AMD Ryzen 5000 in 2026
|

AMD จับซีพียู Ryzen 5000 Series (AM4) กลับมาทำตลาดจริงจังอีกครั้ง เนื่องจากราคา DDR5 พุ่งสูงขึ้น และผู้ใช้จำนวนมากยังไม่ต้องการเปลี่ยนแพลตฟอร์มใหม่

AMD กำลังพิจารณานำโปรเซสเซอร์รุ่นเก่าบนซ็อกเก็ต AM4 กลับมาผลิตใหม่ หลังราคาหน่วยความจำ DDR5 พุ่งทะยาน ส่งผลให้ผู้ประกอบคอมพิวเตอร์หันไปหาทางเลือกประหยัดงบประมาณ David McAfee รองประธานฝ่ายธุรกิจคลายเอนต์ของ AMD กล่าวในงาน CES 2026 กับ Tom’s Hardware ว่า บริษัทกำลัง “พิจารณาทุกทางเลือกเพื่อนำผลิตภัณฑ์กลับสู่ระบบนิเวศ AM4 เพื่อตอบสนองความต้องการของเกมเมอร์ที่อยากอัปเกรดโดยไม่ต้องสร้างระบบใหม่ทั้งหมด”

วิกฤติหน่วยความจำ: ราคา DDR5 พุ่ง 250-400%

ราคาหน่วยความจำ DDR5 สูงขึ้นอย่างน่าตกใจตั้งแต่กันยายน 2568 ชุด 32GB DDR5-6000 ที่เคยราคา 150 ดอลลาร์ ปัจจุบันขายในยุโรปที่ 569 ดอลลาร์ และสหรัฐฯ ที่ 513 ดอลลาร์ Framework บริษัทผู้ผลิต PC แบบโมดูลาร์ ยังปรับราคาขึ้น 10 ดอลลาร์ต่อกิกะไบต์ ทำให้ชุด 32GB พุ่งจาก 240 ดอลลาร์ เป็น 320 ดอลลาร์

สาเหตุหลักมาจากผู้ผลิตหันไปผลิต HBM สำหรับเอไอแทน โดยผู้บริหาร Team Group ระบุว่าราคาชิป DDR5 เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในเดือนธันวาคม Samsung ยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ ก็ปรับราคาชุด 32GB DDR5 จาก 149 ดอลลาร์ เป็น 239 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 60% ขณะที่ DDR4 ก็แพงขึ้นเช่นกัน แต่ยังถูกกว่า DDR5 ในหลายตลาด

amd ryzen 3000 cover

การตอบสนองของตลาดและการฟื้นฟูแพลตฟอร์ม AM4

ข้อมูลที่รายงานจากซอฟต์แวร์ Adrenalin ของ AMD ชี้ว่า ผู้ใช้ยังคงใช้งาน Ryzen รุ่น 2000 และ 3000 ที่อยู่บนแพลตฟอร์ม AM4 อีกเป็นจำนวนมาก ร้านค้าปลีกสังเกตเห็นยอดขายซีพียู Ryzen 5000 เพิ่มขึ้น โดยผู้บริโภคเลือกอัปเกรดเฉพาะซีพียูในระบบเดิม แทนการประกอบเครื่องใหม่

ผู้ผลิตเมนบอร์ดตอบสนองทันที GIGABYTE เปิดตัวเมนบอร์ด AM4 รุ่นใหม่ 4 รุ่นในเดือนมกราคม 2569 โดยใช้ชิปเซ็ต A520 และ B550 ที่รองรับ DDR4 Asus ก็เพิ่มกำลังการผลิตเมนบอร์ด AM4 และ Intel LGA1700 ที่รองรับ DDR4 ตามไปด้วย รวมถึง ASUS ก็มีการผลิตเมนบอร์ด AM4 ออกมาเพิ่มด้วยเช่นกัน

AM4 ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2016 (เริ่มขาย 2017) รองรับ DDR4 ทำให้ผู้ใช้หลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการซื้อ RAM และเมนบอร์ดใหม่ ต่างจาก AM5 และแพลตฟอร์ม Intel ล่าสุดที่ต้องใช้ DDR5 ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนหลายพันบาทในการอัปเกรด

ในช่วงเวลาปกติ AMD ได้วางตำแหน่งของแพลตฟอร์ม AM4 ไว้เป็นพีซีราคาประหยัด และซีพียูส่วนใหญ่ที่ยังคงอยู่ในตลาดก็จะเป็น Ryzen 5 5000 Series ที่เป็นกลุ่ม 6 คอร์ 12 เธรด ส่วนรุ่นใหญ่อย่าง Ryzen 7 และ Ryzen 9 ได้ถูกถอดจากตลาดเป็นเวลานานแล้ว เพื่อผลักดันให้ผู้ใช้ที่ต้องการพีซีประสิทธิภาพสูงขยับไปสู่แพลตฟอร์ม AM5 แต่เมื่อ AMD ได้กลับมาพิจารณาการนำซีพียู AM4 กลับมาอย่างจริงจังอีกครั้ง เราก็อาจจะได้เห็นซีพียูในระดับ Ryzen 7 ที่เป็นซีพียูแบบ 8 คอร์ 16 เธรด เพิ่มมากขึ้น ซึ่งก็จะทำให้ผู้ที่ใช้ซีพียูในกลุ่ม Ryzen 2000 และ Ryzen 3000 ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก สามารถอัปเกรดมาเป็นซีพียูประสิทธิภาพสูงในแพลตฟอร์มเดิมได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นทางเลือกที่เหมาะกับช่วงเวลานี้

วิกฤติเรื่องแรมนี้อาจจะยืดเยื้อถึงปี 2028 ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ แต่การกลับมาของ AM4 อาจเป็นทางออกสำหรับเกมเมอร์และผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการประสิทธิภาพสูงในงบจำกัด

ข้อมูล: Tom’s Hardware