Intel CEO

ลิป-บู ตัน CEO ของ Intel ออกจดหมายถึงพนักงาน หลังมีข่าวทรัมป์เรียกร้องให้ลาออก

8 สิงหาคม 2568 – อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ ต้องเผชิญกับความตึงเครียดครั้งใหม่ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 เรียกร้องให้ นายลิป-บู ตัน (Lip-Bu Tan) ซีอีโอคนใหม่ของ Intel Corporation ลาออกจากตำแหน่งทันที โดยอ้างถึงผลประโยชน์ทับซ้อนและความสัมพันธ์ของตันกับบริษัทจีนที่อาจเชื่อมโยงกับรัฐบาลหรือกองทัพจีน

การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากวุฒิสมาชิกทอม คอตตอน ส่งจดหมายถึงคณะกรรมการบริหารของ Intel โดยตั้งคำถามถึงประวัติของตัน ซึ่งเคยบริหารและลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีของจีนอย่างน้อย 8 แห่ง สร้างความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ โดยเฉพาะเมื่อ Intel ได้รับเงินสนับสนุน 8,500 ล้านดอลลาร์จากกฎหมาย CHIPS and Science Act เพื่อส่งเสริมการผลิตชิปในประเทศบริบทของ Intel และความท้าทายในอุตสาหกรรม

Intel หนึ่งในยักษ์ใหญ่ด้านเซมิคอนดักเตอร์ของโลก กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก บริษัทสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับคู่แข่งอย่าง NVIDIA และ AMD โดยเฉพาะในด้าน GPU และชิปสำหรับงานปัญญาประดิษฐ์ ซึ่ง NVIDIA ครองตำแหน่งผู้นำด้วยมูลค่าตลาด 3.6 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2567 การเกษียณอย่างกะทันหันของ แพท เกลซิงเจอร์ (Pat Gelsinger) อดีตซีอีโอเมื่อเดือนธันวาคม 2567 และการแต่งตั้งนายลิป-บู ตัน ในเดือนมีนาคม 2568 เป็นความพยายามของ Intel ในการฟื้นฟูธุรกิจและแข่งขันในยุค AI

อย่างไรก็ตาม การเรียกร้องของทรัมป์อาจเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับบริษัทในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้การตอบโต้ของลิป-บู ตันเพื่อตอบสนองต่อข้อกล่าวหาและกระแสข่าว นายลิป-บู ตัน ได้ส่งจดหมายถึงพนักงาน Intel ทุกคนเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 เพื่อชี้แจงจุดยืนของเขาและยืนยันความมุ่งมั่นต่อบริษัทและสหรัฐอเมริกา

ต่อไปนี้คือเนื้อหาจดหมายฉบับเต็มที่แปลเป็นภาษาไทยโดยรักษาความหมายและน้ำเสียงของต้นฉบับอย่างครบถ้วน:

เรียน ทีมงานทุกท่าน

ผมทราบว่าวันนี้มีข่าวมากมายปรากฏในสื่อ และผมอยากใช้โอกาสนี้เพื่อสื่อสารโดยตรงกับทุกคน

ก่อนอื่น ขอให้ผมเริ่มด้วยการบอกว่า: สหรัฐอเมริกาเป็นบ้านของผมมากว่า 40 ปี ผมรักประเทศนี้และรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้งสำหรับโอกาสที่ประเทศนี้มอบให้ผม และผมก็รักบริษัทนี้ การได้เป็นผู้นำ Intel ในช่วงเวลาวิกฤตนี้ไม่ใช่แค่หน้าที่การงาน แต่เป็นเกียรติอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมนี้ได้มอบสิ่งมากมายให้กับผม บริษัทของเราได้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง และเป็นเกียรติในอาชีพของผมที่ได้ทำงานร่วมกับทุกคนเพื่อฟื้นฟูความแข็งแกร่งของ Intel และสร้างนวัตกรรมแห่งอนาคต ความสำเร็จของ Intel มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและการผลิตของสหรัฐอเมริกา รวมถึงความมั่นคงของชาติและความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ นี่คือสิ่งที่ขับเคลื่อนธุรกิจของเราทั่วโลก เป็นแรงจูงใจที่ทำให้ผมเข้ามาร่วมทีมนี้ และเป็นสิ่งที่ผลักดันให้ผมทุ่มเททุกวันเพื่อพัฒนางานสำคัญที่เรากำลังทำร่วมกันเพื่อสร้างอนาคตที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

มีข้อมูลที่ไม่ถูกต้องมากมายเกี่ยวกับบทบาทในอดีตของผมที่ Walden International และ Cadence Design Systems ผมขอพูดให้ชัดเจน: ตลอดกว่า 40 ปีในอุตสาหกรรมนี้ ผมได้สร้างความสัมพันธ์ทั่วโลกและในระบบนิเวศที่หลากหลายของเรา และผมดำเนินการด้วยมาตรฐานทางกฎหมายและจริยธรรมสูงสุดเสมอ ชื่อเสียงของผมถูกสร้างขึ้นบนความไว้วางใจ—จากการทำตามสิ่งที่ผมพูดว่าจะทำ และทำมันอย่างถูกต้อง นี่คือแนวทางเดียวกับที่ผมใช้ในการนำ Intel

เรากำลังประสานงานกับฝ่ายบริหารของรัฐบาลเพื่อจัดการกับประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาและเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขามีข้อเท็จจริง ผมเห็นด้วยอย่างเต็มที่กับความมุ่งมั่นของประธานาธิบดีในการส่งเสริมความมั่นคงของชาติและเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ผมชื่นชมการเป็นผู้นำของเขาในการผลักดันลำดับความสำคัญเหล่านี้ และผมภูมิใจที่ได้เป็นผู้นำบริษัทที่มีบทบาทสำคัญต่อเป้าหมายเหล่านี้

คณะกรรมการบริหารให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการทำงานของเราในการเปลี่ยนแปลงบริษัท สร้างนวัตกรรมเพื่อลูกค้าของเรา และดำเนินการด้วยวินัย—และเรากำลังมีความก้าวหน้า เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งที่เห็นเราเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตในปริมาณมากโดยใช้เทคโนโลยีกระบวนการเซมิคอนดักเตอร์ที่ล้ำหน้าที่สุดในประเทศภายในปลายปีนี้ มันจะเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงผลงานของทุกคนและบทบาทสำคัญที่ Intel มีในระบบนิเวศเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกาเมื่อมองไปข้างหน้า ภารกิจของเราชัดเจน และโอกาสของเรานั้นมหาศาล ผมภูมิใจที่ได้ร่วมเดินทางในเส้นทางนี้กับทุกคนขอขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่ทุกคนกำลังทำเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทของเราสำหรับอนาคต

ลิป-บู ตัน

จดหมายของ CEO, Intel แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างความมั่นใจให้กับพนักงานและปกป้องชื่อเสียงของตนเอง เขาย้ำถึงความผูกพันกับสหรัฐฯ และ Intel รวมถึงการปฏิเสธข้อกล่าวหาเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนโดยเน้นย้ำถึงมาตรฐานจริยธรรมที่เขายึดถือ

นอกจากนี้ เขายังยืนยันการสนับสนุนจากคณะกรรมการบริหารและความก้าวหน้าในแผนการผลิตชิปที่ล้ำสมัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เพื่อฟื้นฟู Intel และรักษาความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้สื่อมากมายได้รายงานถึงความกังวลด้านความมั่นคงของชาติที่ทรัมป์และวุฒิสมาชิกคอตตอนหยิบยกขึ้นมา โดยเฉพาะประเด็นที่ Intel ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในขณะที่สื่อ BBC และ Reuters มองว่าการเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายทรัมป์ที่เน้นปกป้องอุตสาหกรรมชิปของสหรัฐฯ จากอิทธิพลของจีน

ในแวดวงอุตสาหกรรม มีความเห็นหลากหลาย บางส่วนมองว่าการเปลี่ยนแปลงผู้นำบ่อยครั้งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ขณะที่บางส่วนเห็นว่า Intel จำเป็นต้องมีผู้นำที่ปราศจากข้อครหาเพื่อรักษาความไว้วางใจจากรัฐบาลและลูกค้าอนาคตของ Intel

ส่วนการที่ ลิป-บู ตัน จะยังคงอยู่ในตำแหน่งหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะสามารถจัดการกับข้อกล่าวหาและแรงกดดันทางการเมืองได้หรือไม่ การที่เขาเลือกสื่อสารโดยตรงกับพนักงานแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้และนำ Intel ผ่านวิกฤต

อย่างไรก็ตาม หากแรงกดดันจากฝ่ายการเมืองและสาธารณะเพิ่มมากขึ้น หรือหากคณะกรรมการบริหารของ Intel เห็นว่าการเปลี่ยนตัวผู้นำจะช่วยลดความเสียหาย การลาออกของตันก็อาจกลายเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

สรุป

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นประเด็นภายในของ Intel เท่านั้น แต่แสดงถึงความตึงเครียดในระดับชาติเกี่ยวกับความมั่นคงและการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน การตอบสนองของนายลิป-บู ตัน ผ่านจดหมายถึงพนักงานแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาความเชื่อมั่นและปกป้องชื่อเสียงของตนเอง ขณะที่อนาคตของ Intel ในฐานะผู้นำด้านเซมิคอนดักเตอร์ยังคงอยู่ในความสนใจของทั้งนักลงทุนและผู้กำหนดนโยบาย

ที่มาของจดหมาย: Intel