nvidia dlss a year of relentless innovation

NVIDIA อัปเดต DLSS 5 ใหม่ เร็วขึ้น 2 เท่า เตรียมลง Hogwarts Legacy พร้อมเพิ่มโหมด Frame Generation ใหม่

NVIDIA ประกาศอัปเดตเทคโนโลยี DLSS 5 ด้วยโมเดล 3D-Guided Neural Rendering รุ่นใหม่ที่ประมวลผลได้เร็วขึ้น 2 เท่า พร้อมลดการใช้ VRAM ในความละเอียด 4K ลง 20% เตรียมนำมาใช้กับ Hogwarts Legacy วันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ รวมถึง Where Winds Meet และ RTX Remix สำหรับการปรับปรุงกราฟิกเกมคลาสสิก

NVIDIA เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AI สำหรับการประมวลผลกราฟิกอย่างต่อเนื่อง โดยประกาศความคืบหน้าครั้งใหม่ของ DLSS 5 ซึ่งมาพร้อมโมเดล 3D-Guided Neural Rendering ที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพ ทั้งในด้านความเร็ว การใช้หน่วยความจำ และการเพิ่มรายละเอียดของแสงและวัสดุภายในเกม

การอัปเดตครั้งนี้ยังครอบคลุมเกมใหม่หลายรายการ รวมถึงการเพิ่มโหมด Frame Generation ที่เน้นประสิทธิภาพ ซึ่งเปิดให้ทดลองใช้งานผ่าน NVIDIA app รุ่น Beta แล้ว

dlss 3d guided neural rendering 10x faster since announce

DLSS 5 รุ่นใหม่เร็วขึ้น 2 เท่า ลดการใช้ VRAM ลง 20%

NVIDIA ระบุว่าโมเดล 3D-Guided Neural Rendering รุ่นใหม่นี้ได้รับการปรับปรุงผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการประมวลผลและการปรับแต่งโมเดล AI ส่งผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมเพิ่มขึ้น 2 เท่า เมื่อเทียบกับเวอร์ชันเดือนกันยายน 2026

การเปลี่ยนแปลงสำคัญประกอบด้วย

  • ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 2 เท่า เมื่อเทียบกับโมเดล DLSS 5 เวอร์ชันเดือนกันยายน
  • ลดจำนวนพารามิเตอร์ลง 24% เหลือประมาณ 118 ล้านพารามิเตอร์
  • ลดการใช้ VRAM ที่ความละเอียด 4K ลง 20%
  • ลดภาระการประมวลผลบน GPU ลงครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับเวอร์ชันก่อนหน้า โดย NVIDIA ระบุว่ายังคงรักษาคุณภาพภาพในระดับใกล้เคียงเดิม

NVIDIA ยังระบุด้วยว่าโมเดลรุ่นปัจจุบันมีความเร็วโดยรวมสูงขึ้นถึง 10 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงที่ประกาศเทคโนโลยีนี้ครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2026

เกม NBA 2K27 จะได้รับโมเดลใหม่ในวันที่ 16 ตุลาคม โดย NVIDIA ระบุว่าสามารถเพิ่มเฟรมเรตได้สูงสุด 1.4 เท่า บน GeForce RTX 50 Series, RTX Spark laptops และ GeForce NOW ทั้งนี้ ผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับเกมและการตั้งค่าที่ใช้งาน

nvidia app dlss frame generation preset c beta performance chart

DLSS 5 เตรียมลง Hogwarts Legacy วันที่ 5 พฤศจิกายน

เกม Hogwarts Legacy จะได้รับการอัปเดต DLSS 5 พร้อมเทคโนโลยี 3D-Guided Neural Rendering ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2026 โดยรองรับ GeForce RTX 50 Series, GeForce NOW และ RTX Spark

เทคโนโลยีดังกล่าวมุ่งเพิ่มความสมจริงของแสงและวัสดุภายในฉาก โดยใช้ข้อมูลจากเฟรมที่เกมเรนเดอร์ไว้แล้วเป็นพื้นฐาน ก่อนให้โมเดล AI เข้ามาปรับปรุงรายละเอียดของแสงและพื้นผิวเพิ่มเติม

แนวทางนี้แตกต่างจาก DLSS Super Resolution ที่เน้นสร้างภาพความละเอียดสูงจากข้อมูลภาพที่มีอยู่ หรือ Frame Generation ที่ช่วยสร้างเฟรมเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความลื่นไหลในการเล่นเกม

สำหรับ DLSS 5 นั้น NVIDIA ระบุว่าโมเดล Neural Rendering จะทำงานในขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการเรนเดอร์ โดยอาศัยข้อมูลเรขาคณิต พื้นผิว และบัฟเฟอร์แสงจากเอนจินเกมเป็นพื้นฐาน เพื่อเพิ่มความสมจริงโดยยังคงให้ภาพที่เกมเอนจินสร้างขึ้นเป็นตัวกำหนดองค์ประกอบหลักของฉาก

Avalanche Software ผู้พัฒนา Hogwarts Legacy ยังได้ใช้เครื่องมือควบคุมจาก DLSS 5 SDK เพื่อปรับแต่งการทำงานให้สอดคล้องกับแนวทางศิลป์และรูปแบบภาพของเกม

นอกจาก DLSS 5 แล้ว Hogwarts Legacy ยังรองรับ DLSS Multi Frame Generation และ Ray Reconstruction บนพีซีและโน้ตบุ๊ก GeForce RTX อยู่แล้ว โดยการอัปเดตครั้งใหม่จะนำ Neural Rendering เข้ามาเสริม พร้อมปรับปรุงเทคโนโลยี DLSS ส่วนอื่นให้เป็นเวอร์ชันใหม่ด้วย

Where Winds Meet เตรียมอัปเดต DLSS 5 ปลายเดือนพฤศจิกายน

Where Winds Meet เกมแนว Open-World Action RPG ที่พัฒนาโดย Everstone Studio จะได้รับการรองรับ DLSS 5 ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2026

ปัจจุบันเกมรองรับ DLSS Multi Frame Generation และ Super Resolution อยู่แล้ว โดยการอัปเดตครั้งใหม่จะเพิ่ม 3D-Guided Neural Rendering เพื่อยกระดับรายละเอียดของโลกภายในเกมและตัวละคร

NVIDIA ระบุว่าการเพิ่ม DLSS 5 เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ชุมชนผู้เล่นเรียกร้อง ขณะที่ทีมพัฒนาเองก็เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงด้านคุณภาพภาพจากเทคโนโลยีดังกล่าว

NVIDIA เปิดทดสอบ Frame Generation Performance Mode ใหม่

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการเปิดตัว Performance Mode สำหรับ Frame Generation ผ่าน NVIDIA app รุ่น Beta โดยรองรับ GeForce RTX 40 Series, GeForce RTX 50 Series และ RTX Spark laptops

โดยปกติ DLSS Frame Generation และ Multi Frame Generation จะใช้โมเดล AI สองส่วน ได้แก่ โมเดลที่ใช้ข้อมูลจากเกม เช่น Motion Vectors และ Depth เพื่อทำความเข้าใจการเคลื่อนที่ของวัตถุระหว่างเฟรม และโมเดล Optical Flow สำหรับประเมินการเคลื่อนไหวขององค์ประกอบต่าง ๆ เช่น UI หรือเอฟเฟกต์ Ray Tracing

Performance Mode ใหม่ที่ใช้ชื่อว่า Preset C จะเปลี่ยนโมเดลส่วนที่สองเป็นอัลกอริทึมที่มีขนาดเล็กกว่าและทำงานได้เร็วกว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างเฟรม โดยยอมแลกกับคุณภาพภาพบางส่วนที่ลดลงเล็กน้อยตามข้อมูลของ NVIDIA

NVIDIA ระบุว่าเมื่อใช้ Preset C บน GeForce RTX 5060 สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของ Frame Generation ได้สูงสุด 35%

วิธีเปิดใช้งาน Preset C

  1. ดาวน์โหลดและติดตั้ง NVIDIA app รุ่น Beta ล่าสุด หรืออัปเดตผ่านตัวแอป
  2. ไปที่ Settings > About แล้วเปิดตัวเลือก Opt in to access Beta or experimental features
  3. รอให้ระบบดาวน์โหลดและติดตั้งการอัปเดต Beta
  4. เปิดส่วน Graphics แล้วเลือกเกมที่รองรับ Frame Generation, Multi Frame Generation หรือ Dynamic Multi Frame Generation หรือเลือก Global Settings เพื่อกำหนดค่ากับเกมที่รองรับทั้งหมด
  5. เลื่อนลงไปที่ Driver Settings
  6. เลือก DLSS Override – Model Presets
  7. เลือก Custom
  8. เปิดเมนู Frame Generation แล้วเลือก Preset C หากไม่พบตัวเลือกดังกล่าว ให้รีสตาร์ตระบบ
  9. กด Apply เพื่อใช้การตั้งค่า

ผู้ใช้ควรทดสอบคุณภาพภาพและเฟรมเรตในเกมที่เล่นจริง เนื่องจากการเพิ่มประสิทธิภาพอาจมาพร้อมข้อแลกเปลี่ยนด้านคุณภาพของภาพ และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละเกม

DLSS 5 เตรียมเพิ่มความสามารถให้ RTX Remix วันที่ 23 ตุลาคม

NVIDIA ยังเตรียมเพิ่ม DLSS 5 และ Frame Generation Performance Mode ให้กับ RTX Remix ในวันที่ 23 ตุลาคม 2026 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้พัฒนาและ Modder นำเทคโนโลยีใหม่ไปใช้ปรับปรุงกราฟิกของเกมคลาสสิก

RTX Remix เป็นแพลตฟอร์มสำหรับสร้างม็อดกราฟิกบนพีซี GeForce RTX โดยมีเครื่องมือสำหรับปรับปรุงภาพและนำเทคนิค Path Tracing มาใช้กับเกมเก่า เพื่อเพิ่มรายละเอียดและยกระดับคุณภาพกราฟิกให้เหมาะกับฮาร์ดแวร์สมัยใหม่

NVIDIA เปิดเผยตัวอย่างการทดลองใช้งาน DLSS 5 ในโปรเจกต์ม็อดที่กำลังพัฒนาอยู่สองรายการ ได้แก่

  • Fallout 4 RTX: ตัวอย่างจาก Sparkles/Kim2091 แสดงให้เห็นการปรับปรุงการสะท้อนของหมวกทหาร การตอบสนองของแสง เงาบริเวณลำคอ และรายละเอียดเชิงลึกของวัสดุเสื้อผ้า
  • Mirror’s Edge RTX: ตัวอย่างจาก SoftSoundd แสดงการปรับปรุง Contact Shadows และ Ambient Occlusion บริเวณมือและกางเกงของตัวละคร Faith รวมถึงการตอบสนองของแสงรอบเส้น Zip Line

ผู้พัฒนาม็อดจะสามารถควบคุมขอบเขตการทำงานของ DLSS 5 ได้ โดยเลือกได้ว่าจะรวม หรือตัดองค์ประกอบใดออกจากการประมวลผล รวมถึงกำหนด Mask สำหรับบางส่วนของฉาก และเลือก Preset ของ DLSS 5 แยกตามวัตถุได้

สำหรับการใช้งาน ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลด RTX Remix เวอร์ชันล่าสุดผ่าน NVIDIA app หรือ GitHub จากนั้นกด Alt + X เพื่อเปิด RTX Remix Runtime User Guide Overlay และเข้าเมนู Developer Settings เพื่อเปิดใช้งาน DLSS 5 ใน Runtime หรือ Toolkit ตามขั้นตอนที่ NVIDIA กำหนด

สรุป: DLSS 5 มุ่งเพิ่มทั้งคุณภาพภาพและประสิทธิภาพการเรนเดอร์

การอัปเดต DLSS 5 ในเดือนตุลาคม 2026 แสดงให้เห็นว่า NVIDIA ไม่ได้มุ่งเพิ่มความสมจริงของกราฟิกด้วย AI เพียงอย่างเดียว แต่ยังพยายามลดต้นทุนการประมวลผลและการใช้หน่วยความจำ เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การลด VRAM ที่ใช้ในความละเอียด 4K ลง 20% และการเพิ่มประสิทธิภาพของโมเดลขึ้น 2 เท่า เป็นการปรับปรุงที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับเกมที่ใช้ Neural Rendering ร่วมกับเทคนิคกราฟิกอื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขประสิทธิภาพที่ NVIDIA เปิดเผยยังเป็นข้อมูลจากผู้พัฒนาเทคโนโลยีเอง ผู้ใช้จึงควรรอผลทดสอบจากเกมจริงเพิ่มเติม เพื่อประเมินผลกระทบต่อเฟรมเรต คุณภาพภาพ และการใช้ VRAM บนการ์ดจอแต่ละรุ่น

กำหนดการสำคัญที่ควรติดตาม ได้แก่ NBA 2K27 ในวันที่ 16 ตุลาคม, RTX Remix ในวันที่ 23 ตุลาคม, Hogwarts Legacy ในวันที่ 5 พฤศจิกายน และ Where Winds Meet ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2026

ที่มา: DLSS 5 Comes To Hogwarts Legacy & RTX Spark, Powered By 2X Faster Model