ทีมนักวิจัยยุโรปและเกาหลีใต้จับมือพัฒนา Photonic chips ลดการใช้พลังงานของระบบ AI
กลุ่มนักวิจัยจากสหภาพยุโรปและเกาหลีใต้เริ่มโครงการพัฒนาชิปประมวลผลแบบโฟโตนิกส์ (Photonic chips) รุ่นใหม่ เพื่อรองรับงานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ใช้พลังงานต่ำลงแต่ให้ประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยใช้หลักการประมวลผลด้วยแสงแทนการส่งสัญญาณไฟฟ้าแบบเดิม
โครงการดังกล่าวใช้ชื่อว่า HAETAE และได้รับเงินสนับสนุนจากสหภาพยุโรปกว่า 1.49 ล้านยูโร เป้าหมายหลักคือรับมือกับการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากดาต้าเซ็นเตอร์และเวิร์กโหลด AI ซึ่งเริ่มถูกมองว่าอาจกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ดันความต้องการพลังงานของโลกในระยะยาว
ในมุมมองของนักวิจัย ความต้องการดิจิทัลที่ขยายตัวจากวิดีโอสตรีมมิง เกมออนไลน์ บริการด้านสุขภาพ และระบบการเงิน ทำให้ยุโรปต้องเร่งเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานรุ่นใหม่ ทั้งในด้านพลังงานหมุนเวียนและระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ฉลาดและยืดหยุ่นกว่าเดิม
HAETAE ตั้งเป้าพัฒนาสถาปัตยกรรมชิปโฟโตนิกส์ที่มีประสิทธิภาพเชิงพลังงานเหนือกว่าฮาร์ดแวร์ AI ปัจจุบันหลายเท่า ควบคู่กับการออกแบบให้รองรับบริการ AI บนคลาวด์ที่ปลอดภัยและปรับขยายได้ง่าย เทคโนโลยีการส่งข้อมูลด้วยแสงช่วยลดความร้อนและเพิ่มแบนด์วิดท์ในการประมวลผลได้อย่างมีนัยสำคัญ
Miltiadis Moralis ผู้ประสานงานโครงการอธิบายว่า การขยับจากวงจรไฟฟ้าไปสู่โฟโตนิกส์ถือเป็นก้าวกระโดดของฮาร์ดแวร์ AI และเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงนี้ว่าใกล้เคียงกับการยกระดับจาก “ยุคเครื่องจักรไอน้ำ” ไปสู่ “ยุคเครื่องยนต์เจ็ต” ในโลกการคมนาคม
หากเทคโนโลยีนี้สำเร็จ ผู้ใช้ปลายทางอาจได้เห็นผู้ช่วย AI ที่ตอบสนองได้ไวขึ้น ระบบแปลภาษาที่หน่วงต่ำใกล้เคียงเรียลไทม์ และดาต้าเซ็นเตอร์ที่ให้พลังประมวลผลสูงโดยใช้ไฟฟ้าน้อยลงอย่างมาก ซึ่งล้วนเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตด้านบริการดิจิทัลในช่วงหลายปีข้างหน้า
อีกมิติหนึ่งของโครงการคือการเชื่อมโยงห้องทดลองโฟโตนิกส์ชั้นนำในยุโรปเข้ากับผู้เชี่ยวชาญด้านเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงในเกาหลีใต้ เพื่อสร้างเครือข่ายนวัตกรรมและซัพพลายเชนที่กระจายความเสี่ยงมากขึ้น ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งเพียงลำพัง
งานวิจัยแกนกลางจำนวนมากกำลังดำเนินในเมืองเทสซาโลนีกี ประเทศกรีซ ซึ่งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาได้กลายเป็นฐานสำคัญของยุโรปด้านโฟโตนิกส์และคอมพิวติ้งเชิงแสง มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยหลายแห่งในประเทศมีบทบาทผลักดันเทคโนโลยีนี้สู่ภาคอุตสาหกรรมและสตาร์ตอัปด้านชิปยุคใหม่
โครงการ HAETAE อยู่ภายใต้การนำของ Aristotle University of Thessaloniki โดยมีพันธมิตรร่วมโครงการอย่าง IMEC จากเบลเยียม บริษัท AkhETonics จากเยอรมนี ร่วมด้วยสถาบันวิจัย KAIST และ DGIST ของเกาหลีใต้ โดยมีกรอบเวลาทำงานไปจนถึงปี 2027 เพื่อวางพื้นฐานให้ฮาร์ดแวร์ AI แบบโฟโตนิกส์เข้าสู่การใช้งานจริงทั้งในเชิงวิชาการและเชิงพาณิชย์
ข้อมูล: newelectronics.co.uk