TMOG BETA3

Task Manager OG (TMOG) อัปเดต Beta 3 เปิดใช้งานครบ Windows, macOS และ Linux พร้อมเครื่องมือวิเคราะห์ระบบที่จริงจังกว่าเดิม

TMOG หรือ Task Manager OG โปรแกรมตรวจสอบและวิเคราะห์ระบบจาก Dave W. Plummer ผู้สร้าง Windows Task Manager รุ่นดั้งเดิม เดินหน้าพัฒนาต่ออย่างรวดเร็ว ล่าสุดเว็บไซต์ของโครงการได้ปรับสถานะเป็น Beta 3 แล้ว โดยรุ่นปัจจุบันคือ v0.1.3 และที่สำคัญคือขณะนี้สามารถดาวน์โหลดใช้งานได้ครบทั้ง Windows, macOS และ Linux

ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจากช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในตอนที่ QuickPC รายงาน TMOG เวอร์ชัน 0.1.1 นั้น ตัว Windows เพิ่งเปิดให้ดาวน์โหลด ขณะที่ Linux ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา แต่ใน Beta 3 เวอร์ชัน Linux พร้อมใช้งานแล้วทั้ง AppImage, DEB และไฟล์ tar.gz สำหรับระบบ x86-64

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าหมายเลขเวอร์ชันคือทิศทางของ TMOG ผู้พัฒนาเริ่มชัดเจนขึ้นว่า TMOG ไม่ได้เป็นเพียง Task Manager หน้าตาสวยกว่าเดิม แต่ต้องการเป็นเครื่องมือที่ช่วยวิเคราะห์ปัญหาเรื่องคอมช้า เล่นเกมกระตุก เครื่องร้อน หรือใช้พลังงานผิดปกติ

ยกระดับเป็นเครื่องมือวิเคราะห์อาการ

ใน Task Manager ทั่วไป เราอาจเห็นว่า CPU ทำงาน 90% หรือ RAM ถูกใช้ไป 80% แต่ผู้ใช้ยังต้องไปไล่ดูเองว่าเกิดจากโปรแกรมไหน เกิดพร้อมกับ Disk I/O หรือไม่ มีปัญหาด้านอุณหภูมิหรือเปล่า หรือเป็น Network ที่กำลังสร้างคอขวด

TMOG พยายามลดขั้นตอนด้วยการนำข้อมูลระดับเครื่องและระดับ Process มาเชื่อมกัน ผู้ใช้สามารถดู CPU, Memory, Disk, Network, Energy และ Process ที่กำลังใช้ทรัพยากร แล้วเปรียบเทียบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน

ตัวอย่างเช่น หากเครื่องเกิดอาการกระตุกและกราฟ CPU พุ่งขึ้น เราสามารถดูต่อได้ทันทีว่า Process ใดใช้ CPU สูง จากนั้นตรวจ Memory, Disk และ Network เพื่อดูว่ามีคอขวดอื่นเกิดร่วมด้วยหรือไม่ ก่อนตัดสินใจว่าจะลด Priority หรือ End Task

มุมมองระบบหลัก 12 ส่วน

TMOG ปัจจุบันแบ่งการตรวจสอบระบบออกเป็น 12 ส่วนหลัก ได้แก่ Summary, Performance, Processes, System Info, Startup Apps, Users, Services, Power & Frequency, Connections, Installed Apps, Disk Space และ Benchmarks

ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็น Dashboard รวมตัวเลขจำนวนมากไว้เฉย ๆ แต่ละหน้าของ TMOG พยายามตอบคำถามเกี่ยวกับระบบคนละแบบ (ตอนลองใช้งานแรก ๆ ก็คิดว่ามันดูรกเกินไปหรือเปล่ามีเครื่องมือมากมายเต็มไปหมด)

TMOG BETA3 P Core E Core

หน้า CPU สามารถแยก Performance Core และ Efficiency Core รวมถึงดู Logical Processor และ NUMA ได้ ขณะที่ Memory ไม่ได้แสดงเพียงตัวเลข Used RAM แต่มีข้อมูลเกี่ยวกับ Memory Pressure, Cache, Compression และ Swap ตามข้อมูลที่ระบบปฏิบัติการสามารถรายงานได้

ด้าน Storage สามารถเลือกดูอุปกรณ์แยกแต่ละตัวหรือมองภาพรวมของระบบ ส่วน Network มีทั้ง Throughput ปัจจุบัน ประวัติการรับส่งข้อมูล และรายละเอียด Interface

TMOG ยังมีข้อมูล Energy และ Thermal ซึ่งเป็นอีกส่วนที่ทำให้โปรแกรมแตกต่างจาก Task Manager แบบดั้งเดิม เพราะสามารถใช้ตรวจสอบได้ว่าอาการเครื่องร้อนหรือแบตเตอรี่ลดเร็วสัมพันธ์กับ Process ใดและทรัพยากรส่วนไหนของเครื่อง (แต่ตรงนี้เท่าที่ลองดูหลายเครื่องพบว่าจะแตกต่างกันไปตามฮาร์ดแวร์บางเครื่องแสดงได้บางเครื่องไม่ได้ อาจจะต้องรออัปเดตกันต่อไป)

หน้าต่างลอยขนาดเล็ก สำหรับเฝ้าดูเครื่องระหว่างทำงาน

อีกฟีเจอร์ที่มีประโยชน์ในการใช้งานจริงคือ Floating Monitor หรือหน้าต่างขนาดเล็กที่สามารถวางค้างไว้บน Desktop ได้

แนวคิดนี้เหมาะกับสถานการณ์ที่ไม่ต้องการเปิดหน้าต่าง Task Manager เต็มหน้าจอตลอดเวลา เช่น ระหว่าง Compile โปรแกรม, Render งาน, เล่นเกม, Copy ไฟล์ขนาดใหญ่ หรือรัน Workload ที่ใช้เวลานาน

ผู้ใช้สามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของ Load ได้โดยไม่ต้องสลับกลับไปยังหน้าต่างหลักของ TMOG

ตัว Floating Monitor ยังรองรับระบบ Skin โดย Skin ของ TMOG เป็นไฟล์ JSON และไฟล์ภาพ ไม่ใช่ Plug-in ที่สามารถรันโค้ดได้ ผู้ใช้จึงสามารถปรับหน้าตา สี รูปทรง และพื้นหลังของ Monitor ได้โดยไม่ต้อง Compile โปรแกรมหรือโหลด Extension ที่มี Executable Code เพิ่มเข้ามา

Beta 3 ใช้ Native Application แยกตามแต่ละระบบปฏิบัติการ

สิ่งหนึ่งที่ Dave Plummer ยังคงให้ความสำคัญคือ TMOG ไม่ใช่ Web Application ที่นำ Browser Engine มาห่อเป็นโปรแกรม Desktop

ทั้งสามเวอร์ชันใช้ Application Framework ที่เหมาะกับแต่ละระบบปฏิบัติการ

ระบบปฏิบัติการเทคโนโลยีระบบที่รองรับล่าสุด
WindowsC++ + Native Win32Windows 11 x64
macOSSwift + AppKitmacOS 14+, Apple Silicon และ Intel x64
LinuxC++ + Qt 6Linux Desktop x86-64, X11 และ Wayland

ภายในใช้ Shared C++20 Measuring Core ร่วมกัน เพื่อให้ความหมายของ Metric, Model, Action และข้อมูลที่เก็บจากระบบทั้งสามแพลตฟอร์มมีแนวคิดเดียวกัน แม้ส่วนติดต่อผู้ใช้จะถูกพัฒนาแยกแบบ Native ก็ตาม

นี่เป็นแนวทางที่น่าสนใจสำหรับโปรแกรม System Monitor เพราะแต่ละระบบปฏิบัติการมี API, Process Model, Hardware Counter และระบบ Permission แตกต่างกัน การทำ UI แบบ Native แยกออกจาก Core จึงช่วยให้โปรแกรมปรับตัวเข้ากับแต่ละแพลตฟอร์มได้โดยไม่ต้องทำทุกอย่างผ่าน Framework กลางเพียงตัวเดียว

Linux มาแล้ว และนี่คือหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงสำคัญของ Beta 3

หากเทียบกับเวอร์ชันที่ QuickPC เคยรายงานก่อนหน้านี้ Linux คือความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุด

TMOG Beta 3 สำหรับ Linux มีให้เลือกทั้ง AppImage, DEB และ tar.gz โดยไฟล์ AppImage ที่เว็บไซต์ทางการแจกจ่ายระบุเวอร์ชัน 0.1.3 x86_64 อย่างชัดเจน รองรับ Desktop ที่ทำงานผ่าน X11 และ Wayland

ตรงนี้ทำให้แนวคิด “One Task Manager, Native on every platform” ของโครงการเริ่มเป็นรูปเป็นร่างจริง เพราะผู้ใช้ที่มีเครื่อง Windows, Mac และ Linux สามารถใช้เครื่องมือที่มีแนวคิดและ Metric ใกล้เคียงกันบนทุกระบบได้

สำหรับผู้ใช้ที่มีหลายเครื่องหรือ Lab ที่ใช้หลายระบบปฏิบัติการ นี่อาจเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญกว่าเรื่องหน้าตาของโปรแกรมเสียอีก เพราะไม่ต้องเปลี่ยนวิธีอ่าน Resource Monitor ใหม่ทั้งหมดเมื่อย้ายจาก Windows ไป Linux หรือ macOS

รุ่น Free Edition ใช้งานได้จริง แต่ฟีเจอร์ขั้นสูงเริ่มถูกแยกเป็น Pro

ใน Beta 3 โครงสร้าง Free และ Pro ของ TMOG เริ่มชัดเจนขึ้นแล้วครับ

Free Edition ยังคงดู System และ Process Activity ได้ และผู้พัฒนาระบุว่าจะไม่มีวันหมดอายุ ไม่ต้องลงทะเบียน รวมถึงสัญญาว่าฟีเจอร์ Free ที่ผู้ใช้พึ่งพาอยู่จะไม่ถูกย้ายไปล็อกหลังระบบ Pro ในภายหลัง

ส่วนความสามารถสำหรับการวิเคราะห์เชิงลึก เช่น Connections, Installed Apps, Disk Space, การเก็บผล Benchmark, การ Record และ Replay ข้อมูล Performance รวมถึงความสามารถบางส่วนด้าน Power จะอยู่ในกลุ่ม Pro หรือแสดงเป็น Locked Preview ใน Free Edition

บน Apple Silicon ยังมีระบบ Flight Recorder สำหรับบันทึก CPU, GPU, Neural Engine, Memory และ Thermal เพื่อนำเหตุการณ์ย้อนหลังกลับมาวิเคราะห์ได้ ซึ่งถูกจัดเป็นฟีเจอร์ Pro เช่นกัน

ถ้าเป็นไปตามนี้ รุ่น Free Edition ก็เหมาะกับการใช้เป็น System Monitor ประจำเครื่อง และใช้แทน Task Manager ของ Windows ได้เลย ส่วน Pro ถูกวางตำแหน่งไปทางเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์ปัญหา และเก็บหลักฐานการทำงานมากกว่า

เรื่อง Privacy ค่อนข้างชัดเจน

สำหรับโปรแกรมที่สามารถมองเห็น Process และข้อมูล Hardware ภายในเครื่อง ประเด็น Privacy เป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ

นโยบายของ TMOG ระบุว่าโปรแกรมไม่ได้ส่ง System Metrics, Process Information, Hardware Inventory หรือเนื้อหาไฟล์ของผู้ใช้กลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ และไม่ได้สร้าง Advertising Profile

เว็บไซต์ใช้ Plausible Analytics เพื่อเก็บข้อมูล Traffic แบบ Aggregate ส่วนระบบ Remote Monitoring ระหว่าง Mac กับ iPhone ซึ่งเป็นฟีเจอร์ Pro จะส่งข้อมูลโดยตรงผ่านเครือข่ายภายในของผู้ใช้ ไม่ได้ Relay ผ่านเซิร์ฟเวอร์ TMOG

Beta 3 ก็ยังเป็น Beta

แม้ Beta 3 จะมีความสามารถมากขึ้น แต่สถานะคำว่า “Beta” ก็ต้องให้เรานึกไว้เสมอว่ายังสมบูรณ์ โดยเฉพาะเครื่องมือประเภท Hardware Monitoring ความถูกต้องของ Sensor มีความสำคัญมาก

ใน GitHub Feedback Repository ของ TMOG มีรายงานปัญหาจากผู้ใช้ Beta 3 เวอร์ชัน 0.1.3 หลายรายการที่ยังเป็นประเด็นอยู่

ตัวอย่างหนึ่งเป็นเครื่อง Linux Mint ที่ใช้ Core i7-7700 ซึ่ง TMOG แสดงอุณหภูมิ CPU 115°C ขณะที่ผู้รายงานระบุว่าอุณหภูมิจริงอยู่ประมาณ 50°C และปัญหาเกิดทั้งแพ็กเกจ DEB และ AppImage นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้ MacBook Pro M1 รายงานว่าค่าอุณหภูมิแตกต่างจาก iStat Menus อย่างมาก

ฝั่ง Windows 11 ก็มีรายงานจากระบบ Ryzen 5 5600 ว่า System Idle Process ในหน้า Summary แสดงค่ามากกว่า 1,100% ใน Beta 3

รายงานเหล่านี้ยังเป็น Bug Report จากผู้ใช้ ไม่ได้หมายความว่าปัญหาจะเกิดกับทุกระบบ แต่เป็นหลักฐานชัดเจนว่า TMOG ยังอยู่ในช่วงเก็บข้อมูลจาก Hardware จริงจำนวนมากและยังไม่ควรใช้เป็นแหล่งอ้างอิง Sensor เพียงตัวเดียว โดยเฉพาะงานที่ต้องการความแม่นยำด้านอุณหภูมิหรือการทำ Benchmark

หากพบตัวเลขผิดปกติ ควรเปรียบเทียบกับ Task Manager, HWiNFO, เครื่องมือจากผู้ผลิต Hardware หรือเครื่องมือมาตรฐานของระบบปฏิบัติการก่อนสรุปผล

ความน่าสนใจของ TMOG

ใน Beta รุ่นแรก จุดขายของ TMOG อาจดูเหมือนเป็นเรื่องของหน้าตา การแสดงกราฟแบบ Real-Time และความน่าสนใจจากการที่ผู้สร้าง Windows Task Manager ระดับตำนานกลับมาสร้าง Task Manager ใหม่อีกครั้ง

แต่เมื่อมาถึง Beta 3 ภาพของโครงการเริ่มเปลี่ยนไป

สิ่งที่น่าสนใจจริง ๆ คือแนวคิดการสร้าง System Monitor ที่ใช้ Metric Model เดียวกันบน Windows, macOS และ Linux พร้อมความสามารถในการเชื่อมข้อมูลระดับ Process เข้ากับ CPU, Memory, Storage, Network, Energy และ Thermal เพื่อช่วยหาสาเหตุของปัญหาแทนที่จะบอกเพียงว่าทรัพยากรกำลังถูกใช้ไปเท่าไร ตรงนี้ผมคิดว่ามันเหมาะมากกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่หลายคนมีฮาร์ดแวร์หลายแบบ และทำแอปหลายแพลตฟอร์ม การมีเครื่องมือแบบเดียวกันมันช่วยให้เราวิเคราะห์ปัญหาข้ามระบบได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องไปนั่งจำว่า Windows บอกอย่างหนึ่ง macOS บอกอย่างหนึ่ง และ Linux บอกไปอีกอย่างหนึ่ง

แต่ด้วยสถานะที่ยังเป็น Beta เราคงไม่ใช้ TMOG แทน Task Manager, HWiNFO หรือเครื่องมือวิเคราะห์ Hardware ระดับจริงจังในตอนนี้ เพราะ Sensor และ Metric บางส่วนยังมี Bug ที่ต้องแก้ไข

สิ่งที่น่าติดตามต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงว่า TMOG จะเพิ่มกราฟหรือหน้าจออะไรอีก แต่ต้องรอดูว่าจะทำให้ Metric จาก Hardware และระบบปฏิบัติการจำนวนมหาศาลมีความถูกต้องและสม่ำเสมอข้ามทั้ง Windows, macOS และ Linux ได้มากเพียงใด

ดาวน์โหลด: เว็บไซต์ TMOG อย่างเป็นทางการที่ tmog.org

เวอร์ชันปัจจุบัน: Beta 3 / 0.1.3
Windows: Windows 11 x64
macOS: macOS 14 ขึ้นไป, Apple Silicon และ Intel x64
Linux: x86-64, X11/Wayland มี AppImage, DEB และ tar.gz