CEO Intel ลั่น: เราไม่ได้อยู่ใน 10 อันดับแรกของบริษัทชิปชั้นนำอีกต่อไปแล้ว!
ช่วงนี้ใครที่ติดตามข่าวสารวงการเทคโนโลยีคงได้ยินเรื่องราวของ Intel บ่อยเป็นพิเศษใช่มั้ยคะ? ล่าสุด Lip-Bu Tan ซีอีโอคนใหม่ของ Intel ได้สร้างความฮือฮาด้วยการกล่าวกับพนักงานทั่วโลกอย่างตรงไปตรงมาว่า “เราไม่ได้อยู่ใน 10 อันดับแรกของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำอีกต่อไปแล้ว” เป็นข้อความที่สะท้อนถึงความท้าทายครั้งใหญ่ที่ยักษ์ใหญ่สีฟ้ากำลังเผชิญอยู่
ย้อนกลับไป 20-30 ปีก่อน Intel คือผู้นำอย่างแท้จริง แต่ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปมาก คุณ Tan ยอมรับว่าลูกค้าให้ Intel “สอบตก” และการจะตามทัน Nvidia ในด้านเทคโนโลยี AI สำหรับการฝึกโมเดล (AI training) นั้น “คงสายเกินไปแล้ว” เพราะตำแหน่งของ Nvidia ในตลาดนี้แข็งแกร่งเกินไป
จุดอ่อนที่ต้องยอมรับและการปรับปรุงที่ต้องทำทันที
คุณ Tan ไม่ได้พูดถึงแค่ปัญหา แต่ยังชี้ให้เห็นถึง จุดอ่อน ที่สั่งสมมาเกือบสิบปี และเป็นสาเหตุที่ทำให้ Intel เสียเปรียบในการแข่งขันในตลาด PC และ Data Center นั่นคือ ความล่าช้าทางเทคโนโลยี และ กระบวนการตัดสินใจภายในที่เชื่องช้ามาก จนแทบไม่มีใครตัดสินใจได้เลย ซึ่งส่งผลให้ Intel เสียส่วนแบ่งการตลาดไปมาก โดยเฉพาะในกลุ่ม Data Center
ซีอีโอคนใหม่ยังเน้นย้ำถึง ความจำเป็นในการปรับปรุงสถาปัตยกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของการประมวลผลขั้นสูงในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงยุคของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ของ Nvidia ซึ่ง Intel ยังไม่มี GPU ที่ทันสมัยเป็นของตัวเอง ทำให้พวกเขาพลาดโอกาสครั้งสำคัญในความต้องการชิปสำหรับฝึกระบบ AI
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่: มาราธอนที่ต้องวิ่งให้เร็วขึ้น
คุณ Tan อธิบายว่าการฟื้นตัวของ Intel จะเป็นการวิ่ง “มาราธอน” ที่ต้องอาศัยความพยายามอย่างมาก และการปลดพนักงานจำนวนมากที่เริ่มขึ้นในช่วงนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะทำให้ Intel คล่องตัวและรวดเร็วเหมือนคู่แข่งอย่าง Nvidia, Broadcom และ AMD
“เราต้องถ่อมตน” คุณ Tan เน้นย้ำให้พนักงานรับฟังลูกค้าและตอบสนองความต้องการของพวกเขา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกี่ยวกับมูลค่าตลาดตามที่โฆษกของ Intel ชี้แจง แต่เป็นเรื่องของสถานะทางเทคโนโลยีและวัฒนธรรมภายในที่ซีอีโอเห็นว่าจำเป็นต้องปรับปรุงใหม่ทั้งหมด
โฟกัสใหม่ในโลก AI และการผลิตชิป
แม้จะยอมรับว่าสายเกินไปสำหรับการแข่งขัน AI training แต่คุณ Tan ก็ชี้ให้เห็นถึงโอกาสอื่น ๆ ในโลก AI ที่ Intel จะให้ความสำคัญ นั่นคือ “Edge AI” ซึ่งเป็นการนำความสามารถของ AI มาสู่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและอุปกรณ์อื่น ๆ โดยตรง รวมถึง “Agentic AI” ซึ่งเป็น AI ที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีการสั่งการต่อเนื่อง นี่คือตลาดที่กำลังเติบโตและ Intel ต้องการเข้าไปจับจอง
นอกจากนี้ Intel ยังเตรียมเปิดตัวกระบวนการผลิตชิปใหม่ที่เรียกว่า 18A ซึ่งเป็นความหวังที่จะทำให้ชิปของ Intel แข่งขันกับผู้นำตลาดอย่าง Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) ได้ คุณ Tan เน้นย้ำว่าอันดับแรกต้องมั่นใจว่า 18A แข็งแกร่งสำหรับชิปภายในของ Intel เองเสียก่อน จากนั้นจึงจะมองไปที่ 14A ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในอนาคต
ทั้งหมดนี้คือภาพรวมของสถานการณ์ปัจจุบันและทิศทางในอนาคตของ Intel ภายใต้การนำของซีอีโอคนใหม่ค่ะ ดูเหมือนว่าเราจะต้องรอและติดตามกันต่อไปค่ะว่ายักษ์ใหญ่แห่งวงการชิปรายนี้จะพลิกกลับมาผงาดได้อย่างไรบ้าง!
ข้อมูล: The Oregonian/OregonLive