TSMC Corp

เตรียมตัว! ของแพงขึ้น TSMC จ่อขึ้นราคาชิปครั้งใหญ่ กระทบตรงถึงการ์ดจอและสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่

เป็นข่าวที่ชาว PC และผู้ติดตามเทคโนโลยีต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อสื่อต่างประเทศรายงานว่า TSMC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังเตรียมแผนปรับขึ้นราคาชิปครั้งสำคัญในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้คาดว่าจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อต้นทุนการผลิตของลูกค้ารายใหญ่อย่าง Apple และ NVIDIA และท้ายที่สุดอาจส่งผลมาถึงกระเป๋าเงินของผู้บริโภคอย่างเรา ๆ

ชิป 2nm ราคาพุ่งทะยาน

รายงานระบุว่า ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป TSMC วางแผนที่จะปรับขึ้นราคาชิปที่ใช้โหนดการผลิตขั้นสูง (ต่ำกว่า 5nm) ประมาณ 5-10% ซึ่งรวมถึงกระบวนการผลิตระดับ 2nm ที่มีกำหนดจะเริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์ในช่วงปลายปี 2025 นี้ด้วย

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ปัจจุบันเวเฟอร์ (แผ่นซิลิคอนสำหรับผลิตชิป) ขนาด 3nm มีราคาอยู่ที่ประมาณ $20,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อแผ่น แต่สำหรับเวเฟอร์ขนาด 2nm คาดว่าจะมีราคาสูงขึ้นอย่างน้อย 50% หรืออาจทะลุ $30,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อแผ่น (คิดเป็นเงินไทยกว่า 1.1 ล้านบาท) และมีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต โดย TSMC ได้แจ้งกลยุทธ์ด้านราคานี้ให้แก่ลูกค้ารายสำคัญได้รับทราบแล้ว

เบื้องหลังการขึ้นราคา: ต้นทุนมหาศาลจากโรงงานในสหรัฐฯ

ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ TSMC ต้องปรับขึ้นราคาคือต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนกว่า $65,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในโรงงานผลิตชิปที่รัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างและการดำเนินงานสูงกว่าในไต้หวันอย่างมีนัยสำคัญ

โรงงานแห่งแรกในแอริโซนาได้เริ่มผลิตชิป 4nm เพื่อป้อนให้กับ Apple และ NVIDIA ไปแล้วเมื่อต้นปี 2025 ขณะที่โรงงานแห่งที่สองคาดว่าจะเริ่มผลิตชิปที่เทคโนโลยีต่ำกว่า 3nm ได้ภายในปี 2027

ในการประชุมแถลงผลประกอบการเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ที่ผ่านมา TSMC ยอมรับว่าการตั้งโรงงานในต่างประเทศจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ของบริษัทราว 2-3% และอาจเพิ่มเป็น 3-4% ในระยะยาว เพื่อรักษาระดับกำไรขั้นต้นให้อยู่ที่เป้าหมาย 53% ตามที่ให้คำมั่นไว้ การขึ้นราคาจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สอดคล้องกับที่ Lisa Su, CEO ของ AMD เคยให้ข้อมูลไว้ว่าชิปที่ผลิตจากโรงงานในแอริโซนามีต้นทุนสูงกว่าที่ผลิตในไต้หวัน 5-20%

อำนาจต่อรองจากตำแหน่งผู้นำตลาด

สิ่งที่ทำให้ TSMC สามารถผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังลูกค้าได้ คือตำแหน่งผู้นำตลาดที่ไร้คู่แข่ง ข้อมูลจาก TrendForce ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2025 ชี้ว่า TSMC ครองส่วนแบ่งตลาดโรงหล่อชิป (Foundry) ทั่วโลกสูงถึง 70.2% ทิ้งห่างอันดับสองอย่าง Samsung Electronics ที่มีส่วนแบ่งเพียง 7.3% (ห่างกันถึง 62.9%) ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงอำนาจต่อรองมหาศาลที่ TSMC มีอยู่ในมือ

บทสรุปและผลกระทบต่อผู้บริโภค

การปรับขึ้นราคาของ TSMC ในครั้งนี้ แม้จะเป็นการประกาศล่วงหน้า แต่ก็เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รุ่นใหม่ๆ ที่ใช้ชิปเทคโนโลยีล่าสุด ไม่ว่าจะเป็น iPhone, MacBook, CPU หรือการ์ดจอ NVIDIA GeForce และ AMD Radeon รุ่นถัดไป จะมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างแน่นอน และมีความเป็นไปได้สูงที่ภาระต้นทุนนี้จะถูกส่งผ่านมายังราคาขายปลีกในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ยังมีข่าวดีเล็กน้อยสำหรับผู้ที่ประกอบคอมพิวเตอร์ในสเปคระดับกลางหรือเริ่มต้น เนื่องจาก TSMC อาจพิจารณาลดราคาสำหรับโหนดการผลิตรุ่นเก่า (Mature nodes) ที่แรงกดดันด้านต้นทุนน้อยกว่า ซึ่งอาจทำให้สินค้าเทคโนโลยีที่ใช้ชิปรุ่นเก่ายังคงมีราคาที่เข้าถึงได้ต่อไปครับ

ที่มา: TrendForce