WD เผยโรดแมป HDD ปูทางสู่ความจุระดับ 140TB พร้อมเทคโนโลยีเพิ่มความเร็วเทียบ SSD
ภายในงาน “Western Digital Innovation Day” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ในสหรัฐฯ WD ชี้ว่าความต้องการของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลในยุค AI, คลาวด์, ยานยนต์อัตโนมัติ และหุ่นยนต์ จะเติบโตระดับเอ็กซะไบต์ ด้วยอัตราเฉลี่ยต่อปีมากกว่า 25% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า แม้ทุกวันนี้จะมี SSD เข้ามาแทนที่ในหลายงาน แต่ WD ก็ประเมินว่าหน่วยจัดเก็บข้อมูลในระบบสเกลใหญ่ระดับ Hyperscale มากถึงราว 80% ยังคงพึ่งพา HDD ต่อไป ทำให้ HDD ยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของงานด้าน AI และคลาวด์
โรดแมปใหม่ ePMR และ HAMR พัฒนาไปพร้อมกับ
WD เลือกเดินเกมสองทาง โดยจะทำตลาดทั้ง HDD ที่ใช้เทคโนโลยีบันทึกข้อมูลแบบ ePMR (energy‑assisted PMR) รุ่นปรับปรุง และไลน์อัปใหม่ที่ใช้ HAMR (Heat‑Assisted Magnetic Recording) ไปพร้อมกัน โดยทั้งหมดจะอยู่ในฟอร์มแฟกเตอร์ขนาด 3.5 นิ้ว กำหนดสเปกด้านพลังงานและประสิทธิภาพให้อยู่ในกรอบใกล้เคียงกัน เพื่อให้ลูกค้าผสมใช้งานหรือย้ายระหว่าง ePMR กับ HAMR ได้ง่าย
ในฝั่ง HAMR ทาง WD อยู่ในช่วงทดสอบกับลูกค้า และมีแผนออก HDD ความจุ 40TB และ 44TB ภายในปี 2026 จากนั้นเล็งสู่ 60TB ในปี 2028 และมุ่งหน้าสู่ระดับ 100TB ภายในปี 2029 สำหรับรุ่นตันแบบในปัจจุบันตัวต้นแบบใช้จาน (platter) ความจุ 4TB จำนวน 11 แผ่นต่อไดรฟ์

ก้าวสู่ HDD 140TB ด้วยเลเซอร์รุ่นใหม่
เพื่อไปให้ไกลกว่า 100TB ทาง WD จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีเลเซอร์ใหม่แทนดีไซน์ Edge‑Emitting Laser แบบเดิม ช่วยลดความสูงของยูนิตและปรับปรุงคุณภาพการผลิต เป้าหมายคือดันความหนาแน่นต่อแผ่นให้ได้สูงสุดระดับ 10TB ต่อแพลตเตอร์ และเพิ่มจำนวนแผ่นได้มากสุด 14 แผ่นต่อไดรฟ์ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ HDD ความจุสูงสุดราว 140TB อยู่ในโรดแมประยะยาวของบริษัท
เทคโนโลยีบางส่วนจากฝั่ง HAMR ก็จะถูกดึงกลับไปใช้ใน HDD ตระกูล ePMR ด้วย โดย WD ระบุว่ามี HDD ความจุ 40TB ePMR อยู่ในขั้นทดสอบกับลูกค้าแล้ว และตั้งเป้าออก ePMR ความจุ 60TB ในปี 2028
เร่งความเร็ว HDD เทียบ SSD ด้วย High Bandwidth Drive และ Dual Pivot
WD ยังเปิดตัวแนวคิดปรับปรุงประสิทธิภาพของ HDD ครั้งใหญ่ 2 ส่วน คือ High Bandwidth Drive และ Dual Pivot ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่ม throughput และ IOPS ให้ทันงานยุค AI/คลาวด์


High Bandwidth Drive: ใช้ Triple Stage Actuator (ตัวขับเคลื่อนแขนที่จับหัวอ่าน) ที่ควบคุมตำแหน่งหัวอ่านเขียนได้ละเอียด ทำให้หัวหลายตัวเข้าถึงข้อมูลหลายแทร็กพร้อมกัน ส่งผลให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้สูงสุดราว 1.7 เท่าในการอ่านแบบสุ่ม และสูงสุด 2 เท่าในงานอ่านเขียนแบบลำดับ เมื่อเทียบกับ HDD ปัจจุบัน WD ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าความเร็ว 2 เท่าจาก HDD เป็นไปได้จริง ในรุ่นต้นแบบแสดงให้เห็นอัตราความเร็วอยู่ที่ระดับ 500MB/s นั่นคือความเร็วที่พอ ๆ กันกับ SSD แบบ SATA เลยทีเดียว และตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นไปถึง 8 เท่าภายในปี 2030
Dual Pivot: เป็นวาง Actuator (ตัวขับเคลื่อนแขนที่จับหัวอ่าน) 2 ชุดอิสระไว้ด้านบนและด้านล่างของดิสก์ เพื่อให้เพิ่มจำนวนทรานแซกชันต่อวินาที และดันความเร็วเชิงลำดับได้สูงสุด 2 เท่า จุดเด่นคือถูกออกแบบให้ไม่ต้องเพิ่มการใช้พลังงานและไม่บังคับให้ลูกค้าต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ฝั่งระบบมากนัก อีกทั้งยังช่วยลดระยะห่างระหว่างจาน ทำให้เพิ่มจำนวนแพลตเตอร์และความจุรวมได้ด้วย WD มีแผนเริ่มส่งมอบเทคโนโลยีนี้ให้ลูกค้าราวปลายปี 2027 ถึงช่วงปี 2028
การผสมผสาน High Bandwidth Drive เข้ากับ Dual Pivot ทำให้ WD ระบุว่าสามารถเพิ่มความเร็วเชิงลำดับของ HDD ได้สูงสุดถึง 4 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นดั้งเดิม เปิดโอกาสให้ HDD ไปแทนที่งานบางส่วนที่เคยพิจารณาใช้ QLC SSD ได้ โดยให้ประสิทธิภาพที่ต้องการแต่ลดต้นทุนลงอย่างมาก
ปรับปรุงการใช้พลังงาน และแพลตฟอร์มแบบเปิด
สำหรับเวิร์กโหลดที่เป็นคอลด์ดาต้า ทาง WD เตรียมเปิดตัว Power‑Optimized Drive ที่ปรับลดความเร็วรอบจานลง ทำให้ประสิทธิภาพลดลงราว 5–10% แต่แลกกับการกินไฟลดลงสูงสุดประมาณ 20% และเพิ่มความจุได้ราว 10% เหมาะสำหรับข้อมูลที่เน้นเก็บระยะยาวมากกว่าการเข้าถึงบ่อย ๆ โดยวางแผนเริ่มให้ลูกค้าทดสอบในปี 2027
ในระดับแพลตฟอร์ม WD วางแผนปล่อย API แบบเปิดในปี 2027 เพื่อให้ระบบไฟล์รวมฟีเจอร์ของ HDD และ SSD เข้าไว้ในเลเยอร์เดียวกันได้ง่ายขึ้น API ดังกล่าวจะช่วยทำให้ฟังก์ชันของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลผสานกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้าสู่ดาต้าเซ็นเตอร์ง่ายขึ้น และลดความซับซ้อนในการออกแบบระบบเก็บข้อมูล

รีแบรนด์เป็น “WD” สะท้อนยุคใหม่ของสตอเรจ
นอกจากเทคโนโลยี WD ยังประกาศรีแบรนด์องค์กรสู่การเป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (data‑centric) อย่างเต็มตัว ด้วยโลโก้ใหม่ที่ใช้เส้นสายที่ได้แรงบันดาลใจจาก HDD และแร็กรวมสตอเรจในดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมเน้นใช้ชื่อ “WD” ซึ่งเป็นชื่อที่ลูกค้าเรียกกันจนติดปากอยู่แล้ว ทางบริษัทระบุว่า ทั้งโรดแมปความจุ, เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ, การลด TCO และแพลตฟอร์มแบบเปิดเหล่านี้ เป็นการ “รีอินเวนต์ HDD สำหรับยุค AI” โดยตรง เพื่อให้ HDD ยังเป็นแกนหลักของโครงสร้างพื้นฐานการจัดเก็บข้อมูลไปอีกนาน
ข้อมูล: WD
