Meta ปลดพนักงาน Reality Labs หลังขาดทุนหนักต่อเนื่อง เผยอนาคต VR/AR ยังท้าทาย
Meta บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ประกาศปลดพนักงานในหน่วย Reality Labs ซึ่งรับผิดชอบการพัฒนาเทคโนโลยีเสมือนจริง (VR) และความเป็นจริงเสริม (AR) รวมถึงชุด VR Headset Quest และโปรเจกต์ metaverse อันทะเยอทะยาน การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากหน่วยดังกล่าวเผชิญผลขาดทุนสะสมกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2563 สะท้อนความท้าทายในการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ metaverse ให้เป็นผลกำไร
การปลดพนักงานและการปรับโครงสร้าง แหล่งข่าวจาก Bloomberg และ The Verge ระบุว่า Meta ปลดพนักงานใน Reality Labs มากกว่า 100 คน โดยส่งผลกระทบต่อทีมพัฒนาเกม VR และแอปพลิเคชันฟิตเนส เช่น Supernatural ซึ่ง Meta ซื้อกิจการมาด้วยมูลค่ากว่า 400 ล้านดอลลาร์ โฆษกของ Meta ระบุว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ Oculus Studios และทีมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของบริษัท
การปลดพนักงานครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกใน Reality Labs เมื่อเดือนมิถุนายน 2567 Meta ได้แบ่งหน่วยนี้ออกเป็นสองส่วนคือ Wearables และ Metaverse พร้อมลดจำนวนพนักงานบางส่วน อย่างไรก็ตาม การปลดพนักงานล่าสุดสร้างความตกใจให้กับพนักงานบางราย โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งได้รับการประเมินผลงานในเชิงบวก
ผลประกอบการที่ท้าทาย Reality Labs รายงานผลขาดทุน 4.97 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 โดยมีรายได้เพียง 1.1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการจำหน่ายชุดหูฟัง Quest การขาดทุนสะสมที่สูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความยั่งยืนของการลงทุนใน metaverse และเทคโนโลยี VR/AR ซึ่ง Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Meta เคยยกย่องว่าเป็น “อนาคตของการเชื่อมต่อ”
ถึงกระนั้น Zuckerberg และ Andrew Bosworth หัวหน้า Reality Labs และ CTO ของ Meta ยังคงมองโลกในแง่ดี โดย Bosworth ระบุว่า ปี 2568 จะเป็น “ปีที่สำคัญที่สุด” สำหรับ Reality Labs ในการพิสูจน์ศักยภาพของเทคโนโลยีนี้

ทิศทางและความหวังในอนาคต แม้จะเผชิญความท้าทาย Meta ยังคงเดินหน้าลงทุนในผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น แว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban ซึ่งมียอดขายเกินความคาดหมาย และยังคงจ้างพนักงานใหม่ในบางส่วนเพื่อสนับสนุนโปรเจกต์ที่มีศักยภาพ อย่างไรก็ตาม การปลดพนักงานครั้งนี้สอดคล้องกับแนวโน้มในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยบริษัทอย่าง Google และ Microsoft ก็มีการลดพนักงานเพื่อมุ่งเน้นไปที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการลดต้นทุน
มุมมองต่ออุตสาหกรรม การเคลื่อนไหวของ Meta สะท้อนถึงความท้าทายที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เผชิญในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลและเวลาในการสร้างผลกำไร ขณะที่ metaverse และ VR/AR ยังคงเป็นแนวคิดที่ได้รับความสนใจ แต่การขาด killer application และการยอมรับจากผู้บริโภคในวงกว้างยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ
สำหรับนักลงทุนและผู้สนใจเทคโนโลยี การตัดสินใจของ Meta อาจเป็นสัญญาณให้จับตาดูว่า บริษัทจะสามารถพลิกสถานการณ์ใน Reality Labs ได้หรือไม่ และเทคโนโลยี VR/AR จะกลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตประจำวันได้เมื่อใด
ที่มา: Bloomberg, The Verge, TechCrunch, Business Insider