NVIDIA Datacenter
|

อินโดนีเซียเดินหน้า “AI Factory” ก้าวสู่การเป็นผู้นำ AI ระดับภูมิภาค จับมือ NVIDIA และ Cisco ตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้าน AI

อินโดนีเซียกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งนวัตกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้วยการก่อตั้ง ศูนย์ความเป็นเลิศด้าน AI (AI Center of Excellence – AI CoE) ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง Indosat Ooredoo Hutchison (IOH), NVIDIA และ Cisco โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับประเทศให้เป็นผู้นำด้าน AI ในระดับภูมิภาค ไม่ใช่แค่ผู้ใช้งาน แต่ยังเป็นผู้สร้างสรรค์และนักนวัตกรรม AI แห่งอนาคต

ความริเริ่มนี้ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของอินโดนีเซียในการใช้ AI เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในทุกภาคส่วน ตั้งแต่เศรษฐกิจไปจนถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

การสร้างรากฐาน AI ที่แข็งแกร่ง

การพัฒนา AI CoE ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรระดับโลกอย่าง NVIDIA และ Cisco ซึ่งนำเสนอโซลูชันและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่สมบูรณ์แบบ:

  • AI Factory Powered by NVIDIA: ศูนย์แห่งนี้จะมาพร้อมกับโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบ Full-Stack ของ NVIDIA ซึ่งรวมถึง NVIDIA Blackwell GPUs ซึ่งเป็นขุมพลังประมวลผล AI เจเนอเรชันใหม่, สถาปัตยกรรมอ้างอิง NVIDIA Cloud Partner และซอฟต์แวร์ NVIDIA AI Enterprise ที่จะช่วยให้การพัฒนาและปรับใช้ AI เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะจาก Cisco: เพื่อรับประกันความปลอดภัยของข้อมูลและระบบ AI, AI CoE จะใช้แพลตฟอร์ม Sovereign Security Operations Center Cloud Platform ที่ขับเคลื่อนโดย Cisco ซึ่งผสานรวมการตรวจจับภัยคุกคามด้วย AI, การควบคุมข้อมูลภายในประเทศ และบริการจัดการความปลอดภัยสำหรับ AI Factory

ความร่วมมือนี้เป็นการต่อยอดจากโครงการริเริ่ม Sovereign AI ที่ผู้นำด้านเทคโนโลยีของอินโดนีเซียได้ประกาศร่วมกับ NVIDIA เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมุ่งเน้นการเสริมสร้างกลยุทธ์ AI ของประเทศผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ (แม้ในข่าวไม่ได้ระบุรายละเอียดของทั้ง 4 เสาหลัก แต่ก็บ่งชี้ถึงกรอบการทำงานที่ครอบคลุม)

การเข้าถึง AI ที่กว้างขวางขึ้น

เป้าหมายสำคัญของ AI CoE คือการทำให้ AI เป็นที่เข้าถึงได้และนำไปใช้ประโยชน์ได้ในวงกว้าง:

  • การสนับสนุนนักพัฒนาและสตาร์ทอัพ: ปัจจุบันมีผู้พัฒนาซอฟต์แวร์อิสระและสตาร์ทอัพกว่า 28 รายที่กำลังใช้โครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ขับเคลื่อนโดย NVIDIA ของ IOH เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัยที่จะช่วยเพิ่มความเร็วและลดความซับซ้อนของเวิร์กโฟลว์ในหลากหลายสาขา เช่น การอุดมศึกษาและการวิจัย, ความมั่นคงทางอาหาร, การปฏิรูประบบราชการ, เมืองอัจฉริยะและการคมนาคม รวมถึงการดูแลสุขภาพ
  • การใช้งาน AI เพื่อสังคม: ด้วยเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศของ Indosat ทำให้บริษัทสามารถเข้าถึงผู้พูดภาษาอินโดนีเซียได้หลายร้อยล้านคนด้วยแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนโดย Large Language Model (LLM) เช่น:
    • Sahabat-AI: โมเดลภาษาขนาดใหญ่ภาษาอินโดนีเซียของ Indosat กำลังถูกใช้ในการพัฒนาระบบ AI Agent ร่วมกับรัฐบาลอินโดนีเซียและ Hippocratic AI เพื่อให้ความช่วยเหลือเชิงป้องกัน เช่น การช่วยให้ผู้หญิงที่อายุเกิน 50 ปีเข้ารับการตรวจแมมโมแกรม ซึ่งจะช่วยป้องกันหรือต่อสู้กับมะเร็งเต้านมและปัญหาสุขภาพอื่นๆ
    • แชทบอท AI ของ Indosat: Sahabat-AI ยังช่วยให้แชทบอท AI ของ Indosat สามารถตอบคำถามเป็นภาษาอินโดนีเซียสำหรับบริการพลเมืองและผู้อยู่อาศัยต่างๆ เช่น การสอบถามเกี่ยวกับขั้นตอนการอัปเดตบัตรประจำตัวประชาชน, อัตราภาษี, ขั้นตอนการชำระเงิน และอื่นๆ

นอกจากนี้ ฟอรัมที่นำโดยรัฐบาลกำลังพัฒนา กรอบการทำงาน AI ที่น่าเชื่อถือ ซึ่งปรับให้เข้ากับค่านิยมของชาวอินโดนีเซีย เพื่อการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์และนโยบายที่เกี่ยวข้องอย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ

indonesia ai center

บทวิเคราะห์

ความร่วมมือในการจัดตั้ง AI CoE ในอินโดนีเซียนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดและมองการณ์ไกลของประเทศในการก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีในภูมิภาคอาเซียน การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับสูงอย่าง NVIDIA Blackwell GPUs และการผสานรวมระบบความปลอดภัยอัจฉริยะจาก Cisco แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างระบบนิเวศ AI ที่ไม่เพียงแค่ทรงพลังแต่ยังมีความมั่นคงปลอดภัย

การเน้นย้ำถึงการทำให้ “ชาวอินโดนีเซียเป็นผู้สร้างสรรค์และนักนวัตกรรม AI ไม่ใช่แค่ผู้ใช้งาน” เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์นี้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการสร้างงานที่มีมูลค่าสูง การพัฒนาทักษะดิจิทัล และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน การนำ LLM ภาษาอินโดนีเซียอย่าง Sahabat-AI มาใช้ในบริการสาธารณะ เช่น การดูแลสุขภาพและการบริการภาครัฐ ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้างได้อย่างแท้จริง

จากมุมมองด้านการตลาดและความยั่งยืน การที่ Indosat วางแผนที่จะนำเทคโนโลยี AI-RAN มาใช้ในอนาคตเพื่อขยายการเข้าถึง AI ผ่านเครือข่ายไร้สาย ยิ่งตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์ในการทำให้ AI เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนในอินโดนีเซีย ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับภูมิภาคอาเซียน

ที่มา: NVIDIA News