SEA BW

กรุงเทพฯ ดึงดูดหน่วยงานกำกับดูแล ผู้นำ Stablecoin และ K-Pop สู่งาน Southeast Asia Blockchain Week

ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐของไทยและอินโดนีเซีย เตรียมเข้าร่วมกับผู้บริหารจาก SCBX, Bitkub, Circle, Tether และ Ascend Bit ซึ่งเป็นธุรกิจบล็อกเชนของเครือ CP Group ภายในงาน Southeast Asia Blockchain Week 2026 (SEABW 2026) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-21 พฤษภาคม ณ ICONSIAM Hall กรุงเทพมหานคร โดยงานนี้จัดขึ้นโดย Hashed และ ShardLab ซึ่งเป็นธุรกิจด้านนวัตกรรมและการวิจัย Web3 ของ Hashed และ SCBX ท่ามกลางช่วงเวลาที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของการยอมรับ Web3 ระลอกใหม่ในระดับโลก

งาน Southeast Asia Blockchain Week 2026 (SEABW 2026) ระหว่างวันที่ 20-21 พฤษภาคม ที่หอประชุม ICONSIAM กรุงเทพมหานคร

ในขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังกลายเป็นหนึ่งในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่ทั่วโลกจับตามองมากที่สุด SEABW 2026 ได้เปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นจุดนัดพบของผู้นำจากภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งกำลังกำหนดทิศทางการนำเทคโนโลยีไปใช้จริง

หัวใจสำคัญของงานอยู่ที่เวทีด้านนโยบาย โดยฝั่งประเทศไทยจะมีผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) และสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (Thailand Digital Asset Association: TDA) ร่วมอธิบายแนวทางของประเทศในการขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัล การปฏิรูปกฎระเบียบ และการพัฒนาระบบนิเวศระยะยาว ขณะที่ฝั่งอินโดนีเซีย Muhammad Neil El Himam รองด้านความคิดสร้างสรรค์ดิจิทัลและเทคโนโลยี จากกระทรวงเศรษฐกิจสร้างสรรค์/หน่วยงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (EKRAF) จะสะท้อนมุมมองจากประเทศที่เศรษฐกิจดิจิทัลกำลังเติบโตอย่างโดดเด่นในภูมิภาค ส่งผลให้งานนี้กลายเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองที่หาได้ยากเกี่ยวกับแนวคิด Web3 ของตลาดหลักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งขณะนี้กำลังถูกขับเคลื่อนร่วมกันโดยภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเมือง

ภาคอุตสาหกรรมของไทยจะมีตัวแทนอย่าง กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร Chief Innovation Officer ของ SCBX และ Chief Executive Officer ของ SCB 10X รวมถึง อรรถกฤต จิ้มพลายภิบาล ผู้ร่วมก่อตั้ง Bitkub นอกจากนี้ยังมี อภินันท์ ดาบเพชร Group Head of Wallet and Growth ของ True Money และ Managing Director ของ Ascend Bit ธุรกิจบล็อกเชนในเครือ Ascend Group ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ CP Group ที่ดำเนินธุรกิจ True Money

ทั้งสามองค์กรสะท้อนภาพของกลุ่มการเงินขนาดใหญ่ที่กำลังขับเคลื่อนนวัตกรรมในระดับมหภาค แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลสัญชาติไทยที่ช่วยผลักดันตลาดสู่กระแสหลัก และธุรกิจบล็อกเชนของแพลตฟอร์มฟินเทคผู้บริโภครายใหญ่ของไทย การเข้าร่วมของพวกเขาทำให้งาน SEABW 2026 เชื่อมโยงโดยตรงกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของไทยและบทบาทที่ขยายตัวของประเทศในเศรษฐกิจสินทรัพย์ดิจิทัลระดับภูมิภาค

รายชื่อวิทยากรระดับภูมิภาคและระดับโลกยังสอดคล้องกับธีมหลักของปีนี้อีกด้วย โดย David Katz จาก Circle จะร่วมพูดถึงมุมมองด้านนโยบายและกลยุทธ์ของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับการกำกับดูแล รวมถึง USDC ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขณะที่ Ploy Boonyavee และ Eddy Christian Ng จาก Tether จะร่วมแบ่งปันบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ Stablecoin ในด้านการชำระเงิน การเข้าถึงตลาด และการชำระธุรกรรมข้ามพรมแดนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ยังมีองค์กรชั้นนำอย่าง StraitsX, Ripple, BitGo, Anchorage Digital, Canton, Avalanche, Solana Foundation, Xapo Bank, Token X และ AWS เข้าร่วมครอบคลุมประเด็นด้าน AI โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน การดูแลสินทรัพย์สำหรับสถาบัน การทำ Tokenization และการใช้งานจริงในโลกธุรกิจ โดยภาพรวมของโปรแกรมทั้งหมดสะท้อนทิศทางของตลาดที่กำลังมุ่งสู่กรณีใช้งานที่จับต้องได้มากขึ้น การมีส่วนร่วมของสถาบันที่เข้มแข็งขึ้น และการบูรณาการระหว่างระบบการเงินบนบล็อกเชนกับระบบการเงินหลัก

นอกเหนือจากเวทีหลัก งานยังมีการจัด Roundtable แบบเฉพาะทาง เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเชิงลึกเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายด้านการนำเทคโนโลยีไปใช้ในภูมิภาค ทำให้งานมีมิติด้านกลยุทธ์และการนำไปปฏิบัติจริงมากยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือการแสดงจากวง K-pop อย่าง tripleS ซึ่งบริหารโดย Modhaus โดยวงนี้ใช้ระบบการกำกับดูแลแฟนคลับแบบ On-chain ที่เปิดให้ผู้ถือ NFT มีสิทธิ์โหวตตัดสินใจเกี่ยวกับกิจกรรมของวง สะท้อนให้เห็นถึงการบรรจบกันระหว่างวัฒนธรรมดิจิทัล แฟนด้อม และวงการบันเทิงกับเทคโนโลยีในเอเชีย

“เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเงินดิจิทัล และกรุงเทพฯ คือศูนย์กลางของบทสนทนานี้ SEABW 2026 สะท้อนความเชื่อของเราว่า บทต่อไปของเทคโนโลยีการเงินจะถูกสร้างขึ้นผ่านความร่วมมือแบบเปิดระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล ผู้สร้างนวัตกรรม และสถาบันต่าง ๆ ทั่วภูมิภาค และ SCBX ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้” กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร Chief Innovation Officer ของ SCBX และ Chief Executive Officer ของ SCB 10X กล่าว

ด้าน Hojin Kim CEO ของ ShardLab กล่าวว่า “กรุงเทพฯ คือสถานที่ที่บทสนทนาสำคัญเกี่ยวกับอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเกิดขึ้นในปีนี้ ด้วยความชัดเจนด้านกฎระเบียบที่มาบรรจบกับแรงผลักดันจากภาคสถาบันในแบบที่มีเพียงไม่กี่ตลาดจะทำได้ SEABW 2026 ถูกออกแบบขึ้นจากจุดตัดดังกล่าว รวมถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปเมื่อสินทรัพย์ดิจิทัลและ AI หลอมรวมเข้าสู่เศรษฐกิจแบบ Agentic Economy หน้าที่ของเราคือการนำหน่วยงานกำกับดูแล สถาบัน และนักพัฒนาเข้ามาอยู่ในห้องเดียวกัน เพื่อให้การยอมรับเทคโนโลยีระยะต่อไปของภูมิภาคถูกขับเคลื่อนผ่านการพูดคุย ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ”

ผู้สนับสนุนของงานครอบคลุมทั้งระบบนิเวศ โดยฝั่งไทยมี SCBX, SCB 10X และ InnovestX รวมถึง Bitkub, Bitazza Thailand และแพลตฟอร์ม Tokenization อย่าง Token X ขณะที่พันธมิตรระดับภูมิภาคและระดับโลกประกอบด้วย Tether, Solana Foundation และ Xapo Bank พร้อมด้วย AWS, SOOHO.IO, AriqoX, Tiger Research และ StayGold ซึ่งช่วยขยายงานไปสู่ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย และการวิจัย

โดยรวมแล้ว พันธมิตรทั้งหมดครอบคลุมทั้งด้านการชำระเงิน การทำ Tokenization ตลาดซื้อขาย การดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล และการยอมรับในระดับสถาบัน ทำให้งาน SEABW 2026 กลายเป็นเวทีระดับภูมิภาคที่กำลังกำหนดทิศทางด้านการเงินดิจิทัล เทคโนโลยี และวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ขณะนี้เปิดลงทะเบียนเข้าร่วมงาน SEABW 2026 แล้วที่ https://www.seablockchainweek.org/ โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-21 พฤษภาคม ICONSIAM Hall กรุงเทพมหานคร