ปีที่แล้วเราอาจกลัว AI จะแย่งงาน… ปีนี้เราเริ่มใช้ AI สร้างงานในแบบที่เราฝันไว้
คำพูดว่า AI จะมาแทนครู แทนหมอ แทนโปรแกรมเมอร์ และแทนคนในอีกหลากหลายอาชีพเมื่อปีก่อน อาจจะไปสร้างความไม่พอใจให้กับบางคนในสาขาอาชีพเหล่านั้น
อาจจะด้วยรู้สึกว่าความมั่นคงในชีวิตกำลังถูกแย่งไป หรือความเป็นสิทธิพิเศษของอาชีพนั้น ๆ กำลังจะมีบางสิ่งมาทดแทน หรือกลัวว่าจะถูกลดทอนคุณค่าจากการทุ่มเททำงานนั้นมาหลายสิบปี และเหตุอื่น ๆ ตามแต่จะคิดกันไป
แต่ในตอนนี้ดูเหมือนว่าความหวาดกลัวเหล่านั้นเริ่มคลี่คลายลงไป เพราะเราเริ่มได้เห็นการนำ AI ไปใช้ในสายอาชีพต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์ แม้บางอย่างจะเพิ่งเริ่มต้น ก็เห็นได้ว่าเป็นแนวโน้มที่ดี และไม่ได้มองว่า AI มาแย่ง แต่มาเป็นเครื่องมือ
หลายคนในหลายอาชีพที่ผมรู้จักก็มองว่า AI นี่คือเครื่องมือในฝันเลย ทำให้เขาต่อยอดจากสิ่งที่เคยคิดไว้ได้ดีมาก ลดทั้งเวลาและต้นทุน
ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยเราจะได้เห็นช่างภาพที่มีทักษะอยู่แล้วสามารถสร้างรูปหรือวิดีโอจาก AI ได้อย่างมืออาชีพราวกับว่าเป็นงานที่มาจากการถ่ายด้วยกล้องจริงแล้วเสริมด้วยเทคนิคด้านกราฟิกไม่ใช่รูปหรือวิดีโอที่เกิดจาก AI 100% ซึ่งต่างจากงานที่ผมสั่ง AI ต่อให้ยืนห่างมาห้าเมตรก็ยังรู้ว่า AI เจนรูปออกมาให้ นั่นเป็นเพราะทักษะพื้นฐานมันต่างกัน
ผมได้เห็นคนในแวดวงถ่ายทำโฆษณาสามารถสร้างงานที่เขาอยากได้และจินตนาการไว้นานแล้วออกมาเป็นชิ้นงานได้อย่างที่ตั้งใจไว้อย่างน้อย ๆ ก็ 80-90% ซึ่งถ้าใช้การถ่ายทำแบบเดิมงบคงหมดตั้งแต่ซื้ออุปกรณ์แล้ว หรือแม้จะยังใช้การถ่ายทำจริง แต่ด้วย AI ทำให้เราสร้างสตอรี่บอร์ดแบบมีชีวิตออกมาได้ ทำให้ต่อยอดการทำงานได้ง่ายและสะดวกกว่าเดิม
ในสายการแพทย์ผมเห็นคุณหมอเยอะเลยที่กำลังช่วยกันทำโมเดล AI รวมไปถึงแม้กระทั่งงานด้านแอปพลิเคชันที่มาช่วยจัดการเรื่องขั้นตอนกระบวนการในหน่วยงานของตนเพิ่มประสิทธิภาพ ลดเวลา ลดขั้นตอน มาทดแทนบุคลากรที่ขาดและไม่เพียงพอ
ผมเห็นครูหลายคนก็สนุกกับการสร้างสื่อการเรียนการสอนให้กับเด็ก ๆ ปรับปรุงการสอนแนวทางใหม่ พร้อมปรับตัวให้เป็นครูของเด็กในยุค AI นี่เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ (แน่นอนครูเหล่านี้ทำกันเองตามเคย อย่าได้พูดถึงการสนับสนุนเชียว)
ไม่ใช่เฉพาะสายอาชีพเท่านั้น สำหรับคนทั่วไปที่อาจจะเคยฝันว่าอยากเป็นช่างภาพ อยากแต่งเพลง อยากเขียนนิยาย อยากเล่าเรื่องผ่านการ์ตูน/อนิเมะ อยากเป็นโปรแกรมเมอร์อยากสร้างแอปฯ อยากทำเกม หรืออยากทำอะไรก็แล้วแต่ทั้งงานหลักงานรอง หรือเป็นความสนใจอีกทางของชีวิตก็สามารถใช้ AI มาเป็นเครื่องมือที่พาเข้าสู่เส้นทางที่ตัวเองชอบได้เร็วขึ้นประหยัดเวลามากขึ้น
ทั้งหมดนี้ก็แสดงให้เห็นว่าผู้คนจำนวนหนึ่งพร้อมเสมอสำหรับการ Upskill, Reskill อยู่ตลอดเวลาในทุกการเปลี่ยนแปลง
แม้ไม่ใช่ยุค AI ผมก็เชื่อว่าคนเหล่านี้เขาก็พร้อมเปลี่ยนแปลงไปกับยุคสมัยอยู่แล้ว เพียงแต่ในยุคนี้มี AI เข้ามาเป็นตัวเร่งให้การเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น
ในขณะเดียวกัน AI ก็เป็นเครื่องมือที่ให้เรา Upskill, Reskill ได้เร็วขึ้นด้วยเช่นกัน
แล้วคุณล่ะ? พร้อมจะใช้ AI เป็นเครื่องมือ หรือจะรอให้มันมาแทนที่?”