AMD เผยผลสำรวจ ผู้นำด้านไอทีเชื่อมั่นว่า AI จะเข้ามาพลิกโฉมธุรกิจและเร่งการลงทุนในอุตสาหกรรม

AMD (NASDAQ: AMD) เผยข้อมูลจากการสำรวจผู้นำด้านไอทีทั่วโลก ชุดใหม่ ระบุว่า 3 ใน 4 ของผู้นำด้านไอทีเชื่อมั่นในคุณประโยชน์ของเทคโนโลยี AI ตั้งแต่เรื่องประสิทธิภาพของพนักงานที่เพิ่มขึ้น ไปจนถึงโซลูชั่นด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในรูปแบบอัตโนมัติ โดยกว่า 2 ใน 3 มีการลงทุนเพิ่มด้านเทคโนโลยี AI อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ AI ทำให้องค์กรมีโอกาสเพิ่มประสิทธิผล, ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยให้มากขึ้น ในทางกลับกัน ผู้นำด้านไอทียังคงไม่มั่นใจในการนำ AI มาใช้ในปัจจุบัน เนื่องจากยังขาดแผนการดำเนินงานและภาพรวมความพร้อมด้านฮาร์ดแวร์และเทคโนโลยีที่มีอยู่

AMD ได้จัดทำแบบสำรวจกับผู้นำด้านไอที 2,500 รายทั่วสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น เพื่อทำความเข้าใจว่า AI จะมาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานได้อย่างไร, หัวหน้าไอทีกำลังวางแผนการใช้เทคโนโลยี AI และเส้นทางการใช้ฮาร์ดแวร์ของลูกค้าได้อย่างไร รวมถึงปัญหาใหญ่ที่สุดหากมีการนำ AI มาใช้ในองค์กร ถึงแม้ว่าผู้นำด้านไอทีจะยังรู้สึกลังเลถึงด้านความปลอดภัยและความยุ่งยากเมื่อต้องฝึกอบรมพนักงาน แต่ก็เห็นได้ชัดว่าองค์กรที่นำโซลูชั่น AI มาใช้ต่างได้รับประโยชน์และช่วยชะลอความเสี่ยงที่จะกลายเป็นองค์กรตกยุค โดย 90% ขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับการปรับใช้ AI รายงานว่าได้เห็นประสิทธิภาพในสถานที่ทำงานเพิ่มขึ้น

Matthew Unangst ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายลูกค้าเชิงพาณิชย์และเวิร์คสเตชั่น บริษัท AMD กล่าวว่า “การเป็นผู้ริเริ่มใช้เทคโนโลยี AI ในยุคแรก ๆ นั้นทำให้องค์กรได้รับประโยชน์ ผู้นำด้านไอทีตระหนักถึงประโยชน์ของโซลูชั่นที่เชื่อมต่อกับเทคโนโลยี AI แต่องค์กรของพวกเขาต้องร่างแผนการดำเนินงานที่รัดกุมมากยิ่งขึ้น มิฉะนั้นอาจมีความเสี่ยงที่จะทำให้องค์กรเกิดความล้าหลังได้ ระบบอีโคซิสเต็มของซอฟต์แวร์แบบเปิดที่อยู่บนฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูงนั้นมีความจำเป็น และ AMD เชื่อในแนวทางการใช้ประโยชน์ที่หลากหลายจาก AI IP บนกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการให้กับพันธมิตรและลูกค้าของเรา”

อนาคตของเทคโนโลยีการประมวลผลสำหรับองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI

AMD มุ่งเน้นการพัฒนาโซลูชั่นที่ล้ำสมัยผ่านฟีเจอร์ AI บนกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้นำด้านไอทีมีแพลตฟอร์มการประมวลผลที่ดีที่สุดระหว่างที่ใช้โซลูชั่น AI ตั้งแต่บนระบบคลาวด์, edge ไปจนถึงปลายทาง (endpoints) ซึ่ง AMD ทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้พัฒนาในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แบบเปิด (open industry-standard software)

ในปีนี้ AMD เปิดตัวโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen™ 7040 Series รุ่นแรกที่มาพร้อมฟีเจอร์ Ryzen™ AI Engine รองรับ Windows Studio Effects และเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาบนฟีเจอร์ Ryzen AI มอบประสบการณ์การใช้งานที่แตกต่างบนโปรเซสเซอร์ x86 รุ่นอื่น ๆ ในปัจจุบัน และเป็นการปูทางสู่การทำงานด้าน AI ที่สูงขึ้นบนกลุ่มผลิตภัณฑ์แล็ปท็อป

เอ็นจิ้นด้าน AI สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์แล็ปท็อปที่เป็นส่วนเสริมการทำงานของ AI บนระบบคลาวด์และมีความจำเป็นต่อการนำแอปพลิเคชั่น AI มาใช้ในสถานที่ทำงาน มีศักยภาพที่จะ:

  • เชื่อมต่อการทำงานในรูปแบบที่เฉพาะตัวบุคคลและมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นสำหรับพนักงาน จากการใช้บนโมเดล AI ภายในเครื่อง
  • เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานของแล็ปท็อป ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานและการเชื่อมต่อภายในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น
  • เพิ่มแบนด์วิธให้กับองค์กรในการใช้งานเวิร์คโหลดด้าน AI ทำให้แล็ปท็อปสามารถใช้งานซอฟต์แวต์รุ่นต่อไปได้

สำหรับธุรกิจที่ยังต้องการดำเนินงานบนเวิร์คโหลดด้าน AI ที่ติดตั้งบนดาต้าเซ็นเตอร์ในองค์กร การมีโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งลูกค้าสามารถลดจำนวนตู้ (rack) ในโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิมได้ถึง 70% เมื่ออัปเกรดประสิทธิภาพดาต้าเซ็นเตอร์ด้วยขุมพลังโปรเซสเซอร์ AMD EPYC [i]

นอกจากนี้ AMD ยังได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กราฟิกการ์ด AMD Instinct MI300X (192GB) ที่ใช้สถาปัตยกรรมกราฟิก AMD CDNA 3 กราฟิกการ์ดที่ล้ำสมัยที่สุดในโลกสำหรับงานด้าน Generative AI[ii] พร้อมให้ประสิทธิภาพการประมวลผลที่ยอดเยี่ยมและหน่วยความจำที่จำเป็นสำหรับงานด้านการเรียนรู้โมเดลทางภาษาที่มีขนาดใหญ่ และการอนุมานเวิร์คโหลดงานด้าน Generative AI

AMD นำแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ AI แบบเปิดที่พร้อมใช้งานและเป็นที่ยอมรับออกสู่ตลาดผ่านอีโคซิสเต็มซอฟต์แวร์ของ AMD ROCm สำหรับผลิตภัณฑ์กราฟิกการ์ดบนดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้กับฮาร์ดแวร์

สามารถดูรายงานฉบับเต็มได้ที่ คลิก

[i] In a server refresh scenario with a 2P AMD EPYC 32 core 9334 CPU powered server solution replacing a 5 1/2 -year old Intel 2P server based on the 16 core Intel Xeon Gold 6143 CPU based server solution; to deliver 80,000 units of integer performance, the AMD EPYC 9334 CPU takes an estimated: 296 fewer servers (111 AMD servers vs 407 Intel servers) and 5,920 fewer cores and 70% less space (AMD 6 rack vs Intel 20 rack); with a $2.5 million or 62% lower 3-yr TCO than the legacy Intel based server solution TCO. The new AMD solution TCO is comprised of the server cost (CapEx) and the power (OpEx). The legacy Intel solution TCO consists of OpEx only (the extended warranty cost and power). Over the 3-years of this analysis, the AMD powered server uses 65% less power with an estimated cost of $284,054 vs the Intel based server power cost of $822,797, using a PUE of 1.7, saving $538,743 over the 3 years of this analysis with an estimated US power cost of $0.128 / kWh. The 2P EPYC core CPU solution also provides estimated Greenhouse Gas Emission savings emissions avoided equivalent to 1,571 MTCO2e (1,731 US tons) over the 3 years of this analysis which is 577 US tons of CO2 annually and is the equivalent of the sequestration equivalent of 628 acres USA forest annually. SP5TCO-055:

[ii] The AMD Instinct™ MI300X accelerator is based on AMD CDNA™ 3 5nm FinFet process technology with 3D chiplet stacking, utilizes high speed AMD Infinity Fabric technology, has 192 GB HBM3 memory capacity (vs. 80GB for Nvidia Hopper H100) with 5.218 TFLOPS of sustained peak memory bandwidth performance, higher than the highest bandwidth Nvidia Hopper H100 GPU. MI300-09.

Share via
Copy link