Perplexity
|

CEO ของ Perplexity เผยเครื่องมือ AI ช่วยนักพัฒนาลดเวลาทำงานจาก 4 วัน เหลือเพียง 1 ชั่วโมง

Aravind Srinivas ซีอีโอของ Perplexity สตาร์ทอัพด้าน AI Search Engine เปิดเผยว่า วิศวกรของบริษัทได้นำเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาใช้งาน และเห็นผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง โดยงานที่เคยใช้เวลาถึง “สามถึงสี่วัน” กลับลดลงเหลือเพียง “หนึ่งชั่วโมง” เท่านั้น

Perplexity ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้พัฒนา AI Search Engine ได้กำหนดให้การใช้เครื่องมือช่วยเขียนโค้ดด้วย AI เป็นสิ่งที่ “บังคับใช้” สำหรับวิศวกรทุกคนในบริษัท ซึ่งรวมถึงเครื่องมือยอดนิยมอย่าง Cursor และ GitHub Copilot ที่สามารถสร้างโค้ดและช่วยแก้บั๊กโปรแกรมได้ Srinivas กล่าวว่า การนำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้ ช่วยลด “เวลาในการทดลอง” สำหรับงานใหม่ๆ ได้อย่างมาก เขาเสริมว่า “การเปลี่ยนแปลงระดับนี้เป็นเรื่องเหลือเชื่อ” และ “ความเร็วที่เราสามารถแก้ไขบั๊กและนำไปใช้งานจริงนั้นเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง”

Perplexity มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา AI Search Engine ของบริษัทมียอดการค้นหาเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า รวม 780 ล้านครั้ง Srinivas คาดการณ์ว่าภายในหนึ่งปี Perplexity จะสามารถจัดการกับการค้นหาได้ถึง “หนึ่งพันล้านครั้งต่อสัปดาห์” ย้อนกลับไปในปี 2022 เมื่อเริ่มต้น Perplexity ประมวลผลการค้นหาเพียง 3,000 ครั้งต่อวัน และเพิ่มขึ้นเป็น 30 ล้านครั้งต่อวันในเดือนพฤษภาคม Srinivas กล่าวว่า “เป็นการเติบโตที่น่าทึ่งมาก”

อย่างไรก็ตาม Srinivas ยอมรับว่าการใช้ผู้ช่วยเขียนโค้ด AI ยังคง “มีปัญหา” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องมือเหล่านี้อาจสร้างบั๊กใหม่ ๆ ที่วิศวกรซอฟต์แวร์ไม่คุ้นเคยและไม่ทราบวิธีแก้ไข

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Perplexity ได้เปิดตัว Comet ซึ่งเป็นเว็บเบราว์เซอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อท้าชนกับ Google Search และ Google Chrome Comet ใช้ AI Search Engine ของ Perplexity เป็นเครื่องมือเริ่มต้น ทำให้ผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทเป็นจุดเด่นสำหรับผู้ใช้งาน ในเดือนพฤษภาคม Perplexity มีรายงานว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาระดมทุนรอบใหม่มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีมูลค่าสูงถึง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์

บทวิเคราะห์:

การที่ Perplexity ตัดสินใจบังคับใช้เครื่องมือ AI ช่วยเขียนโค้ดสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการเร่งประสิทธิภาพการทำงานและลดระยะเวลาการพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันในตลาดเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การลดเวลาการทำงานจากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง ไม่ได้ส่งผลดีแค่กับเรื่อง Productivity เท่านั้น แต่ยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน ลดระยะเวลาในการออกผลิตภัณฑ์สู่ตลาด (Time-to-Market) และเพิ่มความสามารถในการทดลองและปรับปรุงฟีเจอร์ใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัทสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้และแนวโน้มตลาดได้ทันท่วงที

อย่างไรก็ตาม ข้อกังวลที่ Srinivas กล่าวถึงเรื่องบั๊กที่เกิดจาก AI ก็เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา การพึ่งพา AI ในการสร้างโค้ดอาจนำไปสู่ปัญหา “Black Box” ที่ทำให้วิศวกรไม่เข้าใจที่มาของโค้ดทั้งหมด หรือการที่ AI สร้างโค้ดที่มีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยโดยไม่เจตนา สิ่งเหล่านี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาสมดุลระหว่างการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และการกำกับดูแลโดยมนุษย์เพื่อรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของซอฟต์แวร์

สำหรับการพัฒนา AI Search Engine และการเปิดตัวเบราว์เซอร์ Comet ของ Perplexity ชี้ให้เห็นถึงกลยุทธ์การขยายระบบนิเวศของผลิตภัณฑ์เพื่อดึงดูดผู้ใช้งานและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งรายใหญ่ การผสานรวม AI Search Engine เข้ากับเบราว์เซอร์โดยตรงเป็นการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นและเน้นความสามารถหลักของ Perplexity ซึ่งอาจเป็นจุดแข็งในการดึงดูดผู้ใช้ที่ต้องการทางเลือกใหม่นอกเหนือจาก Google ที่ครองตลาดอยู่

ในแง่ของการตลาดและธุรกิจ การที่ Perplexity สามารถระดมทุนได้ในมูลค่าที่สูงถึง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในศักยภาพของ AI Search Engine และวิสัยทัศน์ของบริษัท แม้ว่าจะมีคู่แข่งที่แข็งแกร่งอย่าง Google การที่ Perplexity มียอดการค้นหาเติบโตอย่างต่อเนื่องบ่งชี้ว่ามีฐานผู้ใช้งานที่กำลังขยายตัว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตของบริษัทในตลาด AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว