GHzN/AMatisse65WB55AS706.BSS
Ryzen 95950X3.40 GHzN/AVermeer105WB55ASB04.BSS
Ryzen 95900X3.70 GHzN/AVermeer105WB55ASB04.BSS
Ryzen 93950X3.50 GHzN/AMatisse105WB55AS706.BSS
Ryzen 93900XT3.80 GHzN/AMatisse105WB55AS706.BSS
Ryzen 93900X3.80 GHzN/AMatisse105WB55AS706.BSS
Ryzen 939003.10 GHzN/AMatisse65WB55AS706.BSS

สำหรับคนที่ต้องการใช้ซีพียูที่มาพร้อมกับกราฟิกในตัวกับเมนบอร์ดรุ่นนี้ ก็ต้องเลือกซีพียู Ryzen Pro 4000G Series มาใช้งานครับ ส่วนซีพียู Ryzen 5 3400G และ Ryzen 3 3200G เมนบอร์ดรุ่นนี้ไม่รองรับนะครับ

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ

  • CPU: Ryzen 5 3600X (6C/12T) Base 3.8GHz / Boost Max 4.4GHz
  • Cooling: Thermaltake UX-200 ARGB
  • Mainboard: BIOSTAR ฺB550MH
  • RAM: Thermaltake TOUGHRAM Z-ONE DDR4-3200MHz (8GBx2)
  • GPU: NVIDIA RTX 2080 Ti Founder Edition
  • SSD:  PLEXTOR PX-512M9PGN (512 GB, PCI-E 3.0 x4)
  • PSU: Thermaltake Toughpower iRGB PLUS 850W Gold

สำรวจไบออส

ไบออสของ BIOSTAR B550MH ก็จะมีหน้าตาเหมือนกับไบออสของเมนบอร์ด BIOSTAR A520MH ที่เราเคยทดสอบไปก่อนหน้านั่นแหละครับ เรียกได้ว่าเป็นไบออสที่พัฒนาอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน 100% ต่างกันตรงที่ไบออสของ B550MH นั้นจะสามารถปรับตัวคุณของซีพียูเพื่อทำการโอเวอร์คล็อกได้ ส่วนการตั้งค่าอื่น ๆ ก็จะเหมือนกันทุกประการ

🔼หน้าจอแรกเมื่อเข้าสู่ไบออส ที่ดูเรียบง่าย ทางด้านซ้ายของจอจะเป็นการรายงานข้อมูลการทำงานของฮาร์ดแวร์สำคัญอย่างซีพียู แรม ในเรื่องของความเร็ว และอุณหภูมิการทำงาน ส่วนพื้นที่ตรงกลางก็จะเป็นทั้งพื้นที่รายงานข้อมูลและพื้นที่การทำงานของแต่ละเมนู ส่วนทางด้านขวาสุดของจอจะเป็นพื้นที่สำหรับแสดงความช่วยเหลือหรืออธิบายหัวข้อต่าง ๆ ในเมนูนั้น ๆ

🔼การปรับความเร็วรอบของพัดลมจะถูกแยกออกไว้เป็นหน้าจอต่างหาก สามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วด้วยการกดคีย์ลัด F5 ซึ่งเราสามารถตั้งค่าการทำงานของพัดลมระบายความร้อนซีพียูได้ค่อนข้างอิสระ และยังมีพรีเซตของโหมดการทำงานมาให้เลือกใช้ด้วย

🔼เมนู Advance เป็นหน้าจอสำหรับปรับแต่งรายละเอียดการทำงานโดยทั่วไปของฮาร์ดแวร์ทั้งหมดที่นำมาติดตั้งลงในเมนบอร์ด รวมไปถึงตั้งค่าพอร์ตการทำงานต่าง ๆ เช่นการเปิดปิดคุณสมบัติการทำงานของซีพียูก็จะอยู่ในเมนูย่อย CPU Configuration เป็นต้น ส่วนการปรับแต่งเรื่องการโอเวอร์คล็อกของซีพียูกับแรมจะถูกรวมไปอยู่ในเมนู Tweaker

🔼เมนู Chipset ในส่วนนี้จริง ๆ แล้วแทบไม่ได้ใช้ เว้นแต่คุณจะใช้ซีพียู Ryzen Pro G Series ที่มีกราฟิกมาในตัว คุณก็สามารถเข้ามาตั้งค่าการแชร์แรมสำหรับการแสดงผลได้จากส่วนนี้

🔼เมนู Boot เป็นตัวเลือกเกี่ยวกับไดรฟ์ที่เราจะใช้บูตเข้าสู่วินโดวส์ หรือระบบปฏิบัติการอื่น ๆ

🔼Security ตั้งระบบรักษาความปลอดภัย ในกรณีที่ใช้ในองค์กรก็สามารถกำหนดสิทธิ์ให้ผู้ใช้เข้าถึงเมนูต่าง ๆ ได้เท่าที่จำเป็น

🔼เมนู Tweaker หน้าจอรวมสำหรับการปรับแต่งค่าการโอเวอร์คล็อกทั้งในส่วนของ CPU และ RAM ก็เข้ามาที่เดียวเลยจบ ๆ ครบ ๆ ทั้งเรื่องค่าความเร็ว และค่าแรงดันไฟต่าง ๆ ก็มาปรับที่หน้าจอนี้ทั้งหมดครับ รวมไปถึงการปรับค่า Timing ของ RAM ก็จะถูกรวมไว้ในหน้าจอนี้ด้วยเช่นกัน แต่จะถูกแยกไว้ในหัวข้อย่อยที่ชื่อ DRAM Timing Configuration โดยรวมแล้วก็เป็นการออกแบบไบออสที่ดีครับใช้งานได้ง่ายด้วย

ทดสอบประสิทธิภาพร่วมการ์ดจอ RTX 2080 Ti

เริ่มจากการทดสอบโดยให้ทำงานร่วมกับกราฟิกการ์ด RTX 2080 Ti โดยใช้โปรแกรม 3DMark Fire Strike ทำคะแนนรวมได้ที่ 25702 คะแนน ถ้าเป็นคะแนนแยกเฉพาะกราฟิกทำได้ที่ 34705 คะแนน ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยทั่วไปของการ์ดรุ่นนี้ รวมไปถึงในระหว่างการทดสอบซีพียูก็สามารถบูสความเร็วไปได้ถึงระดับ 4GHz – 4.4GHz แล้วแต่ช่วงการทดสอบซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีเช่นกันครับ

ลองโอเวอร์คล็อกซีพียู

ย้อนไปการทดสอบของ BIOSTAR A520MH ที่เราเคยบอกว่าเป็นเมนบอร์ดที่ตั้งไฟมาค่อนข้างแรงเกินความจำเป็นต้องมีการปรับลดเพื่อความเหมาะสมเพื่อไม่ให้ซีพียูร้อนจนเกินไปเพราะทดสอบกับซีพียูรุ่นกลาง ๆ อย่าง Ryzen 5 3600X เท่านั้นเอง พอมาเป็นเมนบอร์ด BIOSTAR B550MH อาการไฟสูงตรง Vcore ก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม แต่ว่าเราไม่ได้ไปปรับอะไรเพราะเห็นว่าชิปเซต B550 นั้นรองรับเรื่องการโอเวอร์คล็อกอยู่แล้วก็เลยปล่อยและทดสอบไปตามค่าปกติไม่ได้มีการปรับแต่งอะไร ก็เลยทำให้อุณหภูมิของซีพียูเพิ่มขึ้นกว่าตอนที่ทดสอบบน A520MH อยู่เล็กน้อย แต่ว่าก็ไม่ได้ส่งผลกระทบถึงประสิทธิภาพโดยรวม

ภาพด้านบนเป็นการบันทึกเมื่อเราปรับลดแรงดันไฟฟ้าลง ในระหว่างการเบิร์นทั่วไปก็พบว่าอุณภูมิลดลงต่ำกว่า 90 องศาเซลเซียสแล้ว โดยอยู่สูงสุดที่ประมาณ 83 องศาเซลเซียสเท่านั้นก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีพอควร โดย CPU Clock เฉลี่ยอยู่ที่รา 4.0GHz แบบ All Core แต่ทุกคอร์ในช่วงเริ่มเต้นก็จะไปแตะได้ที่ 4.3GHz โดยรวมก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ

ในตอนที่ยังไม่ได้ลดระดับแรงดันไฟฟ้า พอมาทำการโอเวอร์คล็อกซีพียูไปที่ความเร็วระดับ 4.2GHz และ 4.22GHz ในแบบ All Core และทำการทดสอบด้วย Cinebench ก็ทำให้มีความร้อนพุ่งไประดับ +90 องศาเซลเซียส กับฮีตซิงค์ Wraith Max ในห้องอุณหภูมิ 26 องศาเซลเซียส เราก็เลยลองมาปรับลดในส่วนของ Vcore ลงมาเล็กน้อย โดยปรับเป็นแบบ -offset 0.7V ก็ทำให้ซีพียูทำงานได้เร็วขึ้นและอุณหภูมิอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 90 องศาเซลเซียส ในหลายการทดสอบ และเมื่อทดสอบด้วย Cinebench ก็พบว่าอุณภูมิสูงสุดอยู่ที่ 73 องศาเซลเซียสเท่านั้น แต่ที่สำคัญคือเราเพิ่มพัดลมตัวเล็ก ๆ ลงไปที่บริเวณภาคจ่ายไฟด้วย ทำให้ตัว Vcore เองก็ไม่ได้ปรับขึ้นมาสูงมากเพื่อชดเชยให้กับค่าความร้อนของตัวเอง

ลองโอเวอร์คล็อกแรม

ข้อดีอย่างหนึ่งของแพลตฟอร์ม AMD ในซ็อกเก็ต AM4 ก็คือ ชิปเซตทุกรุ่นหรือเมนบอร์ดทุกรุ่นสามารถทำการโอเวอร์คล็อกแรมได้ ส่วนจะได้มากได้น้อยก็ขึ้นอยู่กับพื้นฐานของตัวซีพียูและตัวแรมเป็นหลักครับ สำหรับในการทดสอบของเราที่ใช้แรม Thermaltake TOUGHRAM Z-ONE DDR4 ที่มีค่า XMP อยู่ที่ 3200MHz ซึ่งในการใช้งานเราก็สามารถตั้งค่าในไบออสแล้วเลือกโปรไฟล์ XMP ได้เลยทันมีไม่มีปัญหาอะไร

ส่วนการโอเวอร์คล็อกเราก็ลองปรับเบา ๆ ไปจาก 3200MHz ไป 3400MHz และไปหยุดที่ 3600MHz ซึ่งเป็นความเร็วที่เสถียรและไม่ต้องไปปรับแต่งไฟเพิ่มใด ๆ ครับ ก็ถือว่าทำได้ดีสำหรับเมนบอร์ดที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในรูปแบบที่ประหยัดครับ

BIOSTAR B550MH เหมาะกับใคร

สิ่งที่เรายังคงชื่นชอบก็คือไบออสของเมนบอร์ดรุ่นนี้ที่ออกแบบมาให้ใช้งานเรื่องการปรับแต่งได้ง่ายมาก เพราะรวมทุกอย่างไว้ในเมนูเดียวกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแรมหรือซีพียู รวมไปถึงค่าแรงดันไฟฟ้าต่าง ๆ ทำให้เราไม่ต้องออกไปจากหน้าจอในส่วน Tweaker และการจัดเรียงก็ดูง่ายไม่ซับซ้อน

แม้จะเป็นเมนบอร์ดที่ใช้ชิปเซต B550 ที่รองรับการโอเวอร์คล็อก แต่ด้วยการออกแบบของเมนบอร์ดรุ่นนี้ไม่ได้โฟกัสไปที่เรื่องการโอเวอร์คล็อก แต่ไปโฟกัสตรงที่เป็นเมนบอร์ดรุ่นเริ่มต้นสำหรับคนที่ต้องการได้ประสิทธิภาพจากอินเทอร์เฟซของ PCIe 4.0 ทั้งในส่วนของกราฟิกการ์ดและส่วนของ SSD M.2 NVMe เป็นหลักครับ ส่วนการโอเวอร์คล็อกก็แนะนำว่าทำได้แบบพอสนุก ๆ และใช้ทดลองเพื่อหาความรู้เท่านั้น ไม่เหมาะกับการโอเวอร์คล็อกแล้วใช้งานจริงในระยะยาว

ดังนั้นเมนบอร์ดรุ่นนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่กำลังจะประกอมพีซีแล้วใช้ซีพียู Ryzen 3000 และ Ryzen 5000 Series ที่ต้องการทำงานร่วมกับกราฟิกการ์ดที่รองรับ PCIe 4.0 เช่น RTX 3000 Series รวมถึง Radeon RX 6000 และ RX 5000 Series บางรุ่น เพื่อใช้งานในรูปแบบปกติเป็นหลักครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม www.biostar.com.tw