Intel Core Ultra Series3 5998
|

สรุปสเปก Intel Core Ultra Series 3 (Panther Lake) ฉบับสมบูรณ์: ยุคใหม่ของ 18A แรงขึ้นแค่ไหน [อัปเดตงาน CES 2026]

ภายในงาน CES 2026 ที่ลาสเวกัส Intel ได้ประกาศก้าวสำคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนทางเทคโนโลยีด้วยการเปิดตัวโปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra Series 3 (รหัส Panther Lake) อย่างเป็นทางการ

นี่ไม่ใช่แค่การอัปเกรดรุ่นปีต่อปี แต่นี่คือแพลตฟอร์มแรกที่ผลิตบนโหนด Intel 18A กระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ล้ำสมัยที่สุดของบริษัท โดยมุ่งเป้าไปที่การทวงบัลลังก์เจ้าแห่ง Silicon ด้วยประสิทธิภาพต่อพลังงาน (Performance per Watt) ที่เหนือกว่าเดิม และขีดความสามารถด้าน AI ที่ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊กไปจนถึงระบบ Edge Computing

พลิกโฉมสถาปัตยกรรมด้วย Intel 18A

หัวใจสำคัญของ Core Ultra Series 3 คือการใช้เทคโนโลยีการผลิต Intel 18A ซึ่งเป็นการนำนวัตกรรม RibbonFET (GAA) และ PowerVia (Backside Power Delivery) มาใช้ในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก นวัตกรรมนี้ช่วยให้การจัดสรรพลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดสัญญาณรบกวนภายในชิป ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานแบบหลายคอร์ (Multi-thread) เพิ่มขึ้นถึง 60% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง Lunar Lake ในระดับการใช้พลังงานที่ใกล้เคียงกัน

Intel Core Ultra Series3 overview

ไฮไลท์สเปกที่สำคัญ (Key Highlights)

  • Core Ultra X9 และ X7: ไลน์อัปใหม่ “X Series” ที่เน้นกลุ่มผู้ใช้งานหนัก (Power User) โดยเฉพาะ
  • CPU: สูงสุด 16 คอร์ (P-Core + E-Core config ใหม่)
  • GPU: สถาปัตยกรรม Intel Arc รุ่นใหม่ (Celestial) สูงสุด 12 Xe-cores ให้ประสิทธิภาพการเล่นเกมสูงขึ้นถึง 77%
  • NPU: พลังประมวลผล AI สูงถึง 50 TOPS รองรับมาตรฐาน Copilot+ PC และ AI PC ยุคใหม่เต็มรูปแบบ
  • Battery Life: เคลมว่าใช้งานวิดีโอสตรีมมิ่งได้ยาวนานสูงสุดถึง 27 ชั่วโมง
Intel CES2026 Core Ultra Series 3 Press Deck conv 10

ตารางสรุปสเปก Intel Core Ultra Series 3 (แบ่งตามกลุ่มใช้งาน)

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผมได้แบ่งรุ่นย่อย (SKU) ออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อให้คุณผู้อ่านเลือกได้ง่ายขึ้นครับ ซีพียู Core Ultra Series 3 จะมี Processor Base Power อยู่ที่ 25W ทุกรุ่น แต่จะเพิ่มได้สูงสุดเท่าไรขึ้นอยู่กับรุ่นและประสิทธิภาพที่ต้องการ

กลุ่ม Performance & Enthusiast (X-Series & Ultra 9)

สายทำงานหนัก ตัดต่อวิดีโอ และฮาร์ดคอร์เกมมิ่ง

Processor NumberTotal
Cores
Max Turbo
(GHz)
GPU
(Arc Xe-cores)
NPU
(TOPS)
Max Turbo
Power (W)
Core Ultra X9 388H165.112 (B390)5065/80
Core Ultra 9 386H164.954 (B390)5065/80
Core Ultra X7 368H164.812 (B390)5065/80
Core Ultra X7 358H164.812 (B390)5065/80
Core Ultra 7 366H164.845065/80

GPU ถ้ามี Xe-core 4 หน่วย Intel จะเรียกเป็นชื่อทั่วไปว่า Intel Graphics แสดงถึงความเป็นกราฟิกรุ่นพื้นฐานสำหรับงานทั่วไป ส่วนรุ่นประสิทธิภาพสูงที่มี Xe-core 10 หน่วย 12 หน่วย จะเรียกว่า Intel Arc Graphics

กลุ่ม Mainstream (Ultra 7 & Ultra 5)

โน้ตบุ๊กบางเบาพรีเมียม ทำงานทั่วไปและเล่นเกมระดับกลาง

Processor NumberTotal
Cores
Max Turbo
(GHz)
GPU
(Arc Xe-cores)
NPU
(TOPS)
Max Turbo
Power (W)
Core Ultra 7 36584.844955
Core Ultra 7 356H164.745065/80
Core Ultra 7 35584.744955
Core Ultra 5 338H124.810 (B370)4765/80
Core Ultra 5 336H124.644765/80

กลุ่ม Everyday Use (Core 5 & Core 3)

ใช้งานทั่วไป ออฟฟิศ และความบันเทิง

Processor NumberTotal
Cores
Max Turbo
(GHz)
GPU
(Arc Xe-cores)
NPU
(TOPS)
Max Turbo
Power (W)
Core 5 33584.644755
Core 5 32584.544755
Core 3 53264.424655
Core 3 52264.424655

บทวิเคราะห์

นี่ถือว่าเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ของ Intel กับโหนด 18A การเปิดตัว Core Ultra Series 3 บนเทคโนโลยี 18A ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่คือการพิสูจน์กลยุทธ์ IDM 2.0 ของ Intel ว่าสามารถกลับมาทัดเทียมหรือก้าวข้ามคู่แข่งอย่าง TSMC ได้จริง การใช้ RibbonFET และ PowerVia คือการเปลี่ยนโครงสร้างทรานซิสเตอร์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ ซึ่งจะช่วยให้ Intel มีความได้เปรียบในแง่ของ “Performance per Watt” ที่เคยเป็นจุดอ่อนสำคัญในการแข่งขันกับสถาปัตยกรรม ARM ของคู่แข่ง ที่จริงไม่ใช่แข่งขันเฉพาะสถาปัตยกรรมเท่านั้น ยังเป็นการแข่งกันกับ TSMC ที่เป็นผู้ผลิตชิปซีพียูให้กับ Intel ด้วยเช่นกัน และก็ได้รับการพิสูจน์แล้วด้วยว่าเมื่อนำ x86 ของ Intel มาผลิตด้วยโรงงานของ TSMC ก็สามารถประหยัดพลังงานได้ใกล้เคียงกับซีพียูในกลุ่ม Arm เช่นกัน

กลยุทธ์การขยายตลาดจาก Consumer สู่ Edge AI สิ่งที่น่าสนใจในครั้งนี้คือ Intel ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตลาด PC แต่ยังนำชิป Series 3 เข้าสู่ตลาด Embedded และ Industrial อย่างเต็มตัว การที่ชิปตัวเดียวกันสามารถขับเคลื่อนทั้งโน้ตบุ๊กเกมมิ่งและหุ่นยนต์ในโรงงาน (Robotics) แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของสถาปัตยกรรมใหม่ การเปรียบเทียบประสิทธิภาพที่เหนือกว่า NVIDIA Jetson ในบางเวิร์กโหลดสะท้อนให้เห็นว่า Intel กำลังพยายามครองระบบนิเวศ AI แบบครบวงจร (End-to-End) โดยใช้จุดแข็งเรื่องความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์ x86 เป็นตัวนำ

การปรับโครงสร้างระดับชั้นผลิตภัณฑ์ (Product Segmentation) การนำรหัส X9 และ X7 มาใช้ในซีรีส์ Ultra แสดงถึงการจัดตำแหน่งทางการตลาดที่ชัดเจนขึ้น เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์และเกมเมอร์ที่ต้องการประสิทธิภาพระดับสูงสุดบนอุปกรณ์พกพา โดยยังคงมีซีรีส์รองลงมาเพื่อรักษาระดับราคาในตลาดแมส (Mainstream) กลยุทธ์นี้จะช่วยให้ Intel สามารถบริหารจัดการกำไร (Margin) ได้ดีขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้นจากฝั่ง Apple M-Series และ Snapdragon X Elite

รายละเอียดทางเทคนิคอ่านเพิ่มเติมได้ที่ สรุปย่อ Intel Panther Lake ซีพียูสำหรับโน้ตบุ๊กปี 2026 ชูจุดเด่นประหยัดพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับด้านกราฟิกและ AI

กำหนดการวางจำหน่าย

  • เปิดสั่งจองล่วงหน้า: 6 มกราคม 2026
  • เริ่มวางจำหน่ายทั่วโลก: 27 มกราคม 2026 สำหรับโน้ตบุ๊กจากพาร์ทเนอร์แบรนด์ชั้นนำ (มีดีไซน์รองรับมากกว่า 200 รุ่น)
  • ระบบ Edge และอุตสาหกรรม: เริ่มจำหน่ายในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2026

อ้างอิงข้อมูลจาก: Intel Newsroom – CES 2026: Intel Core Ultra Series 3 Debut