ลือ AMD Zen 7 “Grimlock Ridge” ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยสถาปัตยกรรม 1.4nm และขุมพลัง 32 คอร์
Zen 6 ของ AMD ยังไม่ทันจะมา ตอนนี้ก็มีมีข้อมูลหลุดเกี่ยวกับ Zen 7 ภายใต้รหัสพัฒนา “Grimlock Ridge” ออกมาให้เราได้สำรวจกันอีกแล้ว หัวใจสำคัญคือการยกระดับจำนวนคอร์สูงสุดเพิ่มขึ้นเท่าตัว และการเปลี่ยนผ่านสู่กระบวนการผลิตที่ล้ำสมัยที่สุดในโลกคือระดับ 1.4nm
Zen 7 สูงสุด 32 คอร์ บนซ็อกเก็ต AM5
จากข้อมูลจากช่อง YouTube: Moore’s Law is Dead ได้มีการเปิดเผยภาพเรนเดอร์ทางเทคนิคของแพ็กเกจซีพียูรุ่นเรือธง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า AMD เตรียมขยับเพดานจำนวนคอร์ของซีพียูระดับเดกส์ท็อปจากเดิมสูงสุดที่ 16 คอร์ (ในรุ่น Ryzen 9 ปัจจุบัน) ขึ้นไปแตะระดับ 32 คอร์ 64 เทรด

โครงสร้างภายในของ Grimlock Ridge ประกอบด้วยชิปเล็ต (CCD) สองตัวที่ทำงานร่วมกับชิปควบคุม I/O Die (IOD) ขนาด 155 ตารางมิลลิเมตร ซึ่งจุดที่น่าสนใจคือ I/O Die รุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกันได้ทั้งสถาปัตยกรรม Zen 6 (Olympic Ridge) และ Zen 7 เพื่อเป็นการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกับเมนบอร์ดเดิมได้ตามสไตล์ของ AMD และแน่นอนว่ายังคง AM5
รายละเอียดทางเทคนิคของ Chiplet: Silverton และ Silverking
AMD มีแผนจะแยกประเภทของชิปเล็ตตามกลุ่มเป้าหมายการใช้งาน ดังนี้:
- Silverton (High-Performance): เป็นชิปเล็ตตัวเต็มที่มี 16 คอร์ มาพร้อมแคช L2 ขนาด 32MB และ L3 ขนาด 64MB ความพิเศษคือรองรับเทคโนโลยี 3D V-Cache เพิ่มเติมได้สูงสุดถึง 160MB ต่อหนึ่ง CCD นั่นหมายความว่าหากเป็นรุ่นเรือธงที่ใช้ CCD สองตัว อาจมีแคชรวมพุ่งสูงถึง 448MB ซึ่งจะสร้างความได้เปรียบมหาศาลในการประมวลผลเกมและการคำนวณที่ซับซ้อน
- Silverking (Efficiency/Mainstream): ชิปเล็ตขนาด 8 คอร์ ที่ตัดส่วนรองรับ V-Cache ออก เพื่อเน้นความคุ้มค่าและประหยัดพลังงาน โดยจะถูกนำไปใช้ในซีพียูรุ่นระดับกลางและอุปกรณ์พกพา (Mobile)
ประสิทธิภาพและการก้าวสู่ยุค 1.4 นาโนเมตร
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการเลือกใช้กระบวนการผลิต A14 (1.4nm) ของ TSMC ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเข้าสู่สายการผลิตจำนวนมากในปี 2028 เทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ AMD สามารถดันความเร็วสัญญาณนาฬิกา (Clock Speed) ไปได้ไกลถึงระดับ 7 GHz โดยมีเป้าหมายการเพิ่มประสิทธิภาพดังนี้:
- Single-threaded: คาดว่าแรงขึ้น 15–30% เมื่อเทียบกับ Zen 6
- Multi-threaded: ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 50–67% จากจำนวนคอร์ที่เพิ่มขึ้น
ความต่อเนื่องของแพลตฟอร์ม AM5
สำหรับผู้ใช้งานที่กังวลเรื่องการเปลี่ยนเมนบอร์ด ข่าวดีคือ Grimlock Ridge ยังคงใช้งานร่วมกับซ็อกเก็ต AM5 ได้ ซึ่งเป็นการตอกย้ำสัญญาของ AMD ในการสนับสนุนแพลตฟอร์มระยะยาว ทำให้ AM5 กลายเป็นหนึ่งในซ็อกเก็ตที่มีอายุการใช้งานยาวนานมากโดยรองรับซีพียูตั้งแต่ Zen 4 ไปจนถึง Zen 7 ก็มาลุ้นกันต่อไปว่า AM5 จะมีอายุการใช้งานยาวนานแบบ AM4 หรือไม่ เพราะเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 ขาย 2027 ปีนี้ 2026 ยังได้ไปต่อ
มุมมองจากบรรณาธิการ
การที่ AMD เลือกขยับจำนวนคอร์ไปที่ 32 คอร์ ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายนัก เพราะคู่แข่งคนสำคัญอย่าง Intel ได้เริ่มการแข่งขันด้านจำนวนคอร์มาตั้งแต่ อินเทล คอร์ เจนฯ 12 แล้วที่มีการเพิ่มทั้ง P-Core และ E-Core เข้าไป แม้ว่าการเพิ่มคอร์ในลักษณะ Hybrid ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องการแก้ปัญหาเรื่องความร้อนก็ตาม แต่สิ่งที่ได้ตามมาก็คือประสิทธิภาพด้าน Multi-Thread ของอินเทลนั้นสูงขึ้นมาก และอินเทลเองก็เตรียมที่จะนำ Hyper Thread กลับมาใช้งานอีกครั้ง ทำให้จำนวนคอร์และเธรดสูงขึ้นไปอีก
ดังนั้นการที่ AMD ปรับจำนวนคอร์สูงสุดไปที่ 32 คอร์ ใน Zen 7 จึงเป็นสิ่งที่เอเอ็มดีจำเป็นต้องทำเพื่อการแข่งขั้นในระยะยาว แม้ว่าความต้องการจำนวนคอร์สูงสุดในระดับนี้จะเป็นกลุ่มที่ไม่มากนักก็ตาม แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่า ทาง AMD อาจจะมีการขยับซีพียูรุ่นเล็กอย่าง Ryzen 5 ไปอยู่ที่ระดับ 8 คอร์ และนำ Ryzen 3 กลับมาอีกครั้งกับซีพียูในระดับ 6 คอร์ ก็เป็นได้
หลายคนก็คงมีคำถามเหมือนกับว่าถ้า Ryzen เดสก์ท็อปปรับจำนวนคอร์ไปถึงระดับ 32 คอร์ แล้วจะไปชนกับซีพียูในกลุ่ม HEDT (High End Desktop) อย่าง Threadripper หรือไม่ คำตอบคืออาจจะทับซ้อนเป็นบางส่วนครับ แต่ตอนนี้ซีพียูอย่าง Threadripper เองก็มีการขยับจำนวนคอร์สูงสุดที่ 96 คอร์ มาได้สักระยะแล้ว ที่สำคัญคือความแตกต่างของการใช้งานนั้น Threadripper ยังคงมีความได้เปรียบในเรื่องจำนวนหน่วยความจำสูงสุดและแบนด์วิดธ์ที่สูงกว่า รวมไปถึงจำนวน PCIe เลน ที่มีให้ใช้งานได้มากกว่าครับ จุดนี้ผู้ใช้แต่ละกลุ่มก็จะพิจารณาถึงการใช้งานทั้งแพลตฟอร์มมากกว่าการดูเฉพาะจำนวนคอร์สูงสุดของซีพียูเพียงอย่างเดียวครับ
อย่างไรก็ตาม ด้วยกำหนดการวางจำหน่ายที่คาดการณ์ไว้ในช่วง ปลายปี 2028 (สำหรับเดสก์ท็อป) และช่วงต้นปีสำหรับเซิร์ฟเวอร์ EPYC “Steamboat” (ที่อาจมีคอร์สูงถึง 264 คอร์) ผู้ใช้งานในปัจจุบันยังคงมีเวลาเหลือเฟือในการใช้งานสถาปัตยกรรม Zen 5 และรอคอยการมาถึงของ Zen 6 ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ยุค 1.4nm อย่างเต็มตัว
ข้อมูล: YouTube | Moore’s Law Is Dead