Perplexity เปิดตัว “Perplexity Computer” ระบบ AI Worker รวมทุกความสามารถไว้ในที่เดียว
Perplexity ประกาศเปิดตัว “Perplexity Computer” ระบบ AI รูปแบบใหม่ที่ทำหน้าที่เป็น “คนทำงานดิจิทัล” แบบทั่วไป (general-purpose digital worker) สามารถจัดการงานซับซ้อนต่อเนื่องได้ยาวนานตั้งแต่ระดับชั่วโมงไปจนถึงหลายเดือน โดยเชื่อมรวมความสามารถของโมเดล AI ชั้นนำหลายตัวไว้ในระบบเดียว แนวคิดหลักคือยกระดับจากแค่แชทบอตตอบคำถาม หรือเอเจนต์ทำงานเดี่ยวๆ ไปสู่ “ระบบเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติ” ที่สามารถวางแผน แบ่งงาน สร้างซับเอเจนต์ และส่งมอบผลงานแบบครบกระบวนการ
Perplexity Computer คืออะไรและทำงานอย่างไร
Perplexity Computer ถูกออกแบบให้ทำงานกับซอฟต์แวร์และเครื่องมือเหมือนพนักงานมนุษย์ ใช้เบราว์เซอร์จริง ไฟล์ระบบจริง และอินทิเกรตกับเครื่องมือภายนอกได้ ผู้ใช้เพียงกำหนด “ผลลัพธ์ที่ต้องการ” จากนั้นระบบจะทำการแตกงานออกเป็นชุดของ task และ sub-task พร้อมสร้างซับเอเจนต์มาดำเนินการ เช่น ทำวิจัยข้อมูลบนเว็บ สร้างเอกสาร ประมวลผลดาต้า หรือยิง API ไปยังบริการที่เชื่อมต่ออยู่ งานต่างๆ ถูกประสานแบบอัตโนมัติและทำงานแบบอะซิงโครนัส ทำให้ผู้ใช้สามารถไปโฟกัสเรื่องอื่น หรือรัน Perplexity Computer หลายตัวพร้อมกันได้พร้อมกัน
เมื่อเจอปัญหาระหว่างทาง Perplexity Computer สามารถสร้างซับเอเจนต์ขึ้นมาแก้ไข เช่น ค้นหา API key เพิ่ม ค้นข้อมูลเสริม เขียนโค้ดแอปพลิเคชัน หรือสอบถามผู้ใช้เมื่อจำเป็น ทุก task วิ่งอยู่ในสภาพแวดล้อม compute ที่แยกจากกันเพื่อความปลอดภัย และยังคงเข้าถึงไฟล์ ระบบเบราว์เซอร์ และเครื่องมือต่างๆ ได้เต็มที่ เป้าหมายคือสร้าง “โครงร่างควบคุม” (safe harness) ที่ทำให้การดึงศักยภาพสูงสุดของโมเดล AI รุ่นใหม่เป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้จากทุกที่
วิวัฒนาการจาก Comet สู่ระบบ orchestrator เต็มรูปแบบ
Perplexity ระบุว่าพันธกิจหลักของบริษัทคือ “ขับเคลื่อนความอยากรู้อยากเห็นของโลก” ซึ่งต้องอาศัย AI ที่แม่นยำสูงเพื่อตอบคำถามที่มีความหมายต่อผู้ใช้ และเปิดทางให้พวกเขาถามคำถามถัดไปได้อย่างมั่นใจ จากจุดเริ่มต้นของการเป็นระบบตอบคำถามเชิงลึก Perplexity ได้ต่อยอดมาสู่ Comet ซึ่งเป็นเบราว์เซอร์ที่ออกแบบมาเพื่อ AI โดยเฉพาะ รวมถึง Comet Assistant ที่ทำหน้าที่เป็นเอเจนต์ส่วนตัว พร้อมกันนั้นยังพัฒนาความสามารถด้าน deep research ให้เป็นหนึ่งในระบบที่แม่นยำที่สุดในอุตสาหกรรม เพิ่ม memory ถาวร และระบบ tasks ต่างๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือ Perplexity ยืนยันแนวทาง “model-agnostic” มาโดยตลอด คือไม่ได้ผูกติดกับโมเดลตัวใดตัวหนึ่ง เพราะเชื่อว่าทางเลือกและการควบคุมคือกุญแจสู่ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ในยุคที่โมเดล AI มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากขึ้น ระบบที่ทรงพลังที่สุดจึงไม่ใช่ระบบที่มีโมเดลเดียวที่เก่งที่สุด แต่คือระบบที่สามารถ “จัดวางและประสาน” โมเดลหลายตัวให้ทำงานร่วมกันอย่างฉลาดในเวิร์กโฟลว์เดียว
Intelligent Multi‑Model Orchestration: เลือกใช้โมเดลที่เหมาะกับงานที่สุด
Perplexity ชี้ว่ากระแสในวงการไม่ได้มุ่งไปสู่การทำให้โมเดลกลายเป็นสินค้าทดแทนกันได้ง่าย แต่กลับกลายเป็นว่าโมเดล “เฉพาะทาง” มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ละตัวโดดเด่นในงานคนละประเภท ดังนั้นเวิร์กโฟลว์ที่ดีต้องเข้าถึงโมเดลชั้นนำทั้งหมด และเลือกใช้ให้เหมาะกับงานย่อยแต่ละส่วน
ในเวลาที่เผยแพร่บทความ Perplexity Computer ใช้ Opus 4.6 เป็นเอนจินหลักด้าน reasoning จากนั้นจึงสร้างและจัดการซับเอเจนต์ด้วยโมเดลที่เหมาะกับงาน เช่น
- ใช้ Gemini สำหรับ deep research และการสร้างซับเอเจนต์
- ใช้ Nano Banana สำหรับงานด้านภาพ
- ใช้ Veo 3.1 สำหรับงานวิดีโอ
- ใช้ Grok สำหรับงานเบาๆ ที่ต้องการความเร็ว
- ใช้ ChatGPT 5.2 สำหรับงานที่ต้องการ context ยาวและการค้นหาข้อมูลวงกว้าง
ด้วยโครงสร้างแบบ model-agnostic นี้ Perplexity Computer สามารถสลับหรืออัปเกรดโมเดลได้ตลอดเมื่อมีเทคโนโลยีที่ดีกว่าออกมา และยังเปิดให้ผู้ใช้เลือกโมเดลเฉพาะสำหรับ subtask แต่ละขั้นตอนเองได้ โดยคำนึงถึงงบ token และบทบาทของแต่ละงานในเวิร์กโฟลว์
“AI คือคอมพิวเตอร์” ในความหมายใหม่
Perplexity เชื่อมโยงแนวคิดนี้กับประวัติศาสตร์ของคำว่า “computer” ย้อนกลับไปถึงปี 1757 เมื่อ Alexis Clairaut จ้าง “computers” ซึ่งตอนนั้นหมายถึงผู้ช่วยมนุษย์สองคน มาช่วยคำนวณเพื่อปรับปรุงการทำนายการกลับมาของดาวหางฮัลเลย์ให้แม่นยำขึ้น โดยทั้งสามทำงานแบบแบ่งงานกันเป็นส่วนๆ จนทำนายจุดใกล้ดวงอาทิตย์ได้คลาดเคลื่อนไม่ถึงสองวัน แก่นของคำว่า computer จึงผูกกับแนวคิด “การแบ่งงานซับซ้อนอย่างอัตโนมัติ และความแม่นยำ” มาแต่แรก
Perplexity มองว่าปัจจุบันโมเดล AI ชั้นนำมีศักยภาพทำงานที่น่าทึ่งได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ยังขาดคือ “ระบบ” ที่สามารถจัดระเบียบความสามารถเหล่านั้นให้ทำงานได้ต่อเนื่อง ข้ามเครื่องมือ ข้ามเวลา และข้าม task อย่างมีประสิทธิภาพ Perplexity Computer จึงถูกนำเสนอในฐานะคำตอบของโจทย์นี้ และเปิดให้ใช้งานแล้วสำหรับผู้ใช้ Perplexity Max ขณะเดียวกันลูกค้า Enterprise Max จะสามารถเข้าถึงได้ในเร็วๆ นี้
Perplexity ยังคงพัฒนาโมเดลของตัวเอง
อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะมีคนสงสัยว่าแบบนี้แล้ว Perplexity ยังคงพัฒนาโมเดลของตัวเองต่อหรือไม่ คำตอบคือยังพัฒนาอยู่ครับ แม้ Perplexity Computer จะเน้นภาพของแพลตฟอร์มแบบ “multi‑model” ที่ดึงโมเดลชั้นนำจากหลายค่ายมาใช้งานร่วมกัน แต่ในทางปฏิบัติ Perplexity ก็ยังคงพัฒนาและใช้โมเดลของตัวเองควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะกลุ่มโมเดลที่ปรับแต่งมาสำหรับงานสืบค้นข้อมูลเชิงลึกและการให้เหตุผลระยะยาว เพื่อใช้เป็นแกนกลางในการทำ reasoning และควบคุมเวิร์กโฟลว์ ก่อนจะสลับไปใช้โมเดลภายนอกที่เหมาะสมกับแต่ละซับทาสก์ เช่น งานค้นคว้าเชิงลึก งานสร้างคอนเทนต์ภาพหรือวิดีโอ หรือการตอบคำถามความยาวมากเป็นพิเศษ แนวทางนี้ช่วยให้ Perplexity รักษาจุดเด่นของการมีโมเดลในบ้านตัวเอง ขณะเดียวกันก็ยังได้ประโยชน์จากการอัปเดตความสามารถของโมเดลจากพาร์ตเนอร์รายอื่นอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูล: Perplexity