Skip to content
Home » รีวิว PATRIOT P400 PCIe Gen4 x4 M.2, SSD ความเร็วสูง 5000MB/s ความจุ 1TB

รีวิว PATRIOT P400 PCIe Gen4 x4 M.2, SSD ความเร็วสูง 5000MB/s ความจุ 1TB

  • admin 

แม้ว่าตอนนี้เราจะได้เห็นแพลตฟอร์มใหม่ของอินเทลรองรับ SSD PCie Gen5 แล้ว แต่ในทางปฏิบัติทั้งในด้านราคาและปัญหาทางด้านเทคนิคอย่างเรื่องของความร้อนก็ยังคงเป็นอุปสรรค์ใหญ่ที่เรายังคงต้องอยู่กับ SSD PCIe Gen4 x4 กันไปอีกสักพักใหญ่ ๆ และอันที่จริงก็ต้องบอกว่า SSD PCIe Gen4 x4 นั้นก็เพิ่งจะมาถึงจุดเริ่มต้นของความนิยมครับ

ตอนนี้เราได้เริ่มเห็น SSD ที่ใช้อินเทอร์เฟซแบบ PCIe Gen4 x4 ที่มีความจุสูงในระดับ 1TB เข้ามาทำตลาดในบ้านเรามากขึ้่นแล้วนะครับ ก็เป็นเพราะเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้พัฒนาไปมากขึ้่นต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่ลดลง ปัญหาเรื่องของความร้อนที่ต้องติดตั้งฮีตซิงค์ใหญ่ ๆ ก็หมดไป ใช้แค่ฮีตซิงค์ที่มาพร้อมกับเมนบอร์ดก็จัดการได้แล้ว

และในวันนี้ทางทีมงานของเราก็มีโอกาสได้ทดสอบ SSD แบรนด์ดังจากอเมริกา PATROIT P400 ซึ่งเป็น SSD ที่อยู่ในฟอร์มแฟคเตอร์ M.2 และใช้อินเทอร์เฟซแบบ PCIe Gen4 x4 ที่ให้ความเร็วในการอ่านสูงสุดถึง 5000MB/s และมีความจุสูงถึง 1TB เดียวเราจะมาดูกันว่าในทางปฏิบัติแล้วเราจะได้เห็นตัวเลขระดับ 5000MB/s จากการทดสอบหรือไม่ ตอนนี้เราไปดูรูปร่างหน้าตาของ SSD รุ่นนี้กันก่อนครับ

แม้ว่า SSD รุ่นนี้จะมีความจุมากมายถึง 1TB แต่ก็จะเห็นได้ว่าขนาดของตัวไดรฟ์นั้นก็อยู่ในฟอร์มแฟคเตอร์มาตรฐานของ M.2 2280 เหมือนกับ SSD M.2 ทั่วไปเลยครับ นอกจากนี้แล้วที่ตัวไดรฟ์ก็ไม่ได้ติดตั้งฮีตซิงค์ระบายความร้อนอะไรมาให้เป็นพิเศษ มีแค่แผ่นป้ายสีดำสลับขาวที่ทำจากวัสดุ Graphene แบบบางเพื่อช่วยในการพาความร้อนจากชิปแรมและคอนโทรลเลอร์ไปสู่ฮีตซิงค์สำหรับ M.2 ของเมนบอร์ดนั่นเอง

การไม่ได้ให้ฮีตซิงค์ขนาดใหญ่มาก็มีข้อดีครับเช่นสามารถติดตั้งเข้ากับเมนบอร์ดรุ่นต่าง ๆ ได้ง่ายและใช้ฮีตซิงค์ที่มาพร้อมกับเมนบอร์ดได้เลย หมดปัญหาฮีตซิงค์ขนาดใหญ่แล้วไปเกะกะกับการติดตั้งการ์ดจอหรือฮีตซิงค์ของซีพียู และถ้าใครอยากได้ SSD ความจุสูงความเร็วสูงสำหรับติดตั้งในโน้ตบุ๊ก PATRIOT P400 รุ่นนี้ก็พร้อมครับ เพราะมาในขนาด M.2 2280 แบบมาตรฐาน

คุณสมบัติทางด้านเทคนิค

ก่อนไปเริ่มทดสอบเรามาดูคุณสมบัติทางด้านเทคนิคของ PATRIOT P400 กันสักหน่อยครับ

  • ใช้คอนโทรลเลอร์ PCIe Gen4 x4 รุ่นล่าสุด
  • ฟอร์มเฟคเตอร์ 2280 M.2
  • อินเทอร์เฟซ PCIe Gen4 x 4, NVMe 1.3
  • ช่วยระบายความร้อนด้วยแผ่น Graphene แบบบาง
  • มีเทคโนโลยี SmartECC ช่วยแก้ไขข้อผลิตพลาดของข้อมูลโดยอัตโนมัติ
  • เทคโนโลยีควบคุมความร้อนในระหว่างการทำงาน
  • ใช้งานได้ดีในช่วงอุณหภูมิ: 0 ~ 70°C
  • การใช้พลังงานไฟฟ้า: Full 2.38W / Idle 0.38W
  • ปริมาณการเขียนข้อมูลสูงสุดเฉลี่ย TBW: 800TB
  • ความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูล
    • 4K Aligned Random Read: up to 620K IOPs
    • 4K Aligned Random Write: up to 550K IOPs
    • Sequential Read (ATTO): up to 5,000MB/s
    • Sequential Write (ATTO): up to 4,800MB/s
    • Sequential Read (CDM): up to 5,000MB/s
    • Sequential Write (CDM): up to 4,800MB/s
  • ระบบปฏิบัติการที่รองรับ: Windows® 7/8.0/8.1/10

จากคุณสมบัติต่าง ๆ ที่กล่าวมาก็ถือว่าเป็น SSD PCIe Gen4 x4 ที่น่าสนใจรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว แล้วก็จัดได้ว่าเป็นไดรฟ์ความจุสูงความเร็วสูงที่ใช้พลังงานในการทำงานค่อนข้างน้อยเหมาะกับการนำไปใช้ในโน้ตบุ๊กด้วยเช่นกัน

สเปคเครื่องที่ใช้ในการทดสอบ

  • CPU: Intel Core i7-11700K
  • Mainboard: ASRock B560M Steel Legend
  • RAM: Thermaltake TOUGHRAM DDR4-3600MHz (32GBx2)
  • GPU: NVIDIA A2000 6GB
  • Windows 10

ตรวจสอบคุณสมบัติด้วย AIDA64

ข้อมูลที่น่าสนใจที่ได้จาก AIDA64 ก็คือ SSD รุ่นนี้สามารถรองรับการทำงานการทำงานได้ในช่วงอุณหภูมิที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียวคืออยู่ที่ระดับ 95 องศาเซลเซียส แต่ข้อมูลทั่วไปที่ระบุมาว่าทำงานได้ดีในช่วง 0-70 องศาเซลเซียสนั้นก็เพื่อความปลอดภัยและอายุการใช้งานที่ยาวนาน ส่วนความร้อนในระดับอันตรายมาก ๆ ก็อยู่ที่ 124 องศาเซลเซียส แต่ก็จะเตือนตั้งแต่ 115 องศาเซลเซียส และอาจจะตัดระบบการทำงานเพื่อความปลอดภัย ส่วนอุณหภูมิในการใช้งานจริงเป็นอย่างไร เดี๋ยวไปอธิบายเพิ่มเติมในช่วงท้ายการทดสอบครับ

ทดสอบด้วย CrystalDiskMark

เราใช้ตัวเลือก Peak Performance ในการทดสอบ พร้อมตัวเลือกแบบ Mix ซึ่งเป็นการทดสอบหาคะแนนการทำงานทั้งการอ่านและเขียนข้อมูลไปพร้อมกัน (คะแนนช่องสุดท้าย) และทดสอบขนาดข้อมูลที่ความจุ 1GB, 4GB, 8GB, 16GB, 32GB และ 64GB

สำหรับผลทดสอบด้วย CrystalDiskMark นั้นออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ๆ ครับ จะเห็นได้ว่าความเร็วในการอ่านระดับ 5000MB/s ที่ระบุไว้นั้นไมได้โม้สามารถไปถึงความเร็วในระดับนี้ได้จริง ส่วนความเร็วในการเขียนข้อมูลนั้นก็ทำได้ยอดเยี่ยมเช่นกันครับอยู่ในระดับ 4700MB/s ถือว่าไม่ธรรมดา แม้จะมีการเพิ่มขนาดของข้อมูลที่ใช้ในการทดสอบ แต่คะแนนก็ออกมาใกล้เคียงกันอย่างมาก นั่นแสดงให้เห็นถึงการทำงานที่มีเสถียรภาพอย่างมากของ SSD รุ่นนี้

ทดสอบด้วย AS-SSD Benchmark

โปรแกรม AS-SSD Benchmark แม้จะไม่มีตัวเลือกของขนาดข้อมูลในการทดสอบมากนัก มีแค่ 1GB, 3GB, 5GB และ 10GB แต่การทดสอบของ AS-SSD นั่นค่อนข้างจะหนักหน่วง และความเร็วที่ได้มักจะน้อยกว่าโปรแกรมการทดสอบ SSD อื่น ๆ ครับ

ความเร็วที่ PATRIOT P400 ทำได้นั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ๆ ครับสำหรับการทดสอบด้วย AS-SSD ที่จัดว่าเป็นโปรแกรมค่อนข้างโหด โดยเฉพาะเมื่อทดสอบด้วยข้อมูลขนาด 10GB ถ้าเป็น SSD ทั่วไปความเร็วอาจจะหายไปมากกว่า 20-30% หรืออาจจะมากกว่า แต่ลองดูความเร็วทั้งหมดที่ PATRIOT P400 ทำได้สิครับ มันแทบไม่ต่างกันเลยจากขนาดข้อมูล 1GB ไปจนถึง 10GB งานนี้ถือว่าทำได้ดีมาก ๆ

ทดสอบด้วย ATTO Disk Benchmark

ATTO Disk Benchmark เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ผู้ผลิต SSD มักจะใช้อ้างอิงความเร็วในการทำงาน เพราะโปรแกรมนี้ถูกสร้างโดยผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ด้านการบันทึกข้อมูลสำหรับเน็ตเวิร์คและองค์กรขนาดใหญ่ จึงทำให้ถูกนำมาใช้เพื่อทดสอบดูเกณฑ์มาตรฐานเบื้องต้น

และสำหรับผลการทดสอบด้วย ATTO Disk Benchmark ที่ข้อมูลขนาด 1GB, 8GB, 16GB และ 32GB ก็จะเห็นได้ว่าลักษณะของกราฟและความเร็วของ PATRIOT P400 ทำได้ใกล้เคียงกันทุกการทดสอบแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของชุดคอนโทรลเลอร์และชิปหน่วยความจำที่นำมาใช้งานได้เป็นอย่างดี

ทดสอบด้วย AJA System Disk Test

AJD System Disk Test เป็นซอฟต์แวร์ทดสอบจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ทางด้านวิดีโอระดับมืออาชีพโดยเฉพาะ ดังนั้นการวัดความเร็วด้วยโปรแกรมนี้ก็จะเป็นการรับประกันในเบื้องต้นได้ว่าไดรฟ์รุ่นนี้เหมาะกับการทำงานร่วมกับงานวิดีโอหรือไม่

การทดสอบของเราเลือกใช้ไฟล์วิดีโอในขนาด 16GB และ 64GB โดยเลือกชนิดของไฟล์แบบ ProRes 4444 (XQ) ความละเอียดระดับ 4K ซึ่งผลการทดสอบที่ได้ก็จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเช่นกันครับทำความเร็วทั้งการอ่านและเขียนได้เกิน 4000MB/s และที่น่าแปลกก็คือความเร็วในการเขียนทำได้รวดเร็วกว่าความเร็วในการอ่านอีกด้วย และความเร็วในระดับนี้เราก็สามารถใช้ PATRIOT P400 นี้สำหรับเก็บงานหรือใช้ในการตัดต่อวิดีโอความละเอียดสูงได้อย่างสบาย ๆ ครับ

ทดสอบด้วย AIDA64 – Random Read/Write

การทดสอบในหลาย ๆ โปรแกรมที่ผ่านมาทั้งหมดส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการทดสอบในลักษณะของการอ่านเขียนข้อมูลที่เรียงกันไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันจะทำให้เราได้เห็นความเร็วในการอ่านเขียนสูงสุดในสถานการณ์ต่าง ๆ แต่สำหรับการทดสอบด้วย AIDA64 โดยใช้กระบวนการ Random Read/Write หรือการอ่านเขียนข้อมูลแบบสุ่ม ซึ่งหมายถึงการสุ่มการเข้าถึงตำแหน่งต่าง ๆ ของข้อมูลแบบไม่เป็นระเบียบที่มันเกิดขึ้นอย่างเป็นปกติกับการใช้งานในทุก ๆ วันของเรา ซึ่งจะทำให้เราได้เห็นถึงความเร็วอีกหนึ่งรูปแบบของการทำงานจาก SSD

ผลการทดสอบของการอ่านเขียนข้อมูลแบบสุ่มจาก AIDA64 ออกมาถือว่าดีมาก ๆ เลยครับ ความเร็วเฉลี่ยนการอ่านอยู่ที่ 1939MB/s และเขียนอยู่ที่ 1886MB/s เรียกได้ว่าเป็นความเร็วที่มากเกินพอสำหรับการใช้งานของผู้ใช้งานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม หรือแม้แต่การตัดต่อวิดีโอ

ทดสอบด้วย 3DMark Storage Benchmark

PATRIOT P400 ถือว่าเป็น SSD รุ่นแรกที่เราได้ใช้การทดสอบใหม่ล่าสุดจากทาง 3DMark เลยนะครับ โหมดนี้เพิ่งจะอัปเดตเพิ่มเติมมาเมื่อไม่นานมานี้เอง เป็นการทดสอบด้วยการจำลองการติดตั้งเกม และการเรียกใช้เกมต่าง ๆ เพื่อให้เราเห็นว่าความเร็วของไดรฟ์นั้นเหมาะสมกับการเล่นเกมหรือไม่

สำหรับผลการทดสอบจาก 3DMark ก็น่าสนใจไม่น้อยครับ เราจะเห็นได้ว่าเกมต่าง ๆ เหล่านี้ต้องการความเร็วในการอ่านและเขียนเกินกว่า 500MB/s ซึ่งเป็นความเร็วสูงสุดจากไดรฟ์แบบ SATA ที่เราใช้งานกันอยู่ทั่วไปพอสมควรเลยทีเดียว ดังนั้นการอัปเกรดมาใช้ SSD ที่มีอินเทอร์เฟซแบบ PCIe NVMe จึงเป็นทางเลือกที่ไม่เกินเลยสำหรับการเล่นเกมในยุคปัจจุบันครับ

อุณหภูมิการทำงาน

โดยส่วนตัวของผู้เขียนเองที่ผ่านมาเลือกใช้ SSD PICe Gen3 มากกว่า เนื่องกังวลเรื่องของความร้อนจาก SSD PCIe Gen4 เพราะว่าห้องทำงานส่วนใหญ่แล้วไม่ได้เปิดแอร์ อุณภูมิห้องอยู่ที่ราว 30-32 องศาเซลเซียส ก็อาจจะร้อนสำหรับหลาย ๆ คน แต่สำหรับผู้เขียนต้องบอกว่าเป็นอุณภูมิที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ขอให้มีอากาศถ่ายเทที่สะดวกก็สบายตัวแล้ว

แต่หลังจากที่ได้ลองใช้งาน PATRIOT P400 ในอุณหภูมิห้องปกติมาได้สี่ห้าวัน ก็พบว่าอุณหภูมิของ SSD นั้นอยู่ต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส แม้จะเปิดใช้งาน เล่นเกมและทดสอบในลักษณะการเบิร์นไดรฟ์ และเมื่อลองตรวจสอบความร้อนของ PATRIOT P400 ดูจริง ๆ ก็พบว่าการทำงานปกติจะอยู่ในช่วง 54-56 องศาเซลเซียสเท่านั้น มีแค่ช่วงเบิร์นด้วยโปรแกรม Benchmark ที่ทำให้อุณภูมิไปแตะระดับ 64 องศาเซลเซียส แต่ก็เป็นเพียงช่วง Max เป็นบางครั้งเท่านั้นไม่ใช่ความร้อนที่เกิดขึ้นตลอดเวลา

เมื่อได้ลองใช้งาน PATRIOT P400 แล้วผู้เขียนเองก็คงจะสบายใจมากขึ้นถ้าจะเปลี่ยนมาใช้ SSD PCIe Gen4 x4 รุ่นใหม่ ๆ ที่ได้รับการปรับปรุงเรื่องประสิทธิภาพและเรื่องของความร้อนมาเป็นอย่างดีอย่างที่ได้เห็นใน SSD รุ่นนี้ครับ

บทสรุปหลังการใช้งาน

เป็น SSD อีกหนึ่งรุ่นนะครับที่ทำให้เราประทับใจกับประสิทธิภาพในการทำงาน ในเรื่องของความเร็วนั้นก็ทดสอบและพิสูจน์ออกมาแล้วว่า PATRIOT P400 PCIe Gen4 x4 นี้ทำได้ดีจริง ๆ รองรับงานได้ทุกระดับตั้งแต่การใช้งานทั่วไปจนถึงระดับมืออาชีพที่ต้องการไดรฟ์ที่มีความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลด้วยความเร็วสูง และที่มากกว่านั้นถือเรื่องของเสถียรภาพในการทำงานก็จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาความร้อนอีกต่อไป และถ้าใครกำลังมองหา SSD ความเร็วสูง ความจุสูงสำหรับพีซีเครื่องใหม่ หรือจะเป็นการอัปเกรดเพิ่มเติมเราคิดว่า PATRIOT P400 รุ่นนี้ก็น่าจะตอบสนองทุกความต้องการของคุณได้อย่างลงตัวครับ