OpenAI เตรียมผลิตชิป AI ของตัวเอง โดยร่วมมือกับ Broadcom เริ่มส่งมอบในปี 2026
OpenAI บริษัทผู้พัฒนา ChatGPT จับมือกับ Broadcom บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำของสหรัฐ เพื่อพัฒนาและเริ่มผลิตชิป AI แบบปรับแต่งเองจำนวนมากในปี 2026 ตามรายงานจาก Financial Times และ Reuters การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพาชิปจาก Nvidia และตอบสนองความต้องการพลังประมวลผลที่เพิ่มสูงขึ้นสำหรับเทคโนโลยี AI
ความร่วมมือครั้งใหญ่กับ Broadcom และ TSMC
OpenAI จะออกแบบชิป AI รุ่นแรกของตัวเองโดยร่วมมือกับ Broadcom และส่งมอบการผลิตให้กับ TSMC ที่เป็นโรงงานผลิตชิปชั้นนำของโลก คาดว่าชิปตัวแรกจะพร้อมส่งมอบในปี 2026 โดยชิปนี้จะใช้ภายในองค์กรของ OpenAI เท่านั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผล AI โดยเฉพาะงานด้าน inference (การนำ AI ไปใช้งานจริง) มากกว่าการฝึกโมเดล (training)
Hock Tan ซีอีโอของ Broadcom เปิดเผยในรายงานผลประกอบการเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 ว่าบริษัทได้รับคำสั่งซื้อโครงสร้างพื้นฐาน AI มูลค่ากว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากลูกค้ารายใหญ่ ซึ่งนักวิเคราะห์เชื่อว่าเป็น OpenAI ส่งผลให้หุ้น Broadcom พุ่งขึ้นกว่า 9% ในวันเดียว และเติบโตถึง 30% ตลอดปี 2568
ทำไม OpenAI ต้องผลิตชิปเอง
ปัจจุบัน OpenAI ใช้พลังประมวลผลมหาศาลในการพัฒนาและรันโมเดล AI เช่น ChatGPT โดยพึ่งพาชิปจาก Nvidia เป็นหลักผ่านโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของ Microsoft การพัฒนาชิปของตัวเองจะช่วยในเรื่องลดค่าใช้จ่ายด้านพลังประมวลผล ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ OpenAI ยังขาดทุน, ลดความเสี่ยงจากปัญหาการขาดแคลนชิปในตลาด ซึ่ง Nvidia ครองส่วนแบ่งกว่า 80% และเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการออกแบบชิปให้เหมาะสมกับงาน AI ของ OpenAI โดยเฉพาะ
แนวทางนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการเทคโนโลยี บริษัทอย่าง Google ก็มีด้วยชิป TPU ของตัวเอง รวมถึง Amazon และ Meta ก็พัฒนาชิป AI ของตัวเองเพื่อเป้าหมายเดียวกัน
ผลกระทบต่อวงการ AI และเซมิคอนดักเตอร์
การตัดสินใจของ OpenAI สร้างแรงกระเพื่อมในอุตสาหกรรมในเรื่องการควบคุมซัพพลายเชนเองได้ ไม่ต้องไปแย่งสินค้า (GPU) ในช่วงที่เวลาที่มีความต้องการสูง ราคาสูง และการลดต้นทุนจะช่วยให้ OpenAI แข่งขันกับคู่แข่งอย่าง Google, Anthropic หรือ xAI ได้ดีขึ้น
นอกจากนี้การทำชิป AI ของตัวเองไม่ว่าจะเป็นของ OpenAI หรือเจ้าของโมเดล AI รายอื่นจะช่วยเพิ่มการแข่งขันในตลาดที่ Nvidia ครองอยู่ อาจนำไปสู่ราคาชิปที่ถูกลงและนวัตกรรมที่มากขึ้น และแน่นอนว่าเมื่อเป็นข่าวเชิงบวกแบบนี้ก็มักจะส่งผลดีต่อมูลค่าของหุ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นในช่วงเวลาที่มีข่าวนี้ก็ทำให้หุ้นของ Broadcom พุ่งขึ้น เช่นกัน
ทิศทางในอนาคต
อย่างไรก็ตามในเวลานี้ OpenAI ยังคงใช้ชิปจาก Nvidia และ AMD เป็นหลักในระยะสั้น แต่การพัฒนาชิปของตัวเองแสดงถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวในการเป็นผู้นำด้าน AI ที่พึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ข้อมูลระบุว่า OpenAI เริ่มวางแผนลดการพึ่งพา Nvidia ตั้งแต่ต้นปี 2568 และยืนยันความร่วมมือกับ Broadcom และ TSMC ตั้งแต่ตุลาคม 2567
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากในวงการเทคโนโลยี โดยมีการพูดถึงอย่างกว้างขวางในชุมชนออนไลน์อย่าง Reddit และ Hacker News คาดว่าในอีก 1-2 ปีข้างหน้า OpenAI จะสามารถเปลี่ยนแปลงสมดุลในอุตสาหกรรม AI และเซมิคอนดักเตอร์ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ที่มา: Financial Times, Reuters, ผ่าน Finance.Yahoo.com
