Threadripper PRO 9000 WX
|

AMD วางจำหน่าย Ryzen Threadripper PRO 9000 WX-Series: ขุมพลัง “Zen 5” ยกระดับประสิทธิภาพ Workstation สู่ยุค AI

AMD ประกาศเปิดตัวโปรเซสเซอร์ซีรีส์ใหม่ล่าสุด AMD Ryzen Threadripper PRO 9000 WX-Series ที่ขับเคลื่อนด้วยสถาปัตยกรรม “Zen 5” อันล้ำสมัย การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ AMD ในตลาด Workstation ซึ่งเป็นปีที่ 5 ของตระกูล Threadripper PRO โดยซีรีส์ใหม่นี้พร้อมตอบสนองความต้องการด้านประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับมืออาชีพและธุรกิจที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของปัญญาประดิษฐ์ (AI)

สถาปัตยกรรม “Zen 5” และประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดด

โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen Threadripper PRO 9000 WX-Series ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการเติบโตของ AI โดยเฉพาะ ด้วยจำนวนคอร์สูงสุดถึง 96 คอร์ 192 เธรด และแคช L3 ขนาดใหญ่ถึง 384MB พร้อมความเร็วสัญญาณนาฬิกา Boost สูงสุด 5.4GHz ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์ Workstation ที่เร็วที่สุดในโลกในปัจจุบัน

Threadripper PRO 9000 WX

การอัปเกรดเป็นสถาปัตยกรรม “Zen 5” ส่งผลให้ประสิทธิภาพ IPC (Instructions Per Cycle) เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 16% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า Threadripper PRO 7000 ในเกณฑ์มาตรฐาน Workstation หลักๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน AI และ Machine Learning ประสิทธิภาพใน SPECworkstation 4.0 AI และ ML Benchmark พุ่งสูงขึ้นถึง 25% เมื่อเปรียบเทียบเรือธงอย่าง Threadripper PRO 9995WX ที่มี 96 คอร์ กับรุ่นก่อนหน้า PRO 7995WX พบว่ามีประสิทธิภาพโดยรวมเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 26% ในงานประมวลผลหลากหลายรูปแบบ

Threadripper PRO 9000 WX
ตารางเปรียบเทียบประสิทธิภาพ AMD Threadripper PRO 9995WX vs. PRO 7995WX:
แอปพลิเคชันประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น (สูงสุด)
Autodesk® Maya®+17%
V-RAY+20%
Cinebench (nT)+19%
Adobe® After Effects®+26%
PTC® Creo®+17%
Keyshot+26%
Autodesk® Revit®+13%
Corona Render+15%
DeepSeek R1 Tok/sec+22%
DeepSeek R1 TTFT+23%

นอกจากนี้ โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ยังรองรับหน่วยความจำ DDR5-6400 แบบ 8 แชนเนล พร้อม ECC (Error-Correcting Code) และ PCIe® 5.0 ที่ให้แบนด์วิดธ์ I/O สูงสุดถึง 128 เลน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการรองรับ GPU และ NVMe Storage ประสิทธิภาพสูงสำหรับการพัฒนา AI และ Machine Learning

Threadripper PRO 9000 WX

เทคโนโลยี PRO และการสนับสนุนแพลตฟอร์ม

โปรเซสเซอร์ Threadripper PRO 9000 WX-Series มาพร้อมกับ AMD PRO Technologies ซึ่งนำเสนอคุณสมบัติระดับองค์กรด้านความปลอดภัย การจัดการ และความเสถียรที่จำเป็นสำหรับธุรกิจสมัยใหม่ สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพในการทำงานในทุกสถานการณ์

Threadripper PRO 9000 WX

สำหรับแพลตฟอร์มเมนบอร์ดนั้น รองรับชิปเซ็ต AMD WRX90 สำหรับโปรเซสเซอร์ Ryzen Threadripper PRO 9000 WX-Series โดยเฉพาะ ซึ่งรองรับหน่วยความจำ 8 แชนเนลสูงสุด 2TB DDR5-6400 RDIMM และ PCIe® 5.0 สูงสุด 144 เลน (จากทั้งหมด 148 เลน) นอกจากนี้ยังรองรับการ Overclocking (ไม่รวมในระบบ OEM) อีกทางเลือกหนึ่งคือชิปเซ็ต AMD TRX50 ที่รองรับทั้ง Threadripper 9000 Series และ Threadripper PRO 9000 WX-Series โดยรองรับหน่วยความจำ 4 แชนเนลสูงสุด 1TB DDR5-6400 RDIMM และ PCIe® 5.0 สูงสุด 88 เลน (จากทั้งหมด 92 เลน)

การเปรียบเทียบราคาและการวางจำหน่าย:
โปรเซสเซอร์คอร์/เธรดBoost / Base FrequencyL3 CacheTDPSEP (USD)
AMD Ryzen Threadripper PRO 9995WX96 / 192Up to 5.4 / 2.5 GHz384MB350W$11,699
AMD Ryzen Threadripper PRO 9985WX64 / 128Up to 5.4 / 3.2 GHz256MB350W$7,999
AMD Ryzen Threadripper PRO 9975WX32 / 64Up to 5.4 / 4.0 GHz128MB350W$4,099
AMD Ryzen Threadripper PRO 9965WX24 / 48Up to 5.4 / 4.2 GHz128MB350W$2,899
AMD Ryzen Threadripper PRO 9955WX16 / 32Up to 5.4 / 4.5 GHz64MB350W$1,649

โปรเซสเซอร์ Threadripper PRO 9000 WX-Series จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม เป็นต้นไป ผ่านพันธมิตรผู้ผลิตระบบ OEM ทั่วโลก รวมถึง Dell Technologies, HP, Lenovo และ Supermicro นอกจากนี้ ลูกค้า DIY ยังสามารถซื้อโปรเซสเซอร์แยกต่างหากได้ผ่านเครือข่ายพันธมิตรช่องทางของ AMD ทั่วโลก

threadripper topology

ความเห็นจากกองบรรณาธิการ

การเปิดตัว AMD Ryzen Threadripper PRO 9000 WX-Series ด้วยสถาปัตยกรรม “Zen 5” ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำของ AMD ในตลาด Workstation อย่างชัดเจน จุดแข็งสำคัญที่โดดเด่นคือ:

  1. ประสิทธิภาพ Multi-Core ที่เหนือชั้น: ด้วยจำนวนคอร์สูงสุด 96 คอร์ ทำให้ Threadripper PRO 9000 WX-Series เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานที่ต้องการพลังประมวลผลแบบ Multi-core มหาศาล เช่น การจำลองที่ซับซ้อน (complex simulations), การออกแบบเชิงกำเนิด (generative design), การเรนเดอร์ (rendering), การอนุมาน AI (AI inference) และการคอมไพล์ซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นประสิทธิภาพที่ไม่เคยมีมาก่อนใน CPU ระดับ Workstation
  2. ความพร้อมสำหรับยุค AI: การที่ AMD เน้นย้ำถึงการสนับสนุน AVX-512 ที่ได้รับการปรับปรุง และแบนด์วิดธ์หน่วยความจำ DDR5-6400 ที่เพิ่มขึ้น 23% แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการรองรับเวิร์กโหลด AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการปรับแต่งโมเดล AI (local AI fine-tuning) และการอนุมาน AI (inference) การทดสอบยังแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่ดีขึ้นถึง 49% ในการทดสอบ DeepSeek R1 32B เมื่อใช้ CPU+GPU ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าแม้ AI จะใช้ GPU เป็นหลัก แต่ CPU ที่ทรงพลังก็ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
  3. การเชื่อมต่อที่ยอดเยี่ยม: การมี 128 เลน PCIe 5.0 ช่วยให้ Workstation สามารถรองรับ GPU ประสิทธิภาพสูงได้หลายตัว พร้อมกับ NVMe Storage ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ Workload ที่เน้นข้อมูลและกราฟิกหนักๆ
  4. ความน่าเชื่อถือระดับองค์กร: AMD PRO Technologies ที่มาพร้อมคุณสมบัติความปลอดภัยและการจัดการระดับองค์กร จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับธุรกิจและผู้ดูแลระบบ IT ในด้านความเสถียรและความน่าเชื่อถือ

AMD นำเสนอโปรเซสเซอร์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาด Workstation ได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่การเรนเดอร์, การออกแบบ, วิศวกรรม ไปจนถึงวิทยาศาสตร์ข้อมูลและ AI ทำให้ AMD สามารถช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งได้อย่างต่อเนื่อง การที่ AMD ได้บุกเบิกตลาด HEDT (High-End Desktop) มาตั้งแต่ปี 2017 ด้วยแนวคิดแบบ “chiplet” ซึ่งแตกต่างจากสถาปัตยกรรมแบบ Monolithic ของคู่แข่ง ทำให้สามารถเพิ่มจำนวนคอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ากว่า และนั่นคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ AMD สามารถขยายตลาดจาก HEDT ไปสู่ Workstation ได้สำเร็จ

สำหรับลูกค้ากลุ่ม DIY ที่ต้องการสร้าง Workstation ด้วยตัวเอง การที่ AMD เปิดโอกาสให้ซื้อโปรเซสเซอร์แยกต่างหากได้ ถือเป็นข่าวดีที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งระบบได้ตามงบประมาณและความต้องการใช้งาน โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาระบบสำเร็จรูปจาก OEM เสมอไป

โดยสรุปแล้ว AMD Ryzen Threadripper PRO 9000 WX-Series ไม่ได้เป็นเพียงการอัปเกรดประสิทธิภาพตามรอบปกติ แต่เป็นการวางรากฐานสำหรับ Workstation ในอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งจะเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับมืออาชีพในการสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่เหนือกว่าข้อจำกัดในปัจจุบัน

ข้อมูล: AMD