OpenSource LLM
|

โมเดล AI แบบ Open Source ของจีนได้รับความนิยมแซงหน้าโมเดล AI ของสหรัฐฯ แล้ว

ผลการศึกษาของ MIT และ Hugging Face พบว่าโมเดล AI โอเพนซอร์สที่พัฒนาในจีนได้รับความนิยมแซงหน้านักพัฒนาซอฟต์แวร์จากสหรัฐฯ ในด้านยอดดาวน์โหลดทั่วโลกเป็นครั้งแรก โดยครองส่วนแบ่งตลาด 17 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ 15.8 เปอร์เซ็นต์ของผู้สร้างในสหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมา

DeepSeek และ Qwen ของ Alibaba ครองส่วนแบ่งยอดดาวน์โหลดในจีน ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง Google, Anthropic และ OpenAI ยังคงมุ่งเน้นไปที่ระบบปิดที่เป็นกรรมสิทธิ์

การพัฒนาโมเดลเอไอแบบโอเพนซอร์สของจีนได้ก้าวขึ้นมาแซงหน้านักพัฒนาจากสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก โดยในปีที่ผ่านมา โมเดล AI ของจีนมีส่วนแบ่งการดาวน์โหลดในตลาดโลกถึง 17% ขณะที่สหรัฐฯ อยู่ที่ 15.8% การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลมาจากโมเดลดัง ๆ ของจีน เช่น DeepSeek, Qwen และ InternLM ที่ปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเดือนตุลาคมที่มีการเปิดตัวโมเดลใหม่หลายรุ่น ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของระบบนิเวศ AI ของจีน ขณะที่สหรัฐฯ เริ่มมีการเติบโตที่ชะลอตัวลง​

โมเดล AI แบบเปิดแหล่งที่มาคือโมเดลที่ผู้พัฒนาสามารถดาวน์โหลด แก้ไข และนำไปใช้พัฒนาต่อยอดได้อย่างเสรี ซึ่งช่วยให้สตาร์ตอัพและนักวิจัยสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น ในขณะที่จีนเดินหน้าอย่างเต็มที่กับโมเดลแบบเปิดนี้ สหรัฐฯ กลับเลือกที่จะควบคุมโมเดล AI ที่มีความก้าวหน้าสูงผ่านระบบปิดและให้บริการผ่านการสมัครสมาชิกหรือข้อตกลงทางธุรกิจแทน

นอกจากนี้ ความแตกต่างทางยุทธศาสตร์นี้ยังถูกเร่งด้วยข้อจำกัดการส่งออกชิปประมวลผลขั้นสูงจากสหรัฐฯ ที่กระทบต่อการพัฒนาของจีน ส่งผลให้บริษัทจีนต้องใช้วิธีปล่อยโมเดล AI แบบเปิดแหล่งที่มาบ่อยครั้งเพื่อแข่งขัน ทั้งนี้ โมเดล AI ของจีนมีการอัพเดตบ่อยกว่าโมเดลของสหรัฐฯ ซึ่งโดยทั่วไปจะปล่อยรุ่นใหม่ทุก 6-12 เดือน ในขณะที่จีนปล่อยบ่อยถึงสัปดาห์ละครั้งหรือสองสัปดาห์ครั้ง​

การก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านโมเดล AI แบบเปิดของจีนนับเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในวงการปัญญาประดิษฐ์โลก และมีผลโดยตรงต่อการพัฒนาเทคโนโลยี AI ในสตาร์ตอัพทั่วโลก รวมถึงบริษัทชั้นนำในสหรัฐฯ เช่น Google, Meta, และ OpenAI ต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นนี้