SK hynix เตรียมเดินสายการผลิต HBM4 เป็นรายแรกของโลก กุมความได้เปรียบในสมรภูมิ AI ยุคหน้า
SK hynix ยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ ที่เตรียมจะประกาศศักดาในฐานะผู้ผลิตรายแรกของโลกที่เริ่มสายการผลิตหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงรุ่นที่ 6 หรือ HBM4 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ซึ่งถือเป็นการนำหน้าคู่แข่งในอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ
เร่งสปีดสู่การผลิตจริง รองรับ NVIDIA “Rubin”
รายงานข่าวจากแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่า SK hynix มีแผนที่จะเริ่มการผลิต HBM4 จำนวนมาก (Mass Production) ณ โรงงาน M16 ในเมืองอิชอน จังหวัดคยองกี ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2025 เป็นต้นไป โดยปัจจุบัน SK hynix ได้ส่งมอบตัวอย่างผลิตภัณฑ์ให้แก่ NVIDIA เพื่อทดสอบในขั้นสุดท้ายแล้ว และผลการทดสอบที่ผ่านไปด้วยดีทำให้บริษัทตัดสินใจขยับสถานะสู่การผลิตเพื่อจำหน่ายจริง ซึ่ง HBM4 นี้จะถูกนำไปใช้ในชิปประมวลผล AI เจเนอเรชันถัดไปของ NVIDIA ที่ใช้รหัสพัฒนาว่า “Rubin”
การขยับตัวในครั้งนี้ส่งผลให้ SK hynix ทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง Micron ที่มีแผนจะเริ่มผลิตในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีหน้า และ Samsung Electronics ที่วางเป้าหมายไว้ภายในครึ่งแรกของปีหน้าเช่นกัน การเป็นผู้เริ่มต้นรายแรกไม่เพียงแต่แสดงถึงศักยภาพทางเทคโนโลยี แต่ยังหมายถึงความไว้วางใจที่ได้รับจากลูกค้ารายใหญ่อย่าง NVIDIA ที่เลือกปรับตารางเวลาการเปิดตัวชิป AI ให้สอดรับกับวงจรการผลิตของ SK hynix
จากสินค้ามาตรฐานสู่ “Custom HBM”
ความน่าสนใจของ HBM4 ไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มประสิทธิภาพในเชิงตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคของ “หน่วยความจำเฉพาะทาง” (Customer-tailored HBM) โดย SK hynix ได้ร่วมมือกับ TSMC ยักษ์ใหญ่ด้านการรับจ้างผลิตชิป (Foundry) จากไต้หวัน ในการนำกระบวนการผลิตระดับ 12 นาโนเมตรมาใช้กับ Base Die ซึ่งเปรียบเสมือนสมองของ HBM4
ผลลัพธ์ที่ได้คือประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดด โดย HBM4 จะมีแบนด์วิดท์หรือความเร็วในการรับส่งข้อมูลเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า และปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 40% เมื่อเทียบกับ HBM3E รุ่นปัจจุบัน ส่งผลให้ HBM4 กลายเป็นหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนระบบ AI ขนาดใหญ่ในอนาคต
การเริ่มผลิต HBM4 ในช่วงต้นปีหน้าของ SK hynix คือการตอกย้ำตำแหน่ง “เบอร์หนึ่ง” ในตลาดหน่วยความจำ AI อย่างชัดเจน หากคู่แข่งรายอื่นไม่สามารถเร่งกระบวนการผลิตหรือนำเสนอเทคโนโลยีที่สร้างความแตกต่างได้เพียงพอ SK hynix จะกลายเป็นผู้กำหนดทิศทาง (Standard Setter) ของอุตสาหกรรม AI Hardware ไปอีกอย่างน้อย 1-2 ปีข้างหน้า
ข้อมูล: X/@jukan05, sedaily.com