HP VICTUS GAMING 16-S0080AX เกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่พร้อมขับเคลื่อนการประมวลผลในยุค AI ด้วยขุมพลังจาก AMD Ryzen™ 7 7840HS

HP VICTUS GAMING 16-S0080AX เป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ และมีการใช้ซีพียูรุ่นล่าสุดจาก AMD Ryzen™ 7 7840HS พร้อมกราฟิก Radeon™ 780M (RNDA3) ในตัว จุดเด่นสำคัญของซีพียูรุ่นนี้คือใช้สถาปัตยกรรม Zen 4 ที่ให้ประสิทธิภาพสูงพร้อมด้วยเทคโนโลยี Ryzen™  AI ที่ช่วยเร่งความเร็วของการประมวลผลด้าน AI นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับกราฟิกการ์ดแยก GeForce RTX™ 4050 (6GB GDDR6) 120 Watt TGP ด้วยขุมพลังทั้งซีพียูและกราฟิกที่เพียบพร้อมทำให้โน้ตบุ๊กรุ่นนี้พร้อมสำหรับการใช้งานที่หลายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเล่นเกม ใช้เรียนในสายวิศวกรรมศาสตร์ หรือทำงานในสายครีเอเตอร์ ก็พร้อมตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ได้อย่างลงตัว

คุณสมบัติทางด้านเทคนิค

  • Model: HP VICTUS GAMING 16-S0080AX
  • CPU: AMD Ryzen™ 7 7840HS with Radeon™ 780M
  • GPU: NVIDIA GeForce RTX™ 4050 (6GB GDDR6) 120 Watt TGP
  • RAM: 16 GB DDR5-5600 MHz RAM (2 x 8 GB)
  • Storage: SSD 512 GB PCIe® Gen4 NVMe™ TLC M.2 SSD
  • Display: 16.1″ diagonal, FHD Display Antiglare IPS 250 nits 144Hz Narrow Border flat
  • Network: 10/100/1000 GbE LAN
  • Wireless: MediaTek Wi-Fi 6E MT7922 (2×2) and Bluetooth® 5.3
  • Audio: B&O; Dual speakers; HP Audio Boost
  • Webcam:  HP True Vision 1080p FHD camera with temporal noise reduction and integrated dual array digital microphones
  • Sensors: IR thermal sensor
  • OS: Windows 11 Home
  • Battery:  4-cell, 70Wh Li-ion polymer / Up to 9 hours (Video Playback)
  • Weight: 2.33 kg
  • Dimensions (W X D X H): 36.9 x 25.94 x 2.29 (front) – 2.39 (rear) cm
  • Warranty: 2 Year Onsite Service

การออกแบบตัวเครื่อง

HP ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของเกมมิ่งโน้ตบุ๊กในตระกูล Victus ไว้อย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่มีขนาดใหญ่ด้วยหน้าจอขนาด 16.1 นิ้ว แต่ทาง HP เองก็พยายามออกแบบเส้นสายของตัวโน้ตบุ๊กให้ดูเพรียวบางลง ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาประสิทธิภาพในการระบายความร้อนของซีพียูและกราฟิกการ์ดได้เป็นอย่างดี

จอภาพ 16.1 นิ้ว FHD 144Hz ขอบบาง

สมกับเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กครับ Victus 16 รุ่นนี้จะมาพร้อมกับจอ IPS ความละเอียด Full HD (1920×1080) แบบไม่สะท้อน และเป็นจอแบบขอบบาง พร้อมด้วยรีเฟรชเรต 144Hz ที่เหมาะอย่างมากสำหรับการเล่นเกมที่ต้องใช้การแสดงผลที่รวดเร็ว เช่นเกมแนว FPS หรือเกมแข่งรถ เป็นต้น

ด้านบนสุดของจอภาพติดตั้งกล้องเว็บแคมพร้อมด้วยตัวปิดหน้ากล้องที่สามารถเลื่อนปิดเปิดได้ตลอดเวลา ตรงนี้ถือว่าทาง HP ออกแบบมาได้เป็นอย่างดีครับ แม้พื้นที่จะเล็กแต่ก็ออกแบบตัวปิดกล้องเพิ่มมาเพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวอีกด้วย ที่สำคัญกล้องที่ให้มานี้รองรับความละเอียดระดับ Full HD ให้ความคมชัดที่ดี และมาพร้อมกับไมโครโฟน dual array แบบดิจิตอลที่ตัดเสียงรบกวนได้

คีย์บอร์ดและทัชแพด

คีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้จัดว่าใช้งานได้ถนัดมือมาก ๆ ก็ด้วยความที่เป็นโน้ตบุ๊กที่ใช้หน้าจอขนาดใหญ่ ก็เลยมีพื้นที่มากอยู่พอสมควร สามารถพิมพ์งานได้ถนัดไม่แตกต่างไปจากการใช้คีย์บอร์ดของเครื่องเดสก์ท้อป รวมไปถึงปุ่มลูกศรเองก็มีขนาดใหญ่ใช้งานถนัดเช่นกัน และยังมาพร้อมกับชุดปุ่มตัวเลขยิ่งเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานเพิ่มขึ้นไปอีก

ที่คีย์บอร์ดมีไฟ RGB ที่ส่องสว่างรอบ ๆ ปุ่ม รวมถึงสว่างลอดตัวอักษรที่อยู่บนปุ่มทั้งตัวภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ทำให้มองเห็นได้ชัดเจนพิมพ์งานได้ไม่ผิดพลาด ส่วนไฟ RGB ของคีย์บอร์ดก็สามารถปรับแต่งได้จากซอฟต์แวร์ Light Studio ซึ่งซอฟต์แวร์นี้ก็สามารถปรับไฟ RGB ของอุปกรณ์อื่น ๆ จาก HP ได้อีกเช่นกัน

ส่วนทัชแพดก็มีขนาดใหญ่ใช้งานได้ถนัดมือมาก ๆ ครับ โดยเฉพาะเวลาที่ไม่ได้เล่นเกม เราแถบจะไม่ต้องพึ่งพาเมาส์เลย สามารถควบคุมเคอร์เซอร์ได้ง่าย อีกทั้งยังรองรับการใช้งานแบบมัลติทัชที่ทำให้ควบคุมการแสดงแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยรวมทั้งคีย์บอร์ดและทัชแพดเราคิดว่าทำออกมาได้ดีครับ ลงตัวเหมาะสมกับขนาดของตัวโน้ตบุ๊ก

ลำโพงคู่ B&O พร้อม HP Audio Boost

โดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยได้สนใจลำโพงที่ติดตั้งมาพร้อมกับโน้ตบุ๊กมากนัก เพราะเวลาเล่นเกมจริง ๆ เราก็มักจะใช้เกมมิ่งเฮดเซตเป็นหลักอยู่แล้ว แต่ว่าด้วยความพรีเมี่ยมของ HP และต้องการทำให้ Victus เป็นโน้ตบุ๊กที่มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุดจึงได้ติดตั้งลำโพงคู่ของ B&O มาให้ด้วย พร้อมด้วยเทคโนโลยี HP Audio Boost เพิ่มมาให้ เสียงที่ได้ก็จะมีคุณภาพที่ดีกว่าลำโพงที่อยู่ในเกมมิ่งโน้ตบุ๊กทั่วไป และก็พอที่จะฟังเพลง หรือดูหนังได้เพลิน ๆ โดยไม่จำเป็นต้องใส่เฮตเซตครับ

พอร์ตการเชื่อมต่อ

พอร์ตการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ๆ เพิ่มเติมของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็จะอยู่ทั้งทางด้านซ้ายและด้านขวาของตัวโน้ตบุ๊กครับ ทางด้านซ้ายประกอบไปด้วยพอร์ตสำหรับต่อสาย LAN ตามด้วยพอร์ต USB Type-A และถัดมาเป็นช่องที่ให้อากาศเย็นเข้าตัวโน้ตบุ๊ก และสุดท้ายเป็นคอนเน็คเตอร์ Audio แบบ Combo ครับที่ใส่ทั้งไมค์และหูฟังในช่องเดียวกัน แบบที่ใช้กับสมาร์ทโฟนนั่นแหละครับ ซึ่งมันก็สะดวกดีเพราะเราสามารถใช้งานร่วมกับหูฟังจากสมาร์ทโฟนได้เลย

ส่วนทางด้านขวาของตัวเครื่องก็จะมีคอนเน็คเตอร์ต่ออะแดปเตอร์ขนาด 230 วัตต์ ถัดมาเป็นพอร์ต HDMI 2.1 ตามด้วยพอร์ต USB Type-A สองช่อง และ USB Type-C อีกหนึ่งช่อง ซึ่งสามารถใช้เป็น DisplayPort™ 1.4a และจ่ายไฟได้ในตัว ในกรณีที่ต่อกับจอภาพแบบพกพาเพิ่มเติม โดยรวมก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานครับ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป

การระบายความร้อน

การระบายความร้อนของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ลมร้อนจะถูกส่งออกมาทางด้านหลังของโน้ตบุ๊กทั้งหมด โดยช่องทางอากาศเย็นนั้นก็จะมีการดึงเข้ามาทั้งจากทางด้านล่างและด้านข้างของโน้ตบุ๊กเป็นหลัก ทำให้เราไม่ถูกรบกวนจากอากาศร้อนเลยทำให้เราสามารถใช้งานโน้ตบุ๊กรุ่นนี้อย่างต่อเนื่องด้วยระยะเวลายาวนานได้อย่างสบายใจและสบายมือ

ภายในของชุดระบายความร้อนจะประกอบไปด้วยพัดลมสองตัวให้กับซีพียูหนึ่งตัวและการ์ดจอแยกอีกหนึ่งตัว ทำให้ระบายความร้อนออกจากตัวเครื่องได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีปัญหาความร้อนสะสมแม้ใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ดูรอบนอกตัวโน้ตบุ๊กกันไปหมดแล้ว ตอนนี้เรามาเจาะลึกถึงขุมพลังสำคัญในการขับเคลื่อนซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้กันบ้าง

ขุมพลังยุคใหม่ซีพียู AMD Ryzen 7 7840HS ที่มาพร้อม Ryzen AI ฮาร์ดแวร์สำหรับประมวลผล AI โดยเฉพาะ

คงไม่ต้องบอกว่าตอนนี้เราได้เข้าสู่ยุคที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในตอนนี้ระบบปฏิบัติการยอดนิยมอย่าง Windows 11 หรือซอฟต์แวร์ชุดสำนักงาน Microsoft 365 รวมถึงแอปพลิเคชันยอดนิยมหลายตัวต่างก็เริ่มใส่คุณสมบัติของ AI มาให้เราใช้งานกันแล้วเช่นกัน

โดยทั่วไปแล้วตอนนี้การประมวลผลด้วย AI ส่วนใหญ่จะเป็นการประมวลผลมาจากทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์หรือคลาวด์ของผู้ให้บริการ แต่ในการทำงานในระยะยาวแล้วการประมวลผล AI ด้วยเซิร์ฟเวอร์หรือคลาวด์ทั้งหมดก็อาจจะพบกับปัญหาในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากจำนวนผู้ใช้เติบโตอย่างรวดเร็ว การร้องขอการประมวลผลเกิดขึ้นตลอดเวลาซึ่งจะส่งผลให้การทำงานนั้นช้าลงอย่างแน่นอน ในท้ายที่สุดแล้วทางผู้ให้บริการ AI ก็จะต้องให้อุปกรณ์ที่อยู่ปลายทางจำเป็นต้องเข้ามาช่วยในการประมวลผลด้วยเบื้องต้นเพื่อลดภาระทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์และจะช่วยให้ผู้ใช้เองเข้าถึงข้อมูลที่ประมวลผลด้วย AI ได้เร็วขึ้นด้วย

เช่นต่อไปหากเราต้องการสั่งงาน AI ด้วยเสียง แทนที่ข้อมูลเสียงของเราจะต้องส่งขึ้นไปบนเซิร์ฟเวอร์หรือคลาวด์แล้วค่อยประมวลผล เราก็จะประมวลผลเสียงของเราด้วย ฮาร์ดแวร์ AI จากเครื่องของเรา แล้วส่งไปคำร้องขอแบบที่ AI ด้วยกันเข้าใจไปยังผู้ให้บริการซึ่งการทำเช่นนี้ก็จะลดภาระในการประมวลผลและทำให้เราสามารถได้คำตอบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

เมื่อแนวโน้มเป็นเช่นนี้ทาง AMD จึงได้พัฒนาซีพียู Ryzen 7040 Series รุ่นล่าสุดสำหรับโน้ตบุ๊กให้มีฮาร์ดแวร์พิเศษชื่อว่า Ryzen AI (สถาปัตยกรรม AMD XDNA) เพื่อใช้สำหรับประมวลผลงานทางด้าน AI และเราก็สามารถบอกได้ว่านี่คือซีพียู x86 รุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมด้วยประมวลผลด้าน AI โดยเฉพาะ

ตามปกติซีพียูทั่วไปจะประมวลผลชุดคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับ AI ด้วย FPU ของซีพียูเป็นหลัก เนื่องจากการประมวลผลด้าน AI ก็คือการทำงานเกี่ยวกับทางด้านคณิตศาสตร์นั่นเอง หรือหากต้องการเร่งความเร็วด้าน AI ก็อาจจะต้องใช้ GPU เข้ามาช่วย แต่นั่นก็จะทำให้มีการใช้พลังงานมากขึ้นซึ่งมันไม่เหมาะเลยสำหรับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก แต่ด้วย Ryzen AI ที่ใช้สถาปัตยกรรม AMD XDNA ซึ่งเปรียบได้กับคอร์ประมวลผลขนาดเล็กที่ทำงานเฉพาะด้าน พร้อมกับการมีหน่วยความจำในส่วนของตัวเองไม่ต้องไปวุ่นวายกับหน่วยความจำแคชหลักของซีพียูในระหว่างการประมวลผล ทำให้สามารถประมวลผลได้เร็วกว่า และประหยัดพลังงานมากกว่า

XDNA Cores นั้นสามารถรองรับการประมวลผลโมเดลพื้นฐานที่ใช้ในงาน AI หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น Convolutional Neural Network (CNN) ซึ่งเป็นการประมวลผลที่เกี่ยวกับการจำลองการมองเห็น หรือพูดง่าย ๆ ก็คือเป็นตาของ AI, Recurrent Neural Network (RNN) การประมวลผลโมเดลสำหรับการแก้ปัญหาการจัดลำดับของข้อมูลช่วยให้โมเดลรู้จักการจดรูปแบบของการจัดลำดับได้ และรองรับ Long Short-Term Memory (LSTM) เป็นโมเดลอีกหนึ่งรูปแบบที่ลงรายละเอียดมากกว่า RNN คือจะจัดลำข้อมูลที่มีลำดับที่ค่อนข้างจะสั้นกว่า (แต่ก็ทำอยู่ในข้อมูลที่ยาว ๆ ของ RNN นั่นแหละ) ซึ่งการรองรับโมเดลเหล่านี้ นอกจากจะใช้ประมวลผลเพื่อต้องการหาคำตอบแล้ว เรายังสามารถใช้โมเดลเหล่านี้ในการฝึกอบรม AI ได้ด้วยเช่นกัน

กลับมาดูส่วนที่เป็นแกนหลักของซีพียู Ryzen™ 7 7840HS กันบ้างครับ ซีพียูรุ่นนี้ใช้สถาปัตยกรรม Zen 4 ที่ได้รับการปรับปรุงมาล่าสุดเช่นกัน ผลิตด้วยเทคโนโลยี TSMC 4nm FinFET เป็นซีพียูแบบ 8 คอร์ 16 เธรด พร้อมหน่วยความจำแคชสูงถึง 24MB ทำงานด้วยความเร็วพื้นฐาน 3.8GHz และบูสต์ได้สูงสุดที่ 5.1GHz โดยมี TDP อยู่ระหว่าง 35 – 45 วัตต์เท่านั้น ส่วนรายละเอียดการทำงานจริงและอุณหภูมิในการทำงานเป็นอย่างไรเดี๋ยวไปติดตามกันในช่วงของการทดสอบ

จุดเด่นสำคัญอีกส่วนหนึ่งที่มาพร้อมกับ Ryzen™ 7 7840HS ก็คือกราฟิก Radeon™ 780M สถาปัตยกรรม RNDA3 ที่สามารถเข้ามาเป็นผู้ช่วยสำคัญในการทำงานแบบประหยัดพลังงานเมื่อคุณทำงานพื้นฐานทั่วไป เช่นการดู YouTube การดูหนังจากแอปพลิเคชันต่าง ๆ หรือการแสดงผลทั่วไป หน้าที่การทำงานเหล่านี้จะเป็นของ Radeon™ 780M แต่เมื่อคุณเล่นเกมหรือทำงานกราฟิก หรืองานตัดต่อวิดีโอที่ต้องใช้การประมวลผลสูง ๆ งานเหล่านั้นจึงจะถูกส่งต่อไปให้การ์ดจอแยก GeForce RTX™ 4050 ทำงาน

ในกราฟิก Radeon™ 780M เองที่ใช้สถาปัตยกรรม RNDA3 นี้ก็มีจุดเด่นอยู่ในตัวมากมายเช่นกัน และทันสมัยไม่แพ้การ์ดจอแยกเลย เช่นในส่วนของการเข้ารหัสและถอดรหัสวิดีโอก็รองรับ AV1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการรับชมหรือการใช้งานมีเดียไฟล์ใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตามในบางสถานการณ์คุณสามารถใช้งาน Radeon™ 780M ร่วมกับ GeForce RTX™ 4050 ได้เช่นกัน อาทิ ในกรณีที่คุณต้องการเล่นเกมไปพร้อม ๆ กับการบันทึกหน้าจอ คุณก็สามารถใช้ซอฟต์แวร์ OBS Studio แล้วตั้งค่าการบันทึกวิดีโอโดยใช้ Radeon™ 780M ทำการเข้ารหัสวิดีโอ แล้วก็ปล่อยให้การเล่นเกมเป็นของ GeForce RTX™ 4050 ไปแบบเต็ม ๆ เพียงเท่านี้คุณก็จะไม่สูญเสียประสิทธิภาพในการเล่นเกมแล้ว

การ์ดจอแยก GeForce RTX™ 4050

แน่นอนว่าเมื่อเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กสิ่งสำคัญอีกส่วนที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการ์ดจอแยก โดยโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ได้ติดตั้งการ์ดจอแยกมาเป็น GeForce RTX™ 4050 Laptop GPU พร้อมหน่วยความจำ 6GB (GDDR6) ที่สำคัญคือเป็น GPU รุ่นที่รองรับ TGP/TDP ที่ 120  วัตต์ ซึ่งโดยปกติแล้ว RTX™ 4050 ที่ใช้กับโน้ตบุ๊กนั้นจะมีค่า TGP/TPD ที่กว้างมาก ๆ โดยเริ่มตั้งแต่ 35 วัตต์ ไปจนถึง 115 วัตต์ ตามมาตรฐานของเอ็นวิเดีย แต่ในโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ได้รับการออกแบบให้สามารถรองรับการบูสต์เพื่อใช้พลังงานได้สูงสุดในระดับ 120 วัตต์ (ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิในการทำงาน) จึงทำให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในรุ่น

แม้ว่าการ์ดจอแยกที่ติดตั้งมานี้คือกราฟิกรุ่นเล็กสุดของกลุ่ม RTX™ 40 Series แต่ GeForce RTX™ 4050 Laptop GPU นี้ก็รองรับฟังก์ชันการทำงานต่าง ๆ ได้อย่างครบครัน ด้วย CUDA Core 2560 คอร์ สถาปัตยกรรม Ada Lovelace, Ray Tracing Core เจนเนอร์เรชัน 3, Tensor Cores เจนเนอร์เรชัน 4 และฮาร์ดแวร์พิเศษ Optical Flow Accelerator (OFA) ที่ทำให้สามารถรองรับคุณสมบัติการเพิ่มเฟรม DLSS 3 Frame Generation ได้นั่นเอง ซึ่งเจ้า OFA นี้จะมีเฉพาะใน RTX™ 40 Series เท่านั้น

ตรวจสอบคุณสมบัติทั่วไปของซีพียูและกราฟิก

ทดสอบสอบคุณสมบัติการทำงานของซีพียูด้วย AIDA64, 3DMark CPU Profile และ Cinebench 2024

AMD Ryzen™ 7 7840HS ระบุมาว่าเป็นซีพียูแบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว Base Clock อยู่ที่ 3.8GHz และบูสต์ได้สูงสุดที่ 5.1GHz ในการทำงานจริงซีพียูอาจจะลดความเร็วของ Base Clock ต่ำลงได้ในระดับหลักร้อย MHz หรืออยู่แถว ๆ 1GHz ได้ในบางช่วงหากไม่มีเวิร์คโหลด เพื่อลดการใช้พลังงานนั่นเอง แต่ในการทำงานทั่วไปก็จะวิ่งอยู่ในช่วง 3.7-3.8GHz เป็นหลักและในกรณีที่มีเวิร์คโหลดจำนวนน้อยหรือการทำงานแบบซิงเกิลคอร์ ซีพียูก็สามารถที่จะบูสต์ตัวเองไปถึงระดับ 5.1GHz ได้ จากการทดสอบเบื้องต้นนี้แสดงให้เห็นว่าการระบายความร้อนของ HP Victus นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ๆ เพราะในการทดสอบอย่างหนักหน่วงด้วย 3Dmark CPU Profile ก็สามารถทำความเร็วไปอยู่ในระดับ 5.1GHz ได้ตามคุณสมบัติของซีพียู

ในระหว่างการทดสอบ CPU Profile สามารถบูสต์สูงสุดได้ในระดับ 5.1GHz ถือว่าทำผลงานได้ดีทั้ง AMD ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิต 4nm และ HP ที่ออกแบบการระบายความร้อนมาอย่างดี

ส่วนการทำงานด้วยเวิร์คโหลดหนักแบบทุกคอร์ทุกเธรดอย่างการทดสอบด้วย Cinebench 2024 ซีพียูก็จะบูสต์ไปทำงานในระดับ 4.4GHz ได้ในแบบทุกคอร์ ซึ่งถือว่าเป็นความเร็วที่สูงพอตัวเลยทีเดียว และนี่เราต้องไม่ลืมว่าเป็นซีพียูบนโน้ตบุ๊กที่มี TDP ในระดับ 35-45W (ที่ Base Clock) แต่การใช้งานจริงเราก็จะเห็นจากการทดสอบแล้วว่าสามารถเพิ่มการทำงานไปได้ในระดับ 65W กันเลยทีเดียว ส่วนความเร็ว CPU Max ที่เป็นพุ่งไปแตะระดับ 5.4GHz !!! ก็อย่าไปตกใจ มันเป็นเพียงช่วงพีคที่พุ่งขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาทีในแบบที่ไม่มีโหลดเท่านั้นครับ แต่เราทดสอบด้วยระยะเวลาที่นานพอสมควรความเร็วนี้มันจึงกระจายไปสู่คอร์ต่าง ๆ เท่านั้นเอง เอาเป็นว่าในเบื้องต้นทาง HP ออกแบบระบบระบายความร้อนมาดีมากครับ สามารถดึงความสามารถของซีพียูออกมาได้อย่างเต็มที่

ตรวจสอบคุณสมบัติของกราฟิก Radeon™ 780M และ GeForce RTX™ 4050 (6GB GDDR6)

ก็อย่างที่ได้กล่าวไปตอนต้นครับว่าโน้ตบุ๊กรุ่นนี้มีกราฟิกรวมในตัวซีพียูมาด้วย แม้ว่าจะไม่ถูกใช้ในระหว่างเล่นเกม แต่ก็มีบทบาทอย่างมากในการทำงานทั่วไป และเอาเข้าจริง ๆ Radeon™ 780M ก็พอจะเล่นเกมได้เช่นกันครับ ตอนนี้เรามาดูคุณสมบัติการทำงานของกราฟิกทั้งสองกันดีกว่าครับว่ามีขีดความสามารถในการทำงานในระดับใด เราทำการตรวจสอบคุณสมบัติของกราฟิกทั้งสองด้วยโปรแกรม GPU-Z และทำการเบิร์นด้วยโปรแกรม FurMark v1.37

ทดลอง Radeon™ 780M

เรามาดูที่ Radeon™ 780M กันก่อนครับ การทำงานโดยปกติของ iGPU หรือกราฟิกรวมนี้จะใช้ GPU Clock ที่ค่อนข้างต่ำครับ เพราะงานส่วนใหญ่จะเป็นไปเพียงเพื่อการแสดงผลเท่านั้น แต่สำหรับ Radeon™ 780M นี่ต้องถือเป็นข้อยกเว้นเพราะมันสามารถถูกนำไปใช้ในการเล่นเกมและประมวลผลงานหนักได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ความเร็ว GPU Clock ในภาวะปกติจะอยู่ที่ 800MHz เท่านั้น ส่วนความเร็วของหน่วยความจำนั้นก็ขึ้นอยู่กับแรม (RAM) ของระบบครับเพราะ iGPU ไม่มีแรมเป็นของตัวเอง เมื่อเราทำการเบิร์น Radeon™ 780M ด้วย FurMark เราจะเห็นได้ว่า GPU Clock นั้นสามารถเร่งความเร็วไปได้ถึงระดับ 2700MHz เลยทีเดียว ซึ่งเป็นการเพิ่มที่สูงมากจากระดับปกติ และตัว GPU เองก็สามารถดึงกำลังไฟฟ้าของระบบมาใช้งานในสูงถึง 49 วัตต์ ส่วนความร้อนนั้นจะอยู่ในระดับ 56 องศาเซลเซียสในส่วนของ SoC ส่วนตัวซีพียูมีอุณหภูมิที่ 59.3 องศาเซลเซียส ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

ทดลอง RTX™ 4050

GPU Clock ของ RTX™ 4050 ที่ระบุมาว่า 2070MHz นี่จริง ๆ แล้วก็เป็นความเร็วในการทำงานปกติครับ แต่ถ้าไม่มีเวิร์คโหลดความเร็วนั้นจะถูกลดลงมาเหลือแค่หลักร้อย MHz เท่านั้น เพื่อประหยัดพลังงาน ส่วนการใช้งานจริงเมื่อมีเวิร์คโหลดเข้ามาสามารถบูสต์ได้สูงสุดที่ 2355MHz ส่วนในระหว่างการทดสอบก็บูสต์มาได้ที่ 2310MHz โดยที่ตัวกราฟิกใช้พลังงานไปราว 106.6 วัตต์ ส่วนตัวการ์ดจอแยกทั้งหมดจะใช้พลังงานไป 118 วัตต์ เวิร์คโหลด 98% ส่วนอุณหภูมิของกราฟิกอยู่ที่ 76 องศาเซลเซียส ทดสอบในห้องอุณหภูมิประมาณ 26-27 องศาเซลเซียส ก็ถือว่าการระบายความร้อนอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ

โดยรวมก็ถือว่าระบบการระบายความร้อนของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ทำออกมาได้ดี เพราะสามารถระบายความร้อนได้อย่างทันเวลาเพื่อดึงประสิทธิภาพการทำงานในระดับสูงสุดของฮาร์ดแวร์ออกมา ต่อไปเราก็มาดูประสิทธิภาพในการเล่นเกมกันบ้างครับ

การเล่นเกม

เราอาจจะไม่ได้ทดสอบกับเกมที่หลากหลายมากนัก แต่เราก็เลือกเกมที่พอจะเป็นตัวแทนของเทคโนโลยีเกมในรูปแบบต่าง ๆ มาให้ได้ชมกันครับ เริ่มด้วย Cyberpunk 2077 ที่เป็นตัวแทนของเกมรุ่นใหม่และมีการเรียกใช้เทคโนโลยีล่าสุดอย่าง DLSS3 Frame Generation, Forza Horizon 5 เกมขับรถกราฟิกสุดอลังการ,  Shadow of the Tomb Raider เกมเก่าที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2018 แต่ก็อัปเดตเทคโนโลยีมาเรื่อย ๆ จนรองรับ Ray Tracing; DLSS; FSR และเกมสุดท้าย Tom Clancy’s Rainbow Six Extraction ที่ให้เป็นตัวแทนของเกมอีสปอร์ตแนว FPS ที่ทันสมัย

Cyberpunk 2077: ตัวเกมเองแนะนำให้ตั้งค่ากราฟิกในระดับ Low เข้าใจว่าเกมคงไปตรวจสอบพบ Radeon™ 780M ซะก่อนจึงได้รายงานให้เราตั้งค่ากราฟิกระดับ Low ส่วนการใช้งานจริงเมื่อเข้าสู่เกมตัวการ์ดจอที่ทำงานก็คือ GeForce RTX™ 4050 ครับ และเราก็เริ่มด้วยการตั้งค่ากราฟิกระดับ High กับความละเอียด 1080p

ก็ต้องยอมรับนะครับว่าการตั้งค่าของเราอาจจะเกินตัวไปสักเล็กน้อย เพราะเกมนี้ใช้กราฟิกที่หนักมากจริง แค่ไม่เปิด Raytracing ก็หนักพออยู่แล้ว แต่ก็ยังสามารถเล่นได้ที่ 67 FPS ด้วยกราฟิกระดับ High แต่ถ้าต้องการเพิ่ม Raytracing เข้าไปอีกก็ต้องอาศัย DLSS เพิ่มครับจึงจะได้เฟรมที่สูง ๆ คืนมา แต่ถ้าเรายอมไปลดรายละเอียดในส่วนอื่น ๆ ก็คิดว่าน่าจะได้เฟรมที่สูงกว่านี้ครับ แต่ในความเป็นจริงเกมนี้เราไม่ได้ไปแข่งกับใครคงไม่จำเป็นต้องไปปั่นให้ถึงในระดับ 100 FPS

Shadow of the Tomb Raider: อย่างที่บอกครับว่าเป็นเกมเก่าตั้งแต่ปี 2018 แต่ก็เป็นเกมที่อัปเดตตัวเองให้ทันสมัยอยู่ตลอดตั้งแต่การรองรับ Raytracing, รองรับ DLSS รองรับ FSR รวมถึง XeSS ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเทคโนโลยีการอัปสเกลที่เกมใหม่ ๆ บางเกมไม่มีด้วยซ้ำไป

สำหรับเกมนี้หากเราไม่เปิดพวก Raytracing ก็สามารถรันได้ในระดับเกิน 100 FPS ที่การตั้งค่าในระดับ Ultra หรือเปิด Raytracing แบบเบา ๆ ก็ยังได้เห็นตัวเลขระดับ 100 FPS อยู่ แต่พอเปิดหนักก็หล่นไปแถว 60 FPS และเมื่อเปิด DLSS ก็ทำเฟรมกลับขึ้นมาได้ในระดับ 96 FPS ครับ

Forza Horizon 5: เกมขับรถล่าสุดที่มีกราฟิกและฉากใหญ่สุดลูกหูลูกตา เป็นเกมขับรถแบบโอเพ่นเวิลด์ที่เล่นได้เพลินจริง ๆ ตัวเกมนี้ก็แนะนำให้เราตั้งกราฟิกแบบ Low เช่นกัน ซึ่งก็น่าจะเป็นเหตุผลเดียวกันกับ Cyberpunk 2077 แต่ก็ไม่เป็นปัญหาครับพอเข้าเกม RTX™ 4050 ก็ทำงานทันที เกมนี้เราใช้ค่า Preset ทั้งหมดจากตัวเกมครับไม่ได้ปรับแต่งอะไรเพิ่ม โดยเล่นสามระดับรายละเอียดคือ Extreme, Ultra และ High โดยเกมนี้มีการเปิดใช้ Frame Generation และ Raytracing ไว้ตลอดการทดสอบครับ

ผลการทดสอบครั้งแรกก็ตกใจเหมือนกันที่ FPS นั้นอยู่ที่ระดับ 43 FPS เท่านั้น แต่พอมาดู Preset ที่เกมกำหนดให้ก็เข้าใจได้ว่าทำไม FSP จึงเหลือแค่นี้ แม้จะอยู่ที่ 43 FPS แต่ภาพที่ได้นั้นก็ถือว่าสวยมากจริง ๆ ครับ ส่วนตัวเลือกระดับ Ultra ที่ยังคงให้ภาพสวยงามมากเช่นกันเฟรมก็เพิ่มมาที่ 75 FPS ซึ่งเราคิดว่าลงตัวมากับเกมนี้ในตอนที่เล่นคนเดียวเราไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่านี้ แต่ถ้าคุณชื่นชอบ FPS ที่สูงจริง ๆ ปรับมาที่ระดับ High คุณก็จะได้เฟรมเรตที่สูงถึง 142 FPS เพิ่มมาอีกเป็นเท่าตัวเลย และภาพที่ได้ก็ยังคงสวยงามครับความเงางามของรถยังคงอยู่

Tom Clancy’s Rainbow Six Extraction: เกมแนว FPS ที่ต้องการปั่น FPS ในระดับสูง และแน่นอนว่าโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ทำได้ดีเช่นกัน เรายังคงตั้งค่าของความละเอียดเกมไว้ที่ 1080p ซึ่งเป็นความละเอียดของหน้าจอโน้ตบุ๊กจากนั้นใช้ Preset ทั้งหมดที่เกมมีมาให้ โดยไล่มาตั้งแต่ Ultra, Very High, High, Medium และ Low

คะแนนที่ได้ถือว่าไม่ธรรมดาเลยครับสำหรับเกมนี้แม้จะตั้งไว้ที่ Ultra ก็ยังทำเฟรมได้สูงถึง 137 FPS และเฟรมก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อลดรายละเอียดลง โดยที่ระดับ High และ Medium นั้นให้ผลต่างกันแค่ 4 เฟรมเท่านั้น ส่วนการตั้งค่าในระดับ Low จะได้เฟรมได้สูงถึง 178 FPS เลยทีเดียว ดังนั้นใครที่เล่นเกมแนว FPS เห็นแบบนี้แล้วก็สบายใจได้เลยว่าคุณพร้อมที่จะลุยในทุกสนาม

การทำงาน

ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยเลือกซื้อเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก แต่ไม่ได้ใช้เล่นเกม แต่เลือกเพราะความแรงของฮาร์ดแวร์ที่ตอบสนองการทำงานได้ดีในราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊กในกลุ่ม Workstation นั่นเองครับ และในชีวิตจริงเราก็คิดว่าเกมเมอร์หลายคนเองก็ยังอยู่ในวัยเรียนและวัยเริ่มต้นทำงาน การมีโน้ตบุ๊กหนึ่งเครื่องแต่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างรอบด้านก็จะเป็นอะไรที่คุ้มค่าและน่าลงทุนกว่า

ทดสอบด้วย Blackmagic RAW และ Davinci Resolve

เรามาประเดิมกันด้วยพลังดิบของซีพียูกับกราฟิกในการทำงานร่วมกับไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงกันเลยครับ โดยใช้ซอฟต์แวร์ Blackmagic RAW ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์จากผู้พัฒนา Davinci Resolve โปรแกรมตัดต่อวิดีโอยอดนิยม

รูปด้านบนเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของซีพียู Ryzen™ 7 7840HS + GeForce RTX™ 4050 ส่วนรูปด้านล่างเป็นการทดสอบ Ryzen™ 7 7840HS + Radeon™ 780M

แน่นอนครับว่าการ์ดจอแยกอย่าง RTX™ 4050 จะให้ประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีกว่า Radeon™ 780M ที่เป็น iGPU และในการใช้งานจริงของโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ Davinci Resolve โปรแกรมก็จะเลือกทำงานกับ RTX™ 4050 เป็นหลักครับ ซึ่งจะทำงานได้รวดเร็วกว่า เราลองทดสอบในการ Export ไฟล์วิดีโอขนาด 4K60 ความยาว 3.20 นาทีพบว่า ถ้าใช้ RTX™ 4050 จะใช้เวลา 1.33 นาที ถ้าใช้ Radeon™ 780M จะใช้เวลาไป 3.08 นาที ครับ

ทดสอบด้วย Blender

สำหรับสายปั้นโมเดล 3D ที่ใช้ Blender เป็นหลัก บอกได้เลยครับว่าโน้ตบุ๊กรุ่นนี้คือจุดเริ่มต้นที่ดีมาก ๆ เพราะคุณจะสามารถได้ทั้งพลังของซีพียูในระดับ 8 คอร์ 16 เธรด สำหรับงานที่ต้องประมวลผลด้วยซีพียู และใช้ตัวเลือกในการเรนเดอร์ได้ทั้ง CUDA และ Optix มาช่วยในการเรนเดอร์ได้อย่างรวดเร็ว เดี๋ยวเรามาจากตัวอย่างการทดสอบเหล่านี้กันครับ โดยเราได้ใช้ไฟล์ตัวอย่างจากทาง Blender จำนวน 4 งานด้วยกันคือ Barcelona, Barbershop, Classroom และ Flat ในการทดสอบเราจะใช้การประมวลผลด้วย CPU, CUDA และ Optix ซึ่งเป็นไลบรารีที่ RTX 40 รองรับเช่นกันมาเปรียบเทียบให้เห็นว่าเร็วแตกต่างกันอย่างไร

จากการทดสอบเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าตัวเลือกการเรนเดอร์ Optix ที่มีใน RTX 40 นั้นทำงานได้เร็วกว่าการเลือกใช้ CUDA ปกติอยู่พอสมควรเลยทีเดียว นั่นแสดงให้เห็นว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ไม่เพียงแต่พร้อมสำหรับการเล่นเกม แต่ยังพร้อมสำหรับการทำงานด้านกราฟิกด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะใครที่กำลังศึกษากราฟิกและ VFX ซึ่ง Blender สามารถรองรับงานเหล่านี้ได้ และการเลือกใช้โน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็ทำให้คุณมีทางเลือกในการใช้งานที่ค่อนข้างจะหลากหลายครับ

OMEN Gaming Hub ซอฟต์แวร์ที่ช่วยจบทุกปัญหาการใช้งาน

สำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้เกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่ใช้ซีพียูของ AMD ที่มีกราฟิกในตัวร่วมกับกราฟิกแยก GeForce มาก่อน ก็อาจจะเคยได้ยินปัญหามาบ้างว่าเล่นเกมเฟรมต่ำ การ์ดจอแยกไม่ทำงาน แต่ถ้าคุณมาใช้ HP Victus รุ่นนี้บอกได้เลยครับว่าหมดกังวล เนื่องจาก HP ได้นำซอฟต์แวร์ OMEN Gaming Hub ซึ่งปกติจะอยู่ในเกมมิ่งโน้ตบุ๊กระดับท็อป มาใส่ไว้ใน Victus ด้วย ซึ่งซอฟต์แวร์ตัวนี้จะช่วยจัดการทุกความยุ่งยากให้กับคุณ ไม่ว่าจะเป็นโหมดการทำงานของโน้ตบุ๊ก จะปรับให้ประหยัดพลังงาน ปรับให้สมดุล หรือต้องการประสิทธิภาพสูงสุดก็เลือกได้เลยจาก Gaming Hub ไม่ต้องเข้าไปเซตค่าให้วุ่นวายกัน Setting ของวินโดวส์

หรือใครที่กลัวว่าเล่นเกมแล้วการ์ดจอแยกไม่ทำงานก็ไม่ต้องกังวลเพราะ Gaming Hub นี้เขาได้รวบรวมโปรไฟล์เกมต่าง ๆ จากผู้เล่นเกมทั่วโลกที่ใช้เกมมิ่งโน้ตบุ๊กของ HP มารวบรวมไว้หมดแล้ว เวลาที่คุณต้องการเล่นเกมนั้น ๆ ก็สามารถมาเลือกเข้าเกมจาก Gaming Hub โดยตรงได้เลย ซึ่งมันจะตัดปัญหาเรื่องเล่นเกมแล้วการ์ดจอแยกไม่ทำงานไปได้ทั้งหมด แต่จริง ๆ แล้วแม้คุณไม่ได้เรียกเกมผ่าน Gaming Hub ระบบก็สามารถตรวจสอบและทำการบูสต์และออปติไมซ์ระบบให้กับคุณโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว รวมไปถึงคืนค่าหน่วยความจำที่รั่วไหลไปก่อนเข้าเกมให้กลับคืนมาอีกด้วย

นอกจากนี้คุณยังสามารถทำการตั้งค่าฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ ทั้งซีพียู กราฟิก กล้อง ไมค์ รวมถึงติดตามการทำงานและอื่น ๆ และการปรับแต่งอีกสารพัดอย่างได้จาก OMEN Gaming Hub จนคุณแทบไม่ต้องไปวุ่นวายกับ Setting ของวินโดวส์เลย สะดวกและรวดเร็วมาก ก็สมกับคำว่าเป็น Gaming Hub จริง ๆ

ความเห็นหลังการใช้งาน

โน้ตบุ๊กรุ่นนี้มีความพร้อมในทุกด้านเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นซีพียูรุ่นล่าสุดอย่าง AMD Ryzen™ 7 7840HS with Radeon™ 780M แบบ 8 คอร์ 16 เธรด นี้สามารถรองรับการทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้อีกสามสี่ปีสบาย ๆ ที่สำคัญการมี Ryzen AI มันทำให้โน้ตบุ๊กรุ่นนี้ไม่เพียงแต่พร้อมสำหรับการอัปเดต Windows รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับ AI เท่านั้น แต่ยังสามารถรองรับกับแอปพลิเคชันอื่น ๆ ที่กำลังแข่งขันกันเรื่อง AI ที่จะตามกันออกมาอีกนับไม่ถ้วน ซึ่งจริง ๆ ตอนนี้ก็เริ่มขึ้นบ้างแล้ว

รวมไปถึงการมีทั้งการ์ดจอในตัว Radeon™ 780M และการ์ดจอแยก GeForce RTX™ 4050 ทำให้คุณมีทางเลือกในการกำหนดให้แอปพลิเคชันต่าง ๆ ไปทำงานบนกราฟิกทั้งสองได้อย่างอิสระ (ตั้งค่าได้จาก Windows) ทำให้คุณสามารถใช้งานฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่ได้เต็มที่ และช่วยให้สามารถทำงานพร้อมกันได้ดีขึ้นด้วย เช่นการเล่นเกมพร้อมการอัดหน้าจอหรือเล่นเกมพร้อมการสตรีม ก็ทำได้อย่างดีไม่มีปัญหา

สำหรับสายคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ก็ต้องบอกครับว่านี่เป็นหนึ่งในโน๊ตบุ๊กที่ทรงพลังพอตัวเลยทีเดียวอย่างฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่นี้ทั้งซีพียูและกราฟิกสามารถทำการตัดต่อวิดีโอในระดับ 4K ได้อย่างสบาย ๆ เรียกได้ว่าเกินพอด้วยซ้ำ และถ้าใครที่เป็นสายปั้นโมเดลกราฟิกโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ก็ตอบโจทย์ด้วยเช่นกัน และถ้าคิดว่าหน้าจอ 16 นิ้วที่ให้มาไม่เพียงพอ ก็สามารถต่อจอภาพภายนอกที่มีความละเอียดระดับ 4K หรือสูงกว่าได้เลย ทำให้การใช้งานและการทำงานของคุณนั้นคล่องตัวขึ้นไปอีก

หลังจากได้ใช้ชีวิตร่วมกับ HP VICTUS GAMING 16-S0080AX มาประมาณหนึ่งสัปดาห์ ก็พอจะบอกความรู้ของภาพรวมได้อย่างนี้ครับ ถ้าคุณต้องการโน้ตบุ๊กสักหนึ่งเครื่องที่ต้องการใช้งานแบบยาว ๆ ราวกับเป็นคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปเครื่องหนึ่ง นี่คือโน้ตบุ๊กที่มีพลังมากพอที่จะให้คุณใช้งานได้ในแบบนั้นและยังสามารถพกพาความแรงออกไปใช้งานนอกสถานที่ได้บางตามโอกาส…

Share via
Copy link