windows taskbar
|

ไมโครซอฟท์เตรียมนำการย้ายตำแหน่งและปรับขนาด Taskbar กลับมาบน Windows 11 อีกครั้ง

ไมโครซอฟท์เตรียมนำฟีเจอร์ “ย้ายตำแหน่งและปรับขนาด Taskbar” กลับมาบน Windows 11 หลังจากเคยตัดออกไปในช่วงแรก ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากทั้งดีใจ แซว และวิจารณ์ไปพร้อมกันในโซเชียลและคอมเมนต์ต่าง ๆ

หลายคนมองว่านี่ไม่ใช่ฟีเจอร์ใหม่เลย แต่เป็นเพียงการเอาความสามารถพื้นฐานใน Windows รุ่นเก่ากลับมา จึงมีทั้งเสียงประชดว่าไมโครซอฟท์ถึงกับต้องมาประกาศใหญ่โตกับสิ่งที่ควรมีตั้งแต่วันแรกอยู่แล้ว

เสียงประชดจากผู้ใช้ Windows

ผู้ใช้บน Reddit และในคอมเมนต์ของเว็บไซต์ Windows Central หลายรายเหน็บไมโครซอฟท์ว่ากำลัง “ภูมิใจ” กับการเอาฟีเจอร์พื้นฐานที่ตัวเองเป็นคนถอดออกไปกลับมาอีกครั้ง เช่น คอมเมนต์ที่บอกว่าควรจะเอาลูกโป่งมาฉลองหรือจัดปาร์ตี้ให้กับการคืนฟีเจอร์นี้เลยหรือไม่

อีกคนสรุปแบบเจ็บ ๆ ว่า “ความก้าวหน้าของไมโครซอฟท์คือการลบฟีเจอร์ที่มีประโยชน์ออก แล้วค่อยเอากลับมาในอีกหลายปีให้หลัง แต่ยังคาดหวังให้ผู้ใช้ดีใจกับมัน” สะท้อนความไม่พอใจต่อทิศทางการออกแบบของ Windows ช่วงหลัง​

ทำไมของแค่นี้ต้องใช้เวลาหลายปี?

มีคนตั้งคำถามว่า การทำให้ Taskbar ย้ายได้ น่าจะเป็นงานระดับ “บ่ายเดียวจบ” สำหรับทีมเล็ก ๆ ด้วยซ้ำ แต่กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ลากยาวมาหลายปีในองค์กรระดับไมโครซอฟท์ที่มีพนักงานหลายหมื่นคน

บางคอมเมนต์บอกตรง ๆ ว่า ถ้านี่คือ “การแก้ไขใหญ่” ที่ไมโครซอฟท์ภูมิใจนำเสนอ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าบริษัทไม่ได้โฟกัสกับปัญหาที่สำคัญจริง ๆ เท่าไรนัก

คนส่วนใหญ่ไม่เคยย้าย Taskbar อยู่ดี

อีกด้านหนึ่งก็มีคนยกข้อมูลเก่าของไมโครซอฟท์ขึ้นมาชี้ให้เห็นว่า ผู้ใช้เกือบทั้งหมดวาง Taskbar ไว้ด้านล่างเหมือนเดิมอยู่แล้ว โดยสัดส่วนการวางด้านล่างสูงถึงประมาณ 98% ส่วนด้านบน ด้านซ้าย และด้านขวา มีคนใช้น้อยมาก​

บางคนเลยมองว่านี่อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ แต่ก็ยอมรับว่ามีคนจำนวนหนึ่งเรียกร้องเรื่องนี้มานาน และดีที่ไมโครซอฟท์เริ่มกลับมาฟังเสียงผู้ใช้ในจุดนี้​

ฟีเจอร์ที่กลับมาช้า…แต่หลายคนก็ยังยินดี

แม้จะมีเสียงวิจารณ์ แต่ก็มีคนที่ดีใจกับการเปลี่ยนแปลงนี้ เช่น ผู้ใช้คนหนึ่งเพิ่งเสียเงินซื้อทูลเสริมเพื่อให้ Taskbar ย้ายได้บนแท็บเล็ตของตัวเอง พอไมโครซอฟท์ประกาศว่าจะคืนฟีเจอร์นี้ให้แบบเนทีฟก็ถึงกับบอกว่า “ควรมีมาตั้งแต่วันแรกแล้ว แต่ช้าดีกว่าไม่มา”​

อีกคนให้ความสำคัญกับการ “ปรับความสูงของ Taskbar” มากกว่า เพราะเขามักตั้ง Taskbar ให้สูงสองเท่าเพื่อให้เห็นไอคอนแอปเปิดพร้อมกันได้มากขึ้น ไม่ต้องไปกดดูเมนู overflow ตลอดเวลา ฟีเจอร์นี้จึงช่วยเรื่องการใช้งานจริงในทุกวัน​

มากกว่าการอัปเดต Taskbar เฉย ๆ

กระแสคอมเมนต์รอบนี้สะท้อนประเด็นใหญ่กว่าตัว Taskbar เอง คือเรื่อง “ทิศทางการออกแบบ Windows 11” ระหว่างความเรียบง่าย กับการเก็บตัวเลือกปรับแต่งแบบคลาสสิกที่ผู้ใช้ผูกพันกันมานาน

แม้การคืนฟีเจอร์ Taskbar แบบเก่า จะไม่ทำให้ทุกปัญหาของ Windows 11 หายไปในทันที แต่บางคนก็มองว่านี่เป็นสัญญาณว่าไมโครซอฟท์เริ่มหันกลับมาฟังเสียงสะท้อนจากผู้ใช้จริงจังมากขึ้นอย่างน้อยในบางจุด

ข้อมูล: Windows Central