OpenAI-Chip-AI
|

Nvidia ล้มดีล 1 แสนล้านดอลลาร์กับ OpenAI หรือนี่คือสัญญาณเตือนฟองสบู่ AI ที่ชิดเจนที่สุดในตอนนี้

ดีลยักษ์ใหญ่ระหว่าง Nvidia มูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐกับ OpenAI ที่เคยถูกขนานนามว่า “โครงการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์” กำลังสะดุดล้ม สาเหตุหลักมาจากความสงสัยภายในของ Nvidia เอง ตามรายงานของ The Wall Street Journal (WSJ) ทำให้ดีลนี้ซึ่งประกาศในเดือนกันยายน 2568 ระหว่าง CEO Jensen Huang และ Sam Altman เริ่มเข้าสู่ภาวะค้างคา

สัญญาณเตือนที่ปรากฏตั้งแต่หลายเดือนก่อน

ปัญหาไม่ได้เพิ่งเกิด WSJ ชี้ว่า Nvidia ได้เตือนนักลงทุนในเอกสารยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐ (SEC) ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 โดยระบุว่า “ไม่มีหลักประกัน” ว่าดีลจะสำเร็จจริง CFO, Colette Kress ย้ำในงานประชุมนักลงทุนเดือนธันวาคมว่า ยังอยู่แค่ระดับ “บันทึกความเข้าใจ” (MOU) เท่านั้น ไม่ใช่สัญญาจริงจัง

นักวิเคราะห์ประเมินว่าดีลนี้จะสร้างรายได้ให้ Nvidia สูงถึง 500 พันล้านดอลลาร์ แต่เอกสาร 10-Q ของ Nvidia เตือนถึงความเสี่ยง เช่น ความยากในการสร้างและจ่ายไฟให้ data center ขนาด 10 กิกะวัตต์ รวมถึงปัญหา “วงจรปิด” ที่ Nvidia ลงทุนเงินให้ OpenAI แล้ว OpenAI เอาเงินนั้นมาซื้อชิป Nvidia เอง ซึ่งเคยทำให้ผลประกอบการเสียหายมาแล้ว

OpenAI หันหาเงินทุนใหม่จากหลายค่าย

OpenAI กำลังระดมทุนรอบใหม่ มูลค่าสูงสุด 1 แสนล้านดอลลาร์ ที่มูลค่าบริษัทเกือบ 8.3 แสนล้านดอลลาร์ โดยมีการกระจายแหล่งทุนเพื่อลดความเสี่ยงดังนี้:

  • Amazon: เจรจาลงทุนสูงสุด 5 หมื่นล้านดอลลาร์ นำโดย CEO Andy Jassy
  • Microsoft: ถือหุ้น 27% อยู่แล้ว เตรียมเพิ่มอีกไม่เกิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์
  • SoftBank (ญี่ปุ่น): พิจารณาลงทุนเพิ่ม 3 หมื่นล้านดอลลาร์
  • Nvidia: ยังคุยแยกต่างหากลงทุน 3 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ไม่ชัดว่าจะเชื่อมโยงกับดีลเดิมหรือไม่

OpenAI มีรายได้ปีที่แล้ว 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ คาดโต 3 เท่าในปีนี้ (รายงานโดย New York Times) แต่ขาดทุนสะสมคาดว่าจะถึง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2026 จากค่าฝึกและรันโมเดล AI

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ AI

ดีลนี้กระทบ Nvidia หนักเพราะ OpenAI เป็นลูกค้ารายใหญ่สำหรับ GPU Blackwell และชิป AI ถ้าล้มจริง อาจทำให้หุ้น Nvidia ชะลอตัว แม้บริษัทจะครองตลาด GPU AI เกือบ 90% แต่คู่แข่งอย่าง AMD และ Intel กำลังไล่ตาม ขณะที่ OpenAI ต้องเร่งหาเงินทุนเพื่อแข่งกับ Google DeepMind และ xAI ของ Elon Musk

แน่นอนนักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งก็มองว่านี่คือสัญญาณที่ชัดเจนครั้งแรกของฟองสบู่ในในยุค AI

ข้อมูล: Reuters, WSJ