meta
|

Meta กับ Scale AI: ความร่วมมือที่เริ่มสั่นคลอน

หลังจากที่ Meta ลงทุนกว่า 14.3 พันล้านดอลลาร์ในบริษัท Scale AI เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 และแต่งตั้ง Alexandr Wang ซีอีโอของ Scale AI พร้อมทีมผู้บริหารระดับสูงเข้ามาดูแล Meta Superintelligence Labs (MSL) ความสัมพันธ์ระหว่างสองบริษัทกลับเริ่มมีรอยร้าวอย่างรวดเร็ว

หนึ่งในผู้บริหารที่ Wang นำเข้ามา คือ Ruben Mayer อดีตรองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และปฏิบัติการ GenAI ของ Scale AI ได้ลาออกจาก Meta ภายในเวลาเพียงสองเดือน โดยมีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับบทบาทของเขาในทีมวิจัยหลักของ Meta ซึ่ง Mayer ยืนยันว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของทีม TBD Labs ตั้งแต่ต้น และไม่ได้รายงานตรงต่อ Wang

นอกจากการเปลี่ยนแปลงบุคลากรแล้ว Meta ยังเริ่มใช้บริการจากผู้ให้บริการข้อมูลรายอื่น เช่น Mercor และ Surge ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญของ Scale AI โดยมีรายงานว่าทีมนักวิจัยของ Meta มองว่าข้อมูลจาก Scale AI มีคุณภาพต่ำกว่า และให้ความสำคัญกับข้อมูลจาก Mercor และ Surge มากกว่า แม้ Meta จะลงทุนมหาศาลกับ Scale AI ก็ตาม

Scale AI ซึ่งเคยใช้โมเดล crowdsourcing ในการจัดการข้อมูล ได้พยายามปรับตัวด้วยแพลตฟอร์ม Outlier เพื่อดึงดูดผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่คู่แข่งอย่าง Surge และ Mercor กลับเติบโตเร็วกว่า เนื่องจากใช้โมเดลที่เน้นบุคลากรคุณภาพสูงตั้งแต่แรกเริ่ม

ขณะที่ Meta กระจายความเสี่ยงด้วยการทำงานร่วมกับหลายบริษัท Scale AI กลับสูญเสียลูกค้ารายใหญ่ เช่น OpenAI และ Google และต้องปลดพนักงานกว่า 200 คนในเดือนกรกฎาคม โดยอ้างว่าเป็นผลจาก “การเปลี่ยนแปลงของตลาด”

แม้จะมีการดึงตัวนักวิจัยระดับสูงจาก OpenAI, Google DeepMind และ Anthropic เข้ามา แต่ภายใน Meta ก็เริ่มเกิดความวุ่นวาย โดยมีรายงานว่าทีม GenAI เดิมถูกลดบทบาท และบุคลากรใหม่บางส่วนเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อระบบราชการภายในบริษัทขนาดใหญ่ เช่น Meta

การลงทุนครั้งใหญ่ของ Meta ใน Scale AI ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเร่งพัฒนา AI ให้ทันคู่แข่ง อาจกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ โดย MSL กำลังพัฒนาโมเดล AI รุ่นใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวภายในสิ้นปีนี้ ท่ามกลางคำถามว่า Meta จะสามารถรักษาเสถียรภาพและดึงดูดบุคลากรที่มีคุณภาพได้หรือไม่

ที่มาข้อมูล: Maxwell Zeff, Marina Temkin, Cracks are forming in Meta’s partnership with Scale AI, TechCrunch