Home » Audacity โปรแกรมบันทึกเสียง ตัดต่อเสียงฟรี กำลังจะกลายเป็นสปายแวร์

Audacity โปรแกรมบันทึกเสียง ตัดต่อเสียงฟรี กำลังจะกลายเป็นสปายแวร์

  • admin 

Audacity โปรแกรมตัดต่อและบันทึกเสียงแบบโอเพนซอร์สที่ใช้งานได้ฟรี และเป็นขวัญใจของคนอัดเสียงอัดเพลงในแบบโฮมสตูดิโอ กำลังจะกลายมาเป็นสปายแวร์ไปแล้ว

เรื่องมีอยู่ว่ามีบริษัท Muse Group ซึ่งเป็นเจ้าของซอฟตืแวร์เกี่ยวกับเพลงและดนดรี รวมถึงโปรแกรมอย่าง Ultimate Guitar (ซึ่งเป็นโอเพนซอร์สเช่นกัน) ได้เข้าซื้อกิจการของ Audacity ไป แม้ว่าตัวซอฟต์แวร์ Audacity ยังคงเป็นโอเพนซอร์สอยู่เช่นเดิม และไม่สามารถเปลี่ยนมาเป็นซอฟต์แวร์แบบระบบปิดได้ แต่ Muse Group ก็มีสิทธิที่จะสอดแทรกซอร์สโค้ดหรือการทำงานบางอย่างให้เข้ามาอยู่ในโปรแกรม Audacity ได้

โดยมีรายงานว่าตอนนี้ทาง Muse Group ได้ใส่โค้ดสำหรับจัดเก็บข้อมูลของผู้ใช้เช่น ข้อมูลที่รวบรวมรวมเวอร์ชันและชื่อระบบปฏิบัติการ ประเทศของผู้ใช้ตามที่อยู่ โดยตรวจสอบจาก IP ข้อมูลซีพียูที่ใช้ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องข้อผิดพลาดของ Audacity และรายงานข้อขัดข้องต่าง ๆ ของโปรแกรม และสุดท้าย “ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการบังคับใช้กฎหมาย การดำเนินคดี และคำขอของเจ้าหน้าที่ (ถ้ามี)”

โดยมีเซิร์ฟเวอร์จัดเก็บข้อมูลอยู่ที่สหรัฐฯ รัสเซีย และยุโรป ซึ่งจะเก็บข้อมูลของผู้ใช้เป็นเวลา 1 ปี นอกจากนี้ยังมีนโยบายไม่อนุญาติให้ผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี ใช้งานซอฟต์แวร์นี้ได้ ซึ่งเป็นการละเมิด GPL ที่ Audacity ใช้อยู่ก่อนหน้านี้

และถ้าย้อนไปดูก็จะพบว่า Muse Group ได้ไล่ซื้อซอฟต์แวร์เดียวกับการบันทึกเสียงและดนตรีมาไว้ครอบครองหลายโปรแกรม เช่น MuseScore ซื้อมาในปี 2017, StaffPad ซื้อมาในปี 2021 และล่าสุดก็ Audacity

เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้คนในชุมชนโอเพนซอร์สไม่พอใจอย่างมาก และกล่าวโทษ Muse Group ว่าเป็นการทำลายวงการโอเพนซอร์ส และอาศัยความทุ่มเทของนักพัฒนาอิสระที่ไม่ได้หวังผลตอบแทนมาหาผลประโยชน์

ตอนนี้นักพัฒนาในชุมชนโอเพนซอร์สจึงได้รวมตัวกันเพื่อที่จะทำการ Fork หรือแยก Audacity ออกมาเป็นอีกหนึ่งเวอร์ชัน เพราะถือว่าตัวซอร์สโค้ดหลังยังคงเป็นโอเพนซอร์สอยู่เหมือนเดิม สามารถนำมาพัฒนาต่อได้ ซึ่งจะทำให้ Muse Group ไม่สามารถมาหาผลประโยชน์จากการลงทุนลงแรงของนักพัฒนาในชุมชนต่อไป

และตอนนี้ก็มีผู้คนจำนวนไมน้อยที่ชักชวนกันให้ Uninstall โปรแกรม Audacity ออกจากระบบแล้วหาโปรแกรมอื่นใช้งานแทน

ในแง่อันตรายต่อผู้ใช้มันไม่หนักหนาถึงขนาดพวกไวรัสที่ทำลายข้อมูลหรือเก็บข้อมูลแล้วนำไปแฮ็ก แต่ในกรณีนี้เป็นเรื่องของความกังวลที่บริษัทจะเข้ามาเก็บข้อมูลของผู้ใช้แล้วนำไปขายต่อเพื่อข้อมูลทางการตลาดหรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งปกติมันไม่ใช่เรื่องผิด แต่ที่ผิดคือมาทำกับซอฟต์แวร์ในกลุ่มโอเพ่นซอร์สนั่นเอง ส่วนซอฟต์แวร์ Audacity ยังคงใช้งานได้ ไม่เป็นอันตรายใด ๆ ต่อระบบ

ข้อมูล www.pcmag.com