Home » Dynabook Portégé X30W-J ประสิทธิภาพที่พกพาง่าย ใช้งานได้สะดวก

Dynabook Portégé X30W-J ประสิทธิภาพที่พกพาง่าย ใช้งานได้สะดวก

  • admin 

ทั้ง Dynabook และ Portégé เป็นชื่อแบรนด์และซับแบรนด์ในระดับตำนานจากโตชิบา และถ้าใครเคยใช้งานโน้ตบุ๊กของโตชิบามาก่อนโดยเฉพาะในรุ่น Portégé ก็คงพอจะทราบถึงจุดเด่นในเรื่องความบางความเบาที่ไม่เคยเป็นรองใคร และเรียกได้กว่าเป็นแบรนด์ที่ติดในอันดับท็อปของโน้ตบุ๊กแบบบางเบาก่อนที่จะมีคำว่า “Ultrabook” ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าของทางอินเทลเสียอีก

ในช่วงสองสามปีก่อนทางโตชิบามีปัญหาภายในหลายด้านจึงค่อย ๆ มีการจัดระบบทางธุรกิจใหม่มีการแยกและขายธุรกิจบางส่วนออกไปโดยในส่วนของโน้ตบุ๊กนั้นก็ได้ขายให้กับทางบริษัท ชาร์ป โดยในส่วนนี้ก็จะดำเนินการภายใต้บริษัท Dynabook Inc. เพื่อความชัดเจนและแยกส่วนออกจากธุรกิจอื่น ๆ แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีเรื่องวุ่นวายด้านบริหารและการจัดการเรื่องการซื้อขายบริษัท แต่ในส่วนของการพัฒนาสินค้าและเทคโนโลยีไม่ได้มีการหยุดดำเนินการใด ๆ จนเมื่อถึงเวลาที่ทุกอย่างลงตัวก็ได้ปล่อยสินค้าออกมาตามปกติ และหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ผู้คนให้ความสนใจอย่างมากก็คือ Dynabook Portégé X30W-J โน้ตบุ๊กแบบ 2-in-1 หรืออาจจะเรียกว่าโน้ตบุ๊กแบบไฮบริจด์ ที่ใช้งานได้ทั้งในลักษณะของโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ต

นอกจากนี้แล้วโน้ตบุ๊ก Dynabook Portégé X30W-J ยังถูกพัฒนาออกมาตามมาตรฐานของแพลตฟอร์ม EVO ของอินเทล ซึ่งจะเน้นในเรื่องของการเชื่อมต่อและความปลอดภัยเพื่อให้เป็นคุณสมบัติที่เหมาะสำกับโน้ตบุ๊กสำหรับคนทำงานในระดับมืออาชีพนั่นเองครับ และโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็มีเรื่องของความปลอดภัยมาอย่างครบด้วยด้วยกล้องแบบ IR ที่รองรับ Windows Hello และการสแกนลายนิ้วมือที่ติดตั้งไว้แถว ๆ ทัชแพด ก็สร้างความมั่นใจและความสบายใจของผู้ใช้งานในระดับมืออาชีพได้เลยครับ

ดีไซน์ที่ลงตัว

Dynabook Portégé X30W-J เป็นอุปกรณ์ 2-in-1 ที่ออกแบบมาได้ค่อนข้างลงตัว ความเรียบหรูตามสไตล์ของ Portégé ยังถูกสืบสานมาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงคุณภาพของวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ยังคงเลือกใช้เกรดพรีเมียม ตัวเครื่องนั้นทำจากวัสดุแมกนีเซียมอัลลอยด์ ผ่านการทดสอบความทนทานตามเกณฑ์มาตรฐานความทนทานของกองทัพสหรัฐฯ MIL STD 810G ตัวเครื่องเป็นสีน้ำเงิน Mystic Blue 

แม้ว่าตัว Portégé X30W-J  จะสามารถปรับโหมดการทำงานเป็นแบบแท็บเล็ตได้ แต่ว่าไม่สามารถถอดเฉพาะส่วนของจอออกมาใช้งานเหมือนกับอุปกรณ์แบบ 2-in-1 หลาย ๆ รุ่น แต่ก็ต้องเข้าใจก่อนว่า Portégé X30W-J  นั้นเป็นอุปกรณ์ 2-in-1 ที่เน้นประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงดังนั้นเวลาปรับโหมดใช้งานเป็นแท็บเล็ตจึงไม่สามารถทำได้ด้วยการแยกเฉพาะส่วนหน้าจอออกไป แต่ทำเป็นโหมดแท็บเล็ตด้วยการพับจอภาพไปทางด้านหลังเท่านั้น

จอภาพขนาด 13 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080) เป็นจอแบบ IPS รองรับการเขียนบทหน้าจอและรองรับการทำงานแบบทัชสกรีน รองรับการเขียนด้วย Universal Stylus Pen และเทคโนโลยี Wacom AES 2.0 เสริมความแข็งแรงด้วย Corning Gorilla Glass และเป็นจอภาพที่มีขอบบางมาก แต่น่าเสียดายที่เครื่องรุ่นนี้ไม่มีตำแหน่งของการยึดหรือติดปากกามาด้วย ทำให้เวลาใช้งานก็อาจจะต้องใช้พื้นที่ในการวาง และอาจจะไม่สะดวกได้หากพื้นที่ทำงานมีจำกัด แต่ว่ามันก็ไม่ใช่ปัญหาที่ใหญ่โตอะไรนัก เพราะสามารถเหน็บกับกระเป๋าเสื้อหรือตำแหน่งอื่น ๆ เหมือนการพกพาปากกาทั่วไป

การเชื่อมต่อ

โน้ตบุ๊กในแพลตฟอร์ม Ultrabook ที่เน้นความบางและเบาหลายรุ่นอาจจะมีการตัดทอนพอร์ตการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกออกไป เพื่อประหยัดพื้นที่ละลดขนาดของตัวโน้ตบุ๊กให้บางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่ง Portégé X30W-J ก็หนีเรื่องนี้ไม่พ้น แต่ก็ใช่ว่าจะถูกตัดออกไปจนใช้งานไม่สะดวกนะครับ เพราะระหว่างการใช้งานของเราก็พบกว่าพอร์ตที่ให้มาก็สมเหตุสมผลดี แล้วก็ไม่ได้รู้สึกลำบากเวลาใช้งาน

ทางด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีพอร์ต USB-C สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่โดยเฉพาะมาให้หนึ่งช่อง และมีพอร์ต USB-C ที่ทำหน้าที่เป็นพอร์ต Thunderbolt 4 มาให้อีกสองพอร์ต ซึ่งทำให้เราสามารถต่อจอภาพความละเอียดสูงผ่านทางพอร์ตนี้ได้ เพราะเพราะพอร์ต Thunderbolt 4 นี้ทำหน้าที่เป็นทั้ง USB-C 4.0 เป็นทั้งช่องต่อจอภาพความละเอียดสูง และยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมไปยังบัส PCIe ภายในของระบบอีกด้วย (ขึ้นกับอุปกรณ์ที่มาเชื่อมต่อ) ถัดมาก็จะเป็นพอร์ต HDMI ที่ใช้ต่อจอภาพทั่วไปได้สะดวก ตามด้วยช่องสำหรับต่อหูฟังและไมค์โครโฟน ซึ่งเป็นแบบช่องรวมเหมือนสมาร์ทโฟน คุณสามารถใช้หูฟังของสมาร์ทโฟนมาใช้งานร่วมกับโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ได้ทันที

ทางด้านขวาของตัวเครื่องก็ไม่มีอะไรมากมีแค่พอร์ต USB Type-A มาให้หนึ่งช่อง แล้วก็มีช่องสำหรับอ่านการ์ดหน่วยความจำแบบ Micro SD มาให้หนึ่งช่อง ก็เหมาะกับคนที่ใช้กล้องแอคชันแคมทั้งหลาย แต่คนที่ใช้กล้อง DSLR กับ SD Card ขนาดปกติ ก็คงจะต้องหาตัวอ่านการ์ดข้อมูลมาต่อเพิ่มเติม หรือถ้ากล้องของคุณมีพอร์ต USB-C ก็จะสะดวกหน่อยเพราะสามารถถ่ายโอนข้อมูลได้ค่อนข้างเร็วโดยไม่ต้องถอดการ์ดหน่วยความจำออกมาจากกล้องด้วยซ้ำ นอกจากพอร์ตต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว โน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็ยังมาพร้อมกับ Wi-Fi 6 และ ฺBT5.1 รุ่นล่าสุดอีกด้วย

คีย์บอร์ดและทัชแพด

คีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็ออกแบบมาถือว่าใช้งานได้ถนัดมือพอสมควร แม้ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊กที่มีขนาดหน้าจอเพียง 13 นิ้วก็ตาม ปุ่มตัวอักษรหลัก ๆ ทำออกมามีขนาดมาตรฐานพิมพ์ได้ถนัดมือ ส่วนปุ่มฟังก์ชันต่าง ๆ ก็จะถูกลดขนาดลงครึ่งหนึ่งซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติของโน้ตบุ๊กในกลุ่มนี้ แต่ก็ยังคงใช้งานได้สะดวกอยู่ดี ไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหาแต่อย่างใดครับ นอกจากนี้ก็ยังมีไฟแบ็คไลท์สำหรับส่องคีย์บอร์ดเพื่อให้ใช้เวลากลางคืนอีกด้วย

ทัชแพดหลายคนอาจจะมองว่าเล็กไปหน่อย แต่สำหรับเราก็คิดว่ามันก็ไม่ได้เล็กขนาดสร้างความเสียหายอะไร เพราะอย่าลืมว่าโน้ตบุ๊กรุ่นนี้เป็นหน้าจอสัมผัสที่เราสามารถที่จะควบคุมฟังก์ชันการทำงานหลายอย่างได้จากหน้าจอโดยตรงครับ รวมไปถึงการทำงานร่วมกับปากกาก็ช่วยให้การควบคุมหรือการใช้งานเป็นไปได้อยางสะดวก

โน้ตบุ๊กรุ่นนี้จะมาพร้อมกับกล้องสองตัวด้วยกัน ตัวแรกจะอยู่ตรงด้านบนของจอภาพในตำแหน่งปกติของเว็บแคมทั่วไป ซึ่งกล้องตัวนี้เป็นแบบ IR ที่สามารถใช้ใบหน้าทำการล็อกอินเข้าสู่ระบบได้ ก็ถือว่าเป็นมาตรฐานความปลอดภัยของโน้ตบุีกในระดับมืออาชีพ ที่มาทำงานควบคู่กับการสแกนลายนิ้วมี นอกจากนี้ด้านบนปุ่มฟังก์ชันของคีย์บอร์ดจะมีกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซลมาให้อีกหนึ่งตัว หลายคนอาจจะส่งสัยว่ากล้องตำแหน่งนี้มีมาเพื่ออะไร คำตอบก็คือมีไว้เป็นเหมือนกล้องหลังครับ คือเวลาเราพับจอกับคีย์บอร์ดลงมาตำแหน่งของกล้องตัวนั้นจะทำหน้าที่เป็นเหมือนกล้องหลังของแท็บเล็ตนั่นเองครับ ส่วนความละเอียดที่ได้ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่มีแสงพอเพียงอยู่สักหน่อยครับ

ในเรื่องของเสียงเรายอมรับว่าเราไม่ได้คาดหวังอะไรจากโน้ตบุ๊กรุ่นนี้มานัก แม้ว่าจะมีการปรับแต่งเสียงมาจาก harman/kardon แต่พอมาได้ฟังจริง ๆ แล้วก็พบว่าดีเกินคาดครับ เสียงดังฟังชัดมาก แม้ว่าเสียงเบสอาจจะน้อยไปสักหน่อย แต่สำหรับโน้ตบุ๊กในกลุ่มนี้เราถือว่าทำออกมาได้ดีแล้วครับ และมันจะให้เสียงพูดที่ค่อนข้างคมชัดก็เหมาะมากสำหรับการประชุมรวมไปถึงการฟังเพลงที่แบบเน้นเสียงนักร้อง

การปรับเปลี่ยนรูแปบบการใช้งานของ Dynabook Portégé X30W-J

หมดจากการสำรวจรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว ตอนนี้เราจะมาเจาะลึกฮาร์ดแวร์ที่อยู่ภายในกันบ้างครับ

Dynabook Portégé X30W-J specifications 

CPUIntel Core i7-1165G7
GPUIntel Iris Xe Graphics
RAM16GB
Storage512GB SSD
Display size13.3in (166 PPI)
Display resolution1,920 x 1,080
Screen typeIPS LCD / Touchscreen
Pointing devicesTouchpad, Stylus
Memory card slotmicroSD
Audio jack3.5mm (mic and headphone)
Graphics outputsUSB Type-C, HDMI
Other ports2 x USB 3.0
Web Cam720p IR camera, 8MP rear camera
SpeakersStereo
Wi-FiIntel Wi-Fi 6 Dual Band Wireless LAN (802.11ax)
BluetoothBluetooth 5.1
Dimensions (WDH)303.9 x 197.4 x 17.9 mm
Weight (g)989g
Battery53Wh
Operating systemWindows 10 Pro

ซีพียูและกราฟิกที่ทรงพลัง

ขึ้นหัวข้อมาแบบนี้หลายคนอาจจะบอกว่า อะไรกันเป็นแค่ซีพียูแบบ 4 คอร์ 8 เธรด กับกราฟิกแบบรวม จะมาทรงพลังได้อย่างไร ใช่ ถ้าเทียบกับซีพียูและกราฟิกในเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ซีพียูกับกราฟิกในโน้ตบุ๊กรุ่นนี้คงจะแรงสู้ไม่ได้ แต่ถ้ามองในแง่ของโน้ตบุ๊กในแพลตฟอร์ม Ultrabook ก็ต้องบอกว่า ซีพียู Intel Core i7-1165G ที่มาพร้อมกับ Intel Iris Xe Graphics นั้นก็มีความแรงพอตัว และยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ มากมายอีกต่างหาก

Core i7-1165G เป็นซีพีย คอร์ เจนเนอร์เรชัน 11 ที่ใช้สถาปัตยกรรม Willow Cove รุ่นล่าสุด ผลิตด้วยเทคโนโลยี 10 นาโนเมตร เป็นซีพียูแบบ 4 คอร์ 8 เธรด ทำงานด้วยความเร็วสูงสุดที่ 4.8GHz และถ้าดูข้อมูลจากภาพในด้านบนก็จะเห็นว่าซีพียูรุ่นนี้รองรับ Thunderbolt 4 และ PCIe 4.0 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดเช่นกัน

ทางด้านกราฟิกก็เป็นรุ่นใหม่เช่นกันใช้สถาปัตยกรรม Intel Xe ที่ให้ประสิทธิภาพในการทำงานด้านต่าง ๆ โดยรวมดีกว่า Intel Graphics Gen9 ถึงสองเท่า รวมทั้งยังมีฮาร์ดแวร์สำหรับการจัดการกับไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงในระดับ 8K กันเลยทีเดียว นั่นหมายความว่าโน้ตบุ๊กเครื่องนี้สามารถรับชมวิดีโอในระดับ 8K ได้อย่างชิล ๆ ในขณะที่เดสก์ท็อปบางรุ่นก็ไม่สามารถทำแบบนี้ได้ถ้าไม่มีกราฟิกการ์ดแยกที่มีประสิทธิภาพสูง 

ที่สำคัญซีพียู คอร์ เจนฯ 11 นี้ออกแบบมาให้รองรับชุดคำสั่งที่ประมวลผลเกี่ยวกับทางด้าน AI มาด้วยในตัว ทำให้สามารถทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันสำหรับการตัดต่อวิดีโอและแอปพลิเคชันสำหรับการแต่งรูปได้อย่างรวดเร็วและฉลาดกว่าเดิม

ว่ากันตามตรงซีพียู คอร์ เจนฯ 11 ของโน้ตบุ๊กนั้นมีความก้าวหน้ามากกว่าคอร์ เจนฯ 11 ที่อยู่บนเครื่องเดสก์ท็อปด้วยซ้ำไปครับ

การทดสอบ

ทดสอบคุณสมบัติด้านฮาร์ดแวร์ด้วย AIDA64

คำแนนการทดสอบเรื่องหน่วยความจำของ AIDA64 กับโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ถือว่าโหดพอตัวครับกับ จะเห็นได้ว่าให้แบรนด์วิดธ์หน่วยความจำในการอ่านสูงถึง 59040MB/s ความเร็วในการเขียนที่ 60832MB/s และก็อปปี้ที่ความเร็ว 56414MB/s ด้วยความเร็วขนาดนี้ก็ถือว่าไม่ต่างอะไรไปจากคอมพิวเตอร์ในระดับเดสก์ท็อปเลยครับ สำหรับหน่วยความจำที่ติดตั้งมานั้นเป็นแบบ LPDDR4-4266 ครับ ก็เร็วเต็มสเปคจริง ๆ และมาพร้อมกับความจุขนาด 16GB  ติดตั้งมาแบบ Dual Chanel ครับ

ทดสอบด้วย PCMark10

PCMark10 เป็นตัวแทนชั้นดีของแอปพลิเคชันแบบที่เราใช้งานประจำวันทั่วไป ตั้งแต่การใช้ซอฟต์แวร์ในกลุ่ม Office อย่างเอกสาร สเปรดชีท และพรีเซนเทชัน รวมไปถึงการทำงานยุคใหม่ที่ต้องมีวิดีโอคอล ซึ่งผลการทดสอบทั้งสามรูปแบบของ PCMark10 ทั้งโหมดมาตรฐาน, Express และ Extended โน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็ทำออกมาได้ดีครับคะแนนอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน 

ทดสอบด้วย Blackmagic RAW

Blackmagic RAW (จากผู้ผลิตกล้องวิดีโอระดับมืออาชีพ และโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ Davinci Resolve) ถือว่าเป็นตัวแทนการทำงานร่วมกับไฟล์วิดีโอที่มีความละเอียดตั้งแต่ระดับ SD ไปจนถึงขนาด 8K ในรูปแบบของไฟล์ RAW จากกล้อง Blackmagic ซึ่งถือว่าเป็นไฟล์วิดีโอในระดับมืออาชีพครับ และเมื่อทดสอบด้วย Blackmagic RAW ผลที่ได้ก็ออกมาน่าสนใจครับ

ลองดูในส่วนแรกกันก่อนครับกับไฟล์วิดีโอ BRAW 12:1 จะได้เห็นว่าทั้งซีพียูและกราฟิกสามารถรองรับไปได้ถึงระดับ 6K 30FPS ซึ่งถือว่าสูงมาก เพราะอย่างลืมว่านี้เป็นเพียงซีพียูรุ่นประหยัดพลังงานและเป็นซีพียูแบบ 4 คอร์ เท่านั้น และกราฟิกที่ใช้ก็ยังเป็นแบบกราฟิกรวมของซีพียูไม่ใช่กราฟิกการ์ดแยก แต่ก็อย่างที่บอกไปว่า Intel Iris Xe นี้ มีความโดดเด่นอย่างมากกับงานด้านวิดีโอ ดังนั้นการรองรับได้ขนาดนี้ก็ถือว่าไม่ธรรมดา

มาดูกันที่ไฟล์ BRAW 8:1 คราวนี้ซีพียูรองรับได้ที่ 6K 25FPS ส่วนกราฟิกยังคงรองรับได้ถึงระดับ 6K 30FPS  ที่ไฟล์ BRAW 5:1 ที่มีความละเอียดสูงขึ้นมาหน่อยก็จะเห็นได้ว่าตอนนี้ซีพียูรองรับได้ที่ 4K 30FPS เท่านั้น แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เพราะพลังของกราฟิกยังช่วยให้รองรับไฟล์ในระดับ 6K 30FPS ได้อยู่

แต่พอขยับมาเป็นไฟล์ที่มีความละเอียดสูง BRAW 3:1 ซีพียูก็ยังคงรับได้ที่ 4K 30FPS แต่คราวนี้กราฟิกเองก็ต้องลดระดับลงมาที่ 4K 60FPS แต่ก็นั่นแหละครับ ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีสำหรับโน้ตบุ๊กในแพลตฟอร์มบางและเบาขนาดนี้ ถือว่าทำได้เกินคาดแล้ว

และถ้าดูในแง่การทำงานโดยทั่วไป เราก็มักจะพบว่าส่วนใหญ่ก็จะทำงานกับไฟล์ในระดับ FullHD 60 FPS กันเป็นหลัก ซึ่งโน้ตบุ๊กรุ่นนี้รองรับได้อย่างสบาย ๆ ครับ หรือแม้จะขยับไปเป็นงาน 4K 30FPS ก็ยังรับได้ไหว แต่ถ้ามากกว่านี้เราก็ไม่แนะนำแล้วครับเพราะติดตรงหน่วยความจำของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้มีได้สูงสุดที่ 16GB เท่านั้นครับ

ทดสอบด้วย 3DMark Fire Strike และ Wild Life

ก็ต้องบอกก่อนว่านี่ไม่ใช่โน้ตบุ๊กสำหรับการเล่นเกม แต่ถ้าดูจากคะแนนแล้วก็จะเห็นว่า ก็พอเล่นเกมได้อยู่บ้าง แต่ก็คงจะต้องเน้นปรับ Low กับความละเอียด 1080p หรือบางเกมก็คงต้องลงไปที่ 720p เพื่อให้เล่นได้อย่างลื่นไหลครับ

ทดสอบด้วย SPECworkstation 3

ที่จริงเราไม่ได้ตั้งใจจะทดสอบกับโปรแกรมนี้ครับ เพราะว่านี่เป็นโปรแกรมสำหรับการทดสอบเครื่องในระดับเวิร์คสเตชันที่มีฮาร์ดแวร์แรง ๆ ครับ แต่เราก็ลองเลือกทดสอบกับโปรแกรมบางตัวมา 5 รายการคือ 7zip (โปรแกรมบีบอัดข้อมูล), Blender (เรนเดอร์กราฟิกสามมิติ), Handbrake (แปลงไฟล์วิดีโอ), LuxRendar (เรนเดอร์กราฟิกสามมิติพร้อม raytracing)  และ python36 (ทดสอบการคอมไฟล์โค้ด) ซึ่งทั้งหมดเป็นการทดสอบแบบต่อเนื่องและโหดพอควรแม้จะเป็นการทดสอบเพียงรอบเดียวก็ตาม และเป็นการทดสอบในอุณหภูมิห้องแบบปกติ ก็พบว่าโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ทดสอบผ่านไปได้อย่างสบาย ๆ ไม่มีปัญหาเรื่องเสถียรภาพในการทำงานแต่อย่างใดครับ

อุณหภูมิการทำงาน

เนื่องจาก Portégé X30W-J เองก็จัดอยู่ในแพลตฟอร์มที่เป็น Ultrabook ตัวเครื่องค่อนข้างบาง ดังนั้นหลายคนก็จะมีข้อสงสัยว่าเรื่องการระบายความร้อนของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ทำได้ดีมากน้อยขนาดไหนเรามาดูกันครับ

จากภาพด้านบนเป็นการทดสอบด้วยการเบิร์นโดยใช้โปรแกรม 3DMark ที่มีการเร่งให้ซีพียูบางคอร์ทำงานด้วยควาเร็วสูงในระดับ 4.7GHz และให้กราฟิกทำงานด้วยเวิร์คโหลดที่สูงอย่างต่อเนื่องวนลูปอยู่ประมาณ 30 นาที เราก็จะเห็นบทสรุปได้ว่า แม้บางช่วงซีพียูจะมีอุณหภูมิขึ้นสูงในวงรอบกของการทดสอบ แต่ก็จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น แต่อุณหภูมิส่วนใหญ่จะอยู่ต่ำกว่า 80 องศาเซลเซียส ดังนั้นเวลาใช้งานจริง ก็ไม่ต้องไปกังวลครับ

ระยะเวลาในการใช้งานด้วยแบตเตอร์รี่

ตามสเปค Portégé X30W-J เคลมไว้ว่าใช้งานได้ประมาณ 16 ชั่วโมง สำหรับงานทั่วไป ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่ใช้ระยะเวลาในการทำงานด้วยอุณหภูมิร้อน ๆ ในระดับ 30+ องศาเซลเซียส อย่างในบ้านเราแน่แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีครับ

โปรแกรมแรกเราทดสอบด้วย Battery Mark 1.1 และโปรแกรมที่สองทดสอบด้วย PCMark8 ผลที่ได้ก็คือ Battery Mark ทดสอบได้ต่อเนื่องที่ 4 ชั่วโมง 8 นาที แบตเหลือ 4% ส่วน PCMark8 ทดสอบได้ 3 ชั่วโมง 7 นาที และแบตเหลือ 4% เช่นกัน

พอหลายคนเห็นตรงนี้ว่าแค่ 4 ชั่วโมง เองไม่เหมือนกับที่สเปคบอกไวคือระดับ 16 ชั่วโมง งานนี้ต้องเข้าใจก่อนครับว่าทั้ง Battery Mark และ PCMark8 เป็นการทดสอบในลักษณะของการเบิร์นเทส คือรันส่วนต่าง ๆ ของฮาร์ดแวร์หลักทั้งหมด คือซีพียูและกราฟิกและเป็นการทำงานอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วของซีพียูที่อยู่ในระดับที่สูงเกือบตลอดเวลาการทดสอบ นั่นทำให้การทดสอบของทั้งสองโปรแกรมนี้อยู่ในระดับ 4 ชั่วโมง เท่านั้น แต่สำหรับเราก็ต้องบอกว่าเป็นเวลาที่ยาวนานมาครับสำหรับการเบิร์นเทสในลักษณะนี้ ถือว่าทำได้ดีมากแล้วสำหรับ Portégé X30W-J

ลองใช้งานหนึ่งวันแบตเหลือ ๆ

นอกจากนี้เราก็ลองใช้งานจริงดูหนึ่งวันเต็ม ๆ แต่ว่าไม่ใช่งานแบบเวิร์กโหลดหนัก ๆ อย่างการเล่นเกมหรือตัดต่อวิดีโอนะครับ แต่เป็นงานประจำวันอย่างการอ่านข่าวจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ตอบอีเมล เขียนบทความ ดูหนังไปหนึ่งเรื่องความยาวประมาณ 90 นาที เล่นโซเชียล โพสต์บทความ แต่งรูปไปสองสามรูป ซึ่งมันก็สามารถอยู่ได้เกิน 8 ชั่วโมง ยังมีแบตเหลืออยู่ราว 10% โดยเป็นการใช้งานในลักษณะทำงานเสร็จแล้วก็มีปิดพักเครื่องไปทำอย่างอื่นบ้าง แล้วก็กลับมาเริ่มงานอื่น ๆ ต่อ ซึ่งเป็นการใช้งานแบบปกติในชีวิตจริง 

แต่ถ้าใครที่เป็นสายทำงานหนักหน่วงเช่นการตัดต่อวิดีโอ หรือต้องทำคอนเทนต์แนวกราฟิกตลอดเวลาทั้งวัน ก็อาจจะต้องพกอะแดปเตอร์ติดตัวไปด้วย แต่ก็ไม่ได้เป็นภาระอะไรมากนัก เพราะอะแดปเตอร์ก็มีขนาดค่อนข้างเล็ก และสามารถชาร์ตได้ค่อนข้างเร็วครับ เพียง 30 นาที ก็ให้พลังงานคืนมาประมาณ 40% แล้ว หรือถ้าใครมีพวกตัวชาร์ตแบบวัตต์สูง ๆ หน่อยที่เป็นแบบพอร์ต USB-C ก็สามารถใช้ชาร์ตโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ได้เช่นกัน

Portégé X30W-J เหมาะกับใคร

ด้วยความกะทัดรัดและบางเบาก็เหมาะอย่างมากกับผู้ที่ต้องการมีโน้ตบุ๊กติดตัวไปด้วยทุกที่ทุกโอกาส อันที่จริงแม้ว่า Portégé X30W-J จะเป็นโน้ตบุ๊กในกลุ่มคอมเมอร์เชียล แต่ความเห็นของเราถ้าใครเป็นสายสร้างคอนเทนต์ โน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็ตอบโจทย์การทำงานได้อย่างลงตัวเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อปรับโหมดมาเป็นแท็บเล็ตแล้วใช้ปากกาในการวาดโน่นนี่ แม้ตัวผู้ทดสอบเองจะไมใช่คนที่วาดรูปเป็น แต่ก็ลองขีด ๆ เขียน ๆ ดูก็แล้วก็พบว่าช่วยให้เราสร้างงานด้วยประสบการณ์ในอีกรูปแบบได้ดีทีเดียว และด้วยน้ำหนักที่ไม่ถึง 1 กิโลกรัม ทำให้เราสามารถพก Portégé X30W-J ไปกับเราได้ทุกที่จริง ๆ และสามารถใช้ทั้งในเรื่องงานและเรื่องความบันเทิงไปพร้อม ๆ กันได้อย่างลงตัว

เกือบลืม…ในช่วงปลายปีนี้ทางไมโครซอฟต์จะออก Windows 11 มาแล้ว และแน่นอนว่าโน้ตบุ๊ก Portégé X30W-J ก็สามารถอัปเดตและรองรับได้อย่างสบาย และมีความเป็นไปได้ด้วยว่าอาจจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้นทั้งในแง่ตัว Performance ของซีพียูและกราฟิกที่ดีขึ้น รวมไปถึงฟังก์ชันเรื่องการใช้งานในโหมดแท็บเล็ตเพราะตัว Windows 11 เองก็ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ทำงานร่วมกับหน้าจอแบบทัชสกรีนและรองรับการเขียนหน้าจอที่ดีขึ้นด้วยนั่นเองครับ

ราคาและช่องทางการจัดจำหน่าย
Portégé X30W-J วางจำหน่ายในราคา 53,990 บาท
บริษัท กรีนเนอร์รี่ เทค จำกัด ข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.green-tech.co.th
บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด ข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.sharpthai.co.th