Samsung ปลุกชีพ Z-NAND อดีตคู่แข่ง Intel Optane กลับมาทวงบัลลังก์ในยุค AI ตั้งเป้าแรงกว่า NAND ทั่วไป 15 เท่า
Samsung กำลังจะนำเทคโนโลยีหน่วยความจำในตำนานอย่าง Z-NAND กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง หลังจากที่เคยเงียบหายไป โดยตั้งเป้าหมายด้านประสิทธิภาพไว้อย่างน่าทึ่ง พร้อมทิศทางที่ชัดเจนในการเจาะตลาดศูนย์ข้อมูลสำหรับ AI ที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้
รายงานจาก DigiTimes อ้างอิงคำกล่าวของผู้บริหารระดับสูงจากแผนกหน่วยความจำของ Samsung ว่า Z-NAND เจเนอเรชันใหม่นี้ ตั้งเป้าที่จะมี ประสิทธิภาพสูงกว่าหน่วยความจำแฟลช NAND แบบดั้งเดิมถึง 15 เท่า ในขณะที่ ลดการใช้พลังงานลงได้มากถึง 80% ซึ่งเป็นการกลับมาที่สั่นสะเทือนวงการหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงอย่างแท้จริง
Z-NAND คืออะไร
Samsung Z-NAND (รุ่นแรก): เป็นการนำเทคโนโลยี V-NAND (แบบ 48 เลเยอร์ในขณะนั้น) มาปรับปรุงขั้นสุดยอด โดยทำงานในโหมด SLC (Single-Level Cell) ซึ่งเก็บข้อมูลเพียง 1 บิตต่อเซลล์ ทำให้มีความเร็วและความทนทานสูงสุด พร้อมทั้งลดขนาดของ Page Size ลงเหลือเพียง 2−4 KB (เทียบกับ 8−16 KB ใน SSD ทั่วไป) ทำให้การอ่านเขียนข้อมูลขนาดเล็กทำได้รวดเร็วและลด Latency ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ส่วน Intel 3D XPoint Optane: เป็นเทคโนโลยีและวัสดุแบบใหม่ทั้งหมด ที่มีพฤติกรรมการทำงานแตกต่างจาก NAND Flash โดยสิ้นเชิง
ทำไมต้องเป็นตอนนี้ ทำไมต้อง AI?
การกลับมาของ Z-NAND ในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ที่ตอบสนองต่อปัญหา “คอขวด” (Bottleneck) ที่สำคัญที่สุดในโลกของ AI ในปัจจุบัน นั่นคือ “การเข้าถึงข้อมูล”
หัวใจของการประมวลผล AI คือ GPU ซึ่งต้องการข้อมูลมหาศาลเพื่อใช้ในการฝึกฝน (Training) และการอนุมาน (Inference) แต่เส้นทางการเดินทางของข้อมูลแบบดั้งเดิม (GPU > CPU > DRAM > Storage) นั้นมีค่าความหน่วง (Latency) สูงและกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางศักยภาพของ AI GPU
Samsung มองเห็นปัญหานี้และได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า GPU-Initiated Direct Storage Access (GIDS) ขึ้นมา ซึ่งจะถูกผนวกเข้ากับ Z-NAND รุ่นใหม่นี้โดยตรง หลักการทำงานของ GIDS คล้ายคลึงกับ Microsoft DirectStorage API ที่เกมเมอร์รู้จักกันดี คือ อนุญาตให้ GPU สามารถเข้าถึงข้อมูลบนสตอเรจ Z-NAND ได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่าน CPU และ DRAM ของระบบ ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนและลดค่า Latency ลงได้อย่างมหาศาล ทำให้ GPU สามารถดึงข้อมูลที่ต้องการมาประมวลผลได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
ย้อนรอย Z-NAND
สำหรับผู้ที่อยู่ในวงการมานาน คงจำกันได้ว่า Z-NAND เปิดตัวครั้งแรกในช่วงกลางถึงปลายทศวรรษ 2010 ในฐานะคู่แข่งโดยตรงของเทคโนโลยี 3D XPoint Optane จาก Intel ทั้งสองเทคโนโลยีนี้ได้สร้างระดับชั้นใหม่ของสตอเรจ (Storage Tier) ที่อยู่ระหว่าง SSD และ DRAM โดยมีคุณสมบัติที่โดดเด่นคือค่า Latency ที่ต่ำมากและความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลที่สูงกว่า SSD ทั่วไปหลายเท่าตัว
ในยุคนั้น สตอเรจที่ใช้ Optane และ Z-NAND มีความเร็วสูงกว่า SSD ทั่วไปประมาณ 6-10 เท่า การที่ Samsung ตั้งเป้าหมายในครั้งนี้ไว้ที่ 15 เท่าของ NVMe SSD ในปัจจุบัน จึงเป็นเป้าหมายที่ท้าทายและน่าจับตามองอย่างยิ่ง
ตลาดและอนาคต
แน่นอนว่า “ราคา” จะเป็นปัจจัยที่ท้าทายที่สุดสำหรับ Z-NAND เจเนอเรชันใหม่นี้ เพราะแม้แต่สตอเรจ SSD ทั่วไปก็ยังคงพัฒนาความเร็วอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากการมาถึงของมาตรฐาน PCIe 6.0 ที่รออยู่ข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม บริบทของตลาดได้เปลี่ยนไปแล้ว กระแสความต้องการฮาร์ดแวร์สำหรับ AI ที่กำลังบูมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่และผู้ให้บริการคลาวด์ ยินดีที่จะลงทุนมหาศาลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประมวลผล แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม การลดปัญหาคอขวดด้านข้อมูลด้วย Z-NAND และ GIDS อาจหมายถึงการประหยัดเวลาในการฝึก AI Model ได้หลายชั่วโมงหรือหลายวัน ซึ่งแปลเป็นมูลค่าทางธุรกิจมหาศาล
ตราบใดที่ตลาด AI ยังคงร้อนแรง Samsung ก็ไม่น่าจะมีปัญหาในการหาลูกค้าสำหรับเทคโนโลยีระดับพรีเมียมนี้ การกลับมาของ Z-NAND จึงไม่ใช่แค่การฟื้นคืนชีพของเทคโนโลยีเก่า แต่เป็นการปรับตัวและวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างชาญฉลาด เพื่อตอบสนองความต้องการของยุคสมัยแห่ง AI อย่างแท้จริง
ข้อมูล: Tom’s Hardware