Intel ยืนยันซ็อกเก็ต LGA 1700 สำหรับคอร์ เจนฯ 12/13/14 ยังได้ไปต่อ เตรียมดันเมนบอร์ดไฮบริดจ์แบบ DDR4/DDR5 ให้มีมากขึ้น
อินเทลออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่าแพลตฟอร์ม Raptor Lake บนซ็อกเก็ต LGA1700 จะยังคงอยู่ในตลาดต่อไป และไม่ได้จะหายไปจากไลน์ผลิตในเร็ว ๆ นี้ โดยบริษัทระบุว่าจะมีสต็อกซีพียูให้ผู้ผลิตและผู้ใช้ปลายทาง “อย่างเหลือเฟือ” เพื่อรองรับความต้องการในช่วงเปลี่ยนผ่านของหน่วยความจำ DDR4 สู่ DDR5 ที่ยังคงยืดเยื้อจากปัจจัยด้านราคาและต้นทุนการอัปเกรดของผู้ใช้
โรเบิร์ต ฮอลล็อค รองประธานและผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Enthusiast Channel ของ Intel ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Club386 ว่า แม้ Intel เพิ่งเปิดตัวซีพียูรุ่นใหม่ Arrow Lake Refresh แต่ด้วยราคาหน่วยความจำ DDR5 ที่สูงเกินจริง ทำให้ซีพียูรุ่นก่อนอย่าง Raptor Lake (คอร์ เจนฯ 14) ยังคงเป็น “ส่วนสำคัญของกลยุทธ์” ของบริษัท เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า ซีพียู Raptor Lake ซึ่งยังรองรับ DDR4 นั้น “เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำงานได้เร็วมาก และจะไม่หายไปจากตลาดในเร็ว ๆ นี้”
ปัจจุบันราคาของหน่วยความจำ DDR5 มีความผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นในบางช่วงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผู้ใช้จำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่มีชุด DDR4 เดิมอยู่แล้ว ไม่ต้องการแบกรับต้นทุนการเปลี่ยนทั้งเมนบอร์ด ซีพียู และแรมพร้อมกัน ส่งผลให้แพลตฟอร์มที่ยังรองรับ DDR4 ได้ กลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าในมุมมองผู้บริโภค
จุดแข็งสำคัญของ Raptor Lake คือการรองรับทั้ง DDR4 และ DDR5 บนแพลตฟอร์มเดียว ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกอัปเกรดแบบประหยัด ด้วยการใช้แรม DDR4 ชุดเดิมต่อไป หรือจะขยับไปใช้ DDR5 ในภายหลังก็ได้ ขึ้นอยู่กับงบประมาณและจังหวะราคาอินเทอร์เฟซหน่วยความจำในตลาด
จากสถานการณ์ดังกล่าว อินเทลจึงส่งสัญญาณว่าจะยังสนับสนุนเมนบอร์ดที่ออกแบบมาให้รองรับแรมทั้งสองประเภท โดยเฉพาะเมนบอร์ดแบบ “ไฮบริด” DDR4/DDR5 ที่เริ่มมีให้เห็นมากขึ้นในตลาด หนึ่งในตัวอย่างที่ถูกหยิบมาพูดถึงคือ ASRock H610M Combo II ซึ่งติดตั้งสล็อต DDR4 หนึ่งสล็อต และสล็อต DDR5 อีกสองสล็อตบนบอร์ดเดียวกัน แม้ดีไซน์นี้จะทำให้การใช้งาน DDR4 ทำงานได้แค่แบบ single-channel แต่ในมุมของผู้ใช้ที่ต้องการประคองงบประมาณ ก็ถือเป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นสำหรับการอัปเกรดทีละส่วน

ฝั่ง AMD เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อวิกฤตราคาแรมและความนิยม DDR4 ที่ยังไม่จบ มีการส่งสัญญาณเดินเกมเพิ่มรุ่นใหม่บนแพลตฟอร์ม AM4 ซึ่งยังใช้ DDR4 อยู่ เพื่อตอบรับความต้องการของตลาดระดับกลาง โดยมีตัวอย่างยอดขายจากร้านค้าปลีกรายใหญ่ที่สะท้อนว่าซีพียูอย่าง Ryzen 7 5800X ซึ่งใช้ DDR4 กลับมาทำยอดขายแซงรุ่นใหม่กว่าอย่าง Ryzen 7 9800X3D ในบางช่วงเวลา สะท้อนว่าผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับต้นทุนรวมของระบบมากกว่าการไล่ประสิทธิภาพสูงสุดเพียงอย่างเดียว
ภาพรวมของทิศทางตลาดในช่วงนี้จึงชี้ให้เห็นว่า ทั้งอินเทลและเอเอ็มดี ต่างเตรียมใช้แพลตฟอร์มที่รองรับ DDR4 เป็น “กันชน” สำคัญระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค DDR5 อย่างเต็มรูปแบบ ฝั่งอินเทลจะเดินหน้าดัน Raptor Lake และเมนบอร์ดไฮบริด DDR4/DDR5 ต่อไป ขณะที่ฝั่ง AMD จะอาศัยจุดแข็งของ AM4 และซีพียู DDR4 ราคาคุ้มค่า เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการอัปเกรดแบบประหยัด
สำหรับผู้ใช้พีซีทั่วไป สถานการณ์นี้หมายความว่าในช่วงต่อจากนี้ยังมีตัวเลือกซีพียูและเมนบอร์ดที่รองรับ DDR4 ให้เลือกซื้อได้ไม่ขาด ทั้งจากค่ายน้ำเงินและค่ายแดง โดยเฉพาะคนที่มีแรม DDR4 อยู่แล้ว จะสามารถอัปเกรดซีพียูและเมนบอร์ดสู่เจนใหม่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชุดแรมทันที ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในสภาวะที่ราคา DDR5 ยังไม่นิ่งนัก
ข้อมูล: Club386