DeepSeek
|

ลือ DeepSeek เร่งเปิดตัวโมเดล R2 เตรียมปฏิวัติวงการ AI ด้วยประสิทธิภาพสูงและต้นทุนต่ำอีกครั้ง

DeepSeek สตาร์ทอัพด้าน AI จากจีน กำลังกลายเป็นที่จับตามองอีกครั้งด้วยข่าวลือเกี่ยวกับ DeepSeek R2 โมเดล AI รุ่นใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคม 2025 นี้ โดยมีเป้าหมายท้าชนโมเดลชั้นนำจากสหรัฐฯ อย่าง GPT-4 Turbo และอื่นๆ ด้วยประสิทธิภาพที่เหนือกว่าและต้นทุนที่ถูกลงอย่างมาก

เร่งเปิดตัวเพื่อครองใจนักพัฒนา
มีรายว่าเดิม DeepSeek วางแผนเปิดตัว R2 ในเดือนพฤษภาคม 2025 แต่ได้ปรับแผนเพื่อเร่งการเปิดตัวให้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์เพื่อตอบสนองความต้องการของนักพัฒนาและองค์กรที่มองหาโซลูชัน AI ที่ทั้งทรงพลังและประหยัดต้นทุน โดย R2 จะเน้นความสามารถในด้านการเขียนโค้ด การให้เหตุผลเชิงลึก และการประมวลผลหลายภาษานอกเหนือจากภาษาอังกฤษ ซึ่งจะช่วยให้เข้าถึงผู้ใช้งานทั่วโลกได้กว้างขึ้น

ความสามารถที่ล้ำหน้า
ข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่า DeepSeek R2 เป็นโมเดลแบบ Hybrid Mixture of Experts (MoE) ซึ่งมีพารามิเตอร์รวมถึง 1.2 ล้านล้านพารามิเตอร์ แต่ถูกบีบอัดให้เหลือประมาณ 720 พันล้านพารามิเตอร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงาน โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้:

  • ต้นทุน API ต่ำสุด: คาดว่าราคาการใช้งาน API ของ R2 จะถูกกว่า GPT-4 Turbo ถึง 97.3% โดยมีค่าใช้จ่ายเพียง 1-4 หยวนต่อล้านโทเค็น สำหรับอินพุต และ 16 หยวนต่อล้านโทเค็น สำหรับเอาต์พุต ซึ่งจะทำให้ R2 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจและนักพัฒนา
  • ความสามารถด้านภาพ: R2 ได้คะแนน 92.4 mAP ในการทดสอบรู้จำภาพบนชุดข้อมูล COCO ซึ่งแสดงถึงความแม่นยำสูงในการประมวลผลภาพ
  • การวินิจฉัยทางการแพทย์: โมดูลทางการแพทย์ของ R2 มีความแม่นยำถึง 98.1% ในการตรวจจับโรคจากภาพ X-ray ทรวงอก ในการทดสอบแบบ double-blind ที่โรงพยาบาล Peking Union Medical College ซึ่งสูงกว่าความแม่นยำเฉลี่ยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (96.3%)
  • รองรับชิป AI ของจีน: R2 สามารถทำงานบนชิป Huawei Ascend 910B ได้ถึง 91% ของประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับชิป NVIDIA A100 (512P FLOPS) ซึ่งแสดงถึงความยืดหยุ่นในการใช้ฮาร์ดแวร์ท้องถิ่นของจีน

ต่อยอดความสำเร็จจาก DeepSeek R1
DeepSeek R1 ซึ่งเป็นรุ่นก่อนหน้า ได้สร้างความฮือฮาด้วยความสามารถที่เทียบเท่า OpenAI o1 ในงานด้านคณิตศาสตร์ การเขียนโค้ด และการให้เหตุผล โดยมีต้นทุนการพัฒนาเพียง 5.6 ล้านดอลลาร์ และเป็นโมเดลแบบโอเพ่นซอร์ส ทำให้ได้รับความนิยมอย่างมากจนขึ้นเป็นแอปฟรีที่มีการดาวน์โหลดสูงสุดในสหรัฐฯ บน iOS แซงหน้า ChatGPT มาแล้ว ความสำเร็จนี้ทำให้ R2 ถูกคาดหวังว่าจะสานต่อความยิ่งใหญ่ ด้วยการนำเสนอประสิทธิภาพที่สูงขึ้นในราคาที่ถูกลง

ความท้าทายและอนาคตของ DeepSeek
ถึงแม้ว่า DeepSeek R2 จะมีศักยภาพที่น่าตื่นเต้น แต่ข้อมูลส่วนใหญ่ในขณะนี้ยังคงมาจากข่าวลือและการรั่วไหลผ่านโพสต์บน X โดย DeepSeek ยังไม่ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ การที่ DeepSeek เป็นบริษัทจากจีนอาจเผชิญกับความท้าทายด้านการสร้างความไว้วางใจในตลาดสากล รวมถึงการแข่งขันกับบริษัทยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ ที่ครองส่วนแบ่งในวงการ AI อยู่ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม หาก DeepSeek R2 สามารถทำตามที่สัญญาไว้ได้ โมเดลนี้มีโอกาสที่จะเปลี่ยนโฉมวงการ AI โดยทำให้เทคโนโลยีขั้นสูงเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักพัฒนา ธุรกิจขนาดเล็ก หรือแม้แต่ภาคการแพทย์