Intel ยอมรับปัญหาขาดแคลนเวเฟอร์ กระทบการผลิตซีพียูรุ่นใหม่
Intel ได้ออกมายืนยันอีกครั้งว่าบริษัทกำลังเผชิญปัญหาการจัดหาวัสดุเวเฟอร์ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้เต็มที่ โดยเฉพาะซีพียูรุ่นใหม่ในตระกูล Core Ultra 200-series ได้แก่ Arrow Lake และ Lunar Lake ซึ่งใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงจากโรงงานของ TSMC
John Pitzer รองประธานบริหารฝ่ายวางแผนองค์กรและความสัมพันธ์นักลงทุนของ Intel กล่าวในงาน UBS Global Technology and AI Conference 2025 ว่า:
“หากเรามีเวเฟอร์ Lunar Lake มากกว่านี้ เราก็คงขาย Lunar Lake ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ เช่นเดียวกับ Arrow Lake หากมีของมากกว่านี้ ยอดขายก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม เรายังคงมั่นใจในสถานการณ์และทิศทางของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI PC”
สาเหตุของปัญหา
- การผลิตชิปเลต (Logic Tiles) ของ Arrow Lake และ Lunar Lake ถูกผลิตโดย TSMC ขณะที่อินเทลทำการแพ็กเกจเอง
- อินเทลยอมรับว่าตอนสั่งจองเวเฟอร์จาก TSMC มีความระมัดระวังเกินไป ทำให้จำนวนที่ได้รับไม่เพียงพอ
- เทคโนโลยี N3B (3nm-class) ของ TSMC เป็นหนึ่งในกระบวนการผลิตที่ล้ำสมัยที่สุด และมีการใช้งานเต็มกำลังอยู่แล้ว ทำให้ไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ทันที

ผลกระทบต่อธุรกิจ
- ความต้องการพีซีที่รองรับ AI ยังคงสูง แม้ตลาดพีซีโดยรวมจะไม่เติบโตมากนัก
- อินเทลไม่สามารถจัดส่งซีพียูได้ตามความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้เกิด Backlog Demand
- แม้จะมีการลงทุนในเครื่องจักรใหม่ เช่น EUV Lithography Tools จาก ASML แต่โรงงานส่วนใหญ่ของอินเทลยังคงผลิตได้เพียงเทคโนโลยีระดับ 10nm และ Intel 7
- ซีพียูสำหรับเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ Xeon 6 “Granite Rapids” ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากกำลังการผลิต Intel 3 ยังไม่เพียงพอ
มุมมองอนาคต
- อินเทลคาดว่าการจัดหาซีพียู Arrow Lake และ Lunar Lake จะดีขึ้นในไตรมาส 4 เป็นต้นไป แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะเพียงพอต่อความต้องการทั้งหมด
- ข่าวดีคือ อินเทลมีหน่วยความจำ LPDDR5X สำหรับ Lunar Lake เพียงพอ ทำให้ต้นทุนไม่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น
- อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาว่าอินเทลจะปรับขึ้นราคาซีพียูหรือไม่ เนื่องจากทั้งปัญหาซัพพลายและราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้น
สรุป: อินเทลกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญสู่ยุค AI PC แต่ความท้าทายด้านการจัดหาวัสดุเวเฟอร์จาก TSMC ทำให้การผลิตซีพียูรุ่นใหม่ไม่สามารถตอบสนองตลาดได้เต็มที่ แม้บริษัทจะลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยีการผลิต แต่ก็ยังต้องใช้เวลาในการเพิ่มกำลังการผลิตให้ทันกับความต้องการทั่วโลก อย่างไรก็ตามคาดว่าในระยะยาวแล้ว Intel น่าจะกลับมาใช้โรงงานของตัวเองในการผลิตชิปทั้งหมดอีกครั้ง ด้วยเทคโนโลยีของตัวเองทั้งหมดเพื่อแก้ปัญหาเรื่องซัพพลายเชนที่กำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้
ข้อมูล: Tom’s Hardware