Google Googlebook
|

Googlebook โน้ตบุ๊กยุค Gemini ที่ผสาน Android และ ChromeOS เข้าด้วยกัน เริ่มต้น 899 ดอลลาร์

Google เดินหน้าสู่ตลาดพีซีด้วย Googlebook โน้ตบุ๊กกลุ่มใหม่ที่ออกแบบโดยวาง Gemini เป็นส่วนหนึ่งของระบบตั้งแต่ต้น พร้อมเชื่อมการทำงานระหว่างโน้ตบุ๊กกับสมาร์ตโฟน Android โดยตรง

Google เปิดเผยแนวคิด Googlebook ครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2026 โดยอธิบายว่าแพลตฟอร์มใหม่นำพื้นฐานจาก Android มารวมกับองค์ประกอบสำหรับเดสก์ท็อปจาก ChromeOS เป้าหมายคือสร้างโน้ตบุ๊กที่ AI สามารถเข้าใจสิ่งที่คุณกำลังทำบนหน้าจอและช่วยดำเนินงานจากบริบทนั้นได้

ล่าสุดวันที่ 21 กันยายน 2026 Google เปิดพรีออเดอร์ Googlebook อย่างเป็นทางการ ราคาเริ่มต้น 899 ดอลลาร์สหรัฐ โดยผู้ผลิตชุดแรกประกอบด้วย Acer, ASUS, Dell, HP และ Lenovo

Magic Pointer เปลี่ยนเมาส์ให้เป็นจุดเรียก Gemini

ฟีเจอร์ที่แสดงแนวคิดของ Googlebook ชัดที่สุดคือ Magic Pointer ซึ่ง Google พัฒนาร่วมกับ Google DeepMind

ปกติเมาส์รู้เพียงว่าคุณกำลังชี้ตำแหน่งใดบนหน้าจอ แต่ Magic Pointer ใช้ Gemini ช่วยวิเคราะห์ข้อความ รูปภาพ และบริบทของสิ่งที่คุณกำลังชี้อยู่ คุณสามารถขยับเคอร์เซอร์เพื่อเรียก Gemini แล้วสั่งงานจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ทันที

ตัวอย่างเช่น หากคุณชี้วันที่ในอีเมล Gemini สามารถนำข้อมูลไปสร้างนัดหมายใน Google Calendar หรือหากคุณเลือกรูปห้องกับรูปโซฟา Gemini สามารถนำสองภาพมาสร้างภาพจำลองเพื่อดูว่าโซฟาจะเข้ากับห้องหรือไม่

Google ยังแสดงตัวอย่างการเลือกแผนการฝึกวิ่งจากเว็บไซต์ แล้วให้ Gemini สร้างตารางและเพิ่มกิจกรรมลง Google Calendar โดยตรง รวมถึงการชี้อีเมลที่น่าสงสัยเพื่อให้ Gemini วิเคราะห์ข้อความและรูปภาพประกอบ

แนวคิดนี้ลดขั้นตอนการคัดลอกข้อมูลจากแอปหนึ่งไปวางในหน้าต่าง AI เพราะ Gemini สามารถใช้บริบทบนหน้าจอเป็นส่วนหนึ่งของคำสั่งได้

สร้าง Widget ด้วยภาษาธรรมดา

Googlebook มีฟีเจอร์ Create My Widget ที่ให้คุณสร้าง Widget บนเดสก์ท็อปด้วยการอธิบายสิ่งที่ต้องการ

ตัวอย่างเช่น คุณสามารถขอ Widget สำหรับติดตามคะแนนกีฬา นับถอยหลังวันเดินทาง หรือรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแผนงานหนึ่งไว้บนเดสก์ท็อป

Gemini สามารถค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตและเชื่อมบริการของ Google เช่น Gmail และ Calendar เพื่อสร้าง Dashboard ที่สัมพันธ์กับงานของคุณ

Rambler เปลี่ยนคำพูดเป็นเอกสารที่จัดโครงสร้างแล้ว

Google เพิ่ม Rambler สำหรับงานที่เริ่มจากเสียงพูด

แทนที่จะถอดทุกคำออกมาเหมือนระบบ Dictation ทั่วไป Rambler สามารถวิเคราะห์บริบท ตัดคำติดขัด จัดหัวข้อ สร้างรายการงาน และจัดรูปแบบข้อความให้พร้อมใช้งาน

คุณจึงสามารถพูดสิ่งที่คิดออกมาเป็นชุดยาว แล้วให้ระบบแปลงเป็นบันทึกการประชุม รายการงาน หรือข้อความที่มีโครงสร้างได้ นอกจากนี้ Rambler รองรับการสลับภาษาในระหว่างการพูดด้วย

Googlebook เชื่อมกับโทรศัพท์ Android โดยตรง

อีกส่วนที่ Google ให้ความสำคัญคือการทำให้โทรศัพท์ Android และโน้ตบุ๊กทำงานต่อเนื่องกัน

เมื่อเข้าสู่ระบบ Googlebook สามารถนำการตั้งค่า รหัสผ่าน Wi-Fi ข้อความ และข้อมูลบางส่วนจากโทรศัพท์มาใช้งานบนโน้ตบุ๊กได้ จากนั้น Google เพิ่มเครื่องมือสำหรับเชื่อมการทำงานระหว่างอุปกรณ์หลายรูปแบบ

Continue On ช่วยให้คุณเริ่มงานบนโทรศัพท์แล้วทำต่อบน Googlebook ได้ เช่น เริ่มทำเพลงผ่าน BandLab ระหว่างเดินทาง แล้วเปิดงานเดิมต่อจาก Taskbar เมื่อถึงโน้ตบุ๊ก

Files เปิดให้ Googlebook เข้าถึง ค้นหา และเปิดไฟล์หรือรูปภาพจากโทรศัพท์ผ่าน File Manager

Cast My Apps สามารถนำแอปจากโทรศัพท์มาแสดงและควบคุมในหน้าต่างบน Googlebook เช่น เปิดแอปส่งอาหาร หรืออ่านข้อความที่มีรหัส OTP โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

Google ระบุว่าการเชื่อมต่อเต็มรูปแบบต้องใช้โทรศัพท์ที่รองรับ Android 17 ขึ้นไป

Android เป็นฐาน แต่ยังได้ความสามารถแบบเดสก์ท็อปจาก ChromeOS

Google อธิบาย Googlebook ว่าสร้างบน Android technology stack และนำพื้นฐานสำหรับเดสก์ท็อปจาก ChromeOS มาใช้ร่วมกัน

ผู้ใช้สามารถใช้งาน Chrome เวอร์ชันเดสก์ท็อปพร้อม Extension และเข้าถึงแอป Android จาก Google Play ได้

Google ระบุว่าแอปอย่าง Adobe Photoshop, Lightroom และ CapCut สามารถทำงานแบบ Native บนแพลตฟอร์มนี้ ขณะที่นักพัฒนาสามารถใช้ Linux Terminal และเครื่องมืออย่าง Claude Code หรือ Antigravity CLI ได้ด้วย

ตรงนี้ทำให้ Googlebook มีบทบาทต่างจาก Chromebook แบบเดิม Google วาง Chromebook ไว้ในกลุ่มคอมพิวเตอร์ที่เน้นความเรียบง่าย ความเร็ว และประสิทธิภาพ ส่วน Googlebook ถูกวางเป็นกลุ่ม Flagship ที่เน้นฮาร์ดแวร์ระดับสูง AI และการทำงานร่วมกับ Android

Googlebook มีทั้ง x86 และ Arm

อีกจุดที่น่าสนใจคือ Google ไม่ผูก Googlebook ไว้กับสถาปัตยกรรมซีพียูแบบเดียว รุ่นแรกมีทั้ง Intel Core Ultra Series 3 บนสถาปัตยกรรม x86 และ Qualcomm Snapdragon X Elite บนสถาปัตยกรรม Arm ซึ่งสะท้อนว่า Google ต้องการให้แพลตฟอร์มทำงานได้บนฮาร์ดแวร์หลายแบบตั้งแต่เริ่มต้น

ตัวอย่างรุ่นที่เปิดตัวในสหรัฐฯ มีดังนี้

รุ่นProcessorสถาปัตยกรรมNPURAMStorageหน้าจอราคาเริ่มต้น
Acer Googlebook 14Intel Core Ultra 5x86สูงสุด 49 TOPS16GB512GB14 นิ้ว 2.8K OLED Touch$899
ASUS Googlebook 14Intel Core Ultra 5x86สูงสุด 49 TOPS16GB512GB14 นิ้ว 2.8K OLED Touch$1,299
XPS GooglebookSnapdragon X EliteArmสูงสุด 45 TOPS16GB512GB13.4 นิ้ว 2.5K LCD Touch$999
HP Googlebook 14Snapdragon X EliteArmสูงสุด 45 TOPS16GB512GB14 นิ้ว 2.8K OLED Touch$1,299
Lenovo Googlebook 15Intel Core Ultra 5x86สูงสุด 47 TOPS16GB512GB15.3 นิ้ว 2.8K OLED Touch$1,099

ข้อมูลจากหน้าเปรียบเทียบอย่างเป็นทางการของ Googlebook

ในบางตลาด Google ยังมีตัวเลือก Intel Core Ultra 7 และ RAM สูงสุด 32GB ในบางรุ่นด้วย

การรองรับทั้ง x86 และ Arm มีความสำคัญมากกว่าการเพิ่มทางเลือกให้ผู้ซื้อ เพราะมันแสดงว่า Google กำลังสร้าง Googlebook OS โดยพยายามแยกประสบการณ์ใช้งานออกจากสถาปัตยกรรมของซีพียู

คุณอาจเลือกรุ่น Intel หากต้องการแพลตฟอร์ม x86 และต้องการความยืดหยุ่นกับซอฟต์แวร์หรือเครื่องมือพัฒนาบางประเภท ขณะที่ Snapdragon X Elite เหมาะกับแนวทาง Arm ซึ่งให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพต่อพลังงานและการทำงานแบบ Mobile Computing มากกว่า

อย่างไรก็ตาม Googlebook ไม่ได้ถูกออกแบบให้คุณเลือกเครื่องจากค่า TOPS เพียงอย่างเดียว ทั้งสองแพลตฟอร์มมี NPU ระดับประมาณ 45 ถึง 49 TOPS และใช้ฟีเจอร์ Gemini ระดับระบบปฏิบัติการชุดเดียวกัน

ตรงนี้ทำให้ Googlebook แตกต่างจากแนวคิด AI PC ที่ผูกภาพจำกับชิปบางตระกูลได้พอสมควร สำหรับ Google แล้ว สิ่งสำคัญดูเหมือนจะอยู่ที่ AI layer ของระบบปฏิบัติการต้องทำงานเหมือนกันไม่ว่าข้างใต้จะเป็น x86 หรือ Arm

นี่อาจเป็นอีกเหตุผลที่ Googlebook น่าสนใจในฐานะ AI PC เพราะผู้ใช้เห็นความสามารถของ AI ก่อนเห็นว่าสเปกใช้ชิปจากค่ายใด

มี NPU มากกว่า 45 TOPS สำหรับงาน AI บนอุปกรณ์

Googlebook ชุดแรกใช้โปรเซสเซอร์จาก Intel และ Qualcomm พร้อม NPU ที่มีกำลังประมวลผลมากกว่า 45 TOPS

Google กำหนดให้ Googlebook อยู่ในตลาด Premium โดยแต่ละรุ่นสามารถใช้วัสดุอย่างอะลูมิเนียม Magnesium Alloy และ Carbon Fiber พร้อมหน้าจอสัมผัสความละเอียดสูงสุด 2.8K OLED, Haptic Glass Trackpad และคีย์บอร์ดแบบ Backlit

Google ระบุอายุแบตเตอรี่สูงสุดประมาณ 14 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับรุ่นและรูปแบบการใช้งาน

ตัวเครื่องยังมี Glowbar ซึ่งทำหน้าที่แสดงสถานะบางอย่าง เช่น การเปิดเครื่อง ระดับแบตเตอรี่ และตอบสนองเมื่อผู้ใช้เรียก Gemini

AI เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Interface

จุดที่น่าสนใจของ Googlebook อยู่ที่วิธีนำ AI เข้าไปอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของระบบปฏิบัติการ

Magic Pointer ทำให้ AI เชื่อมกับเคอร์เซอร์ Rambler เชื่อม AI กับการพูด Create My Widget เชื่อม AI กับเดสก์ท็อป ส่วน Gemini สามารถใช้บริบทจากสิ่งที่อยู่บนหน้าจอเพื่อช่วยจัดการงานได้

Google จึงไม่ได้วาง Gemini เป็นแอป Chatbot ที่คุณต้องเปิดขึ้นมาแยกต่างหาก แต่กำลังพยายามทำให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมคอมพิวเตอร์

Google DeepMind อธิบายแนวคิดเบื้องหลัง Magic Pointer ว่า AI สามารถเปลี่ยนสิ่งที่เห็นเป็นวัตถุที่ระบบเข้าใจ เช่น วันที่ สถานที่ รูปภาพ หรือข้อความ จากนั้นผู้ใช้จึงสั่งงานต่อจากวัตถุเหล่านั้นได้โดยตรง

นี่อาจเป็นทิศทางที่สำคัญกว่าการวัดว่าโน้ตบุ๊ก AI มี NPU กี่ TOPS เพราะประโยชน์ของ AI PC จะขึ้นอยู่กับว่าระบบปฏิบัติการและแอปสามารถนำ AI เข้าไปช่วยลดขั้นตอนการทำงานได้มากแค่ไหน

ราคาเริ่มต้น 899 ดอลลาร์ วางขายเดือนตุลาคม

Googlebook รุ่นแรกมาจาก Acer, ASUS, Dell, HP และ Lenovo ราคาเริ่มต้น 899 ดอลลาร์สหรัฐ

Google เปิดพรีออเดอร์แล้ว และจะเริ่มวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาวันที่ 4 ตุลาคม 2026 ตามด้วยแคนาดา สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี และออสเตรเลียในวันที่ 5 ตุลาคม 2026

Google ยังให้การอัปเดตระบบ Googlebook OS สูงสุด 10 ปี และ Googlebook ทุกเครื่องจะได้รับ Google AI Pro เป็นเวลา 12 เดือน พร้อมพื้นที่ Cloud Storage 5TB และสิทธิ์ใช้งานบริการอื่นตามเงื่อนไขของแต่ละตลาด

การมาของ Googlebook จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มชื่อโน้ตบุ๊กอีกหนึ่งกลุ่มเข้าสู่ตลาด สิ่งที่ Google กำลังทดลองคือคอมพิวเตอร์ที่ Android, ChromeOS, Gemini และโทรศัพท์ Android ทำงานอยู่ในระบบเดียวกันมากขึ้น

หากแนวคิด Magic Pointer และ AI ที่เข้าใจบริบทบนหน้าจอทำงานได้ตามที่ Google แสดงไว้ วิธีใช้ AI บนพีซีอาจเปลี่ยนจากการเปิด Chatbot แล้วพิมพ์ Prompt ไปสู่การชี้สิ่งที่ต้องการ แล้วบอกคอมพิวเตอร์ให้จัดการงานนั้นโดยตรง

ข้อมูล: Google