Cadence เข้าร่วมกลุ่มพันธมิตร Genesis Mission เพื่อขับเคลื่อนการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ด้วย AI และนวัตกรรมไมโครอิเล็กทรอนิกส์
วันนี้ Cadence (Nasdaq: CDNS) ได้ประกาศเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตร Genesis Mission™ Consortium ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (DOE) ที่นำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เพื่อเร่งกระบวนการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ เสริมสร้างความมั่นคงของชาติ และพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงาน โดย Cadence จะนำเทคโนโลยีการออกแบบและการจำลองเสมือนจริงที่ขับเคลื่อนด้วย AI รวมถึงความเชี่ยวชาญทางเทคนิค เข้ามาร่วมมือกับห้องปฏิบัติการแห่งชาติของกระทรวงพลังงาน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายสำคัญของภารกิจ Genesis Mission ในด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ระบบควอนตัมและตัวนำยิ่งยวด การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในศูนย์ข้อมูล (Data Center) และกระบวนการทำงานทางวิทยาศาสตร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI
กลุ่มพันธมิตร Genesis Mission Consortium จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งฝ่ายบริหารในเดือนพฤศจิกายน 2025 โดยมี ดร. ดาริโอ กิล (Dr. Darío Gil) ปลัดกระทรวงพลังงานฝ่ายวิทยาศาสตร์เป็นผู้นำ พันธมิตรนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มผลผลิตและผลลัพธ์ของงานด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมของสหรัฐฯ ให้เป็นสองเท่าภายในหนึ่งทศวรรษ ผ่านการเชื่อมโยงซูเปอร์คอมพิวเตอร์ชั้นนำ ระบบ AI โครงสร้างพื้นฐานด้านการทดลอง และชุดข้อมูลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของห้องปฏิบัติการแห่งชาติทั้ง 17 แห่งของกระทรวงพลังงานเข้าด้วยกัน
“Cadence เชื่อมั่นมาโดยตลอดว่าการออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการจำลองสถานการณ์ตามหลักฟิสิกส์จะเข้ามาพลิกโฉมวิธีการสร้างระบบสำคัญต่าง ๆ ตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง โรงงาน AI (AI Factories) ไปจนถึง Physical AI และการประยุกต์ใช้งานทางวิทยาศาสตร์ยุคใหม่” ทอม เบคลีย์ (Tom Beckley) รองประธานอาวุโสฝ่าย Strategic Technology Programs ของ Cadence กล่าว “การเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตร Genesis Mission Consortium สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะนำเทคโนโลยี EDA และ SDA ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของ Cadence รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม มาช่วยสนับสนุนความเป็นผู้นำทางวิทยาศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทำงานร่วมกับห้องปฏิบัติการแห่งชาติของกระทรวงพลังงาน พันธมิตรในกลุ่ม และประชาคมการวิจัย เพื่อช่วยเร่งการค้นพบใหม่ ๆ ที่จะเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ความมั่นคงทางพลังงาน และนวัตกรรมของสหรัฐฯ”
ต่อยอดความร่วมมือที่มีอยู่เดิมระหว่าง Cadence และห้องปฏิบัติการแห่งชาติ
การเข้าร่วมภารกิจ Genesis Mission ของ Cadence เป็นการต่อยอดความร่วมมือที่มีมายาวนานระหว่าง Cadence กับกระทรวงพลังงาน และห้องปฏิบัติการแห่งชาติของกระทรวงพลังงาน/สำนักงานความมั่นคงด้านนิวเคลียร์แห่งชาติ (DOE/NNSA) ซึ่งรวมถึง Sandia National Laboratories, Fermi National Accelerator Laboratory, Oak Ridge National Laboratory, Lawrence Livermore National Laboratory, ศูนย์วิจัย NASA Ames, Argonne National Laboratory และ Brookhaven National Laboratory ทั้งนี้ เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของ Cadence® มีส่วนช่วยสนับสนุนทั้งการสร้างแบบจำลอง การจำลองสถานการณ์เสมือนจริง การตรวจสอบความถูกต้อง และการวิเคราะห์ทางวิศวกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจเร่งด่วนของกระทรวงพลังงานในด้านวิทยาศาสตร์ พลังงาน และความมั่นคงแห่งชาติ
“ภารกิจ Genesis Mission ถือเป็นโอกาสพิเศษครั้งสำคัญในการเร่งการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ผ่าน AI ระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High-Performance Computing) และเครื่องมือการออกแบบขั้นสูง” ดร. เจฟฟรีย์ เอส. เวตเตอร์ (Dr. Jeffrey S. Vetter) ผู้ทรงคุณวุฒิระดับ Corporate Fellow และหัวหน้าส่วนงาน Advanced Computing Systems Research ของ Oak Ridge National Laboratory กล่าว “ความร่วมมือกับ Cadence จะช่วยนำขีดความสามารถทางวิศวกรรมขั้นสูงเข้าสู่กระบวนการทำงานวิจัย ซึ่งจะสนับสนุนภารกิจของห้องปฏิบัติการแห่งชาติในการส่งมอบผลงานการค้นพบที่สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงให้กับประเทศ”
กลุ่มพันธมิตร Genesis Mission Consortium เป็นการรวมตัวกันของกระทรวงพลังงาน ห้องปฏิบัติการแห่งชาติ หน่วยงานรัฐบาลกลางอื่น ๆ ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันแก้โจทย์ความท้าทายระดับชาติด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในสาขาการผลิตขั้นสูง เทคโนโลยีชีวภาพ วัสดุศาสตร์ พลังงานนิวเคลียร์ วิทยาการสารสนเทศเชิงควอนตัม และเซมิคอนดักเตอร์
การเข้าร่วมของ Cadence ช่วยขับเคลื่อนกลยุทธ์ของบริษัทในการผสาน Agentic AI, การจำลองสถานการณ์ตามหลักฟิสิกส์, เทคโนโลยีดิจิทัลทวิน (Digital Twin) และระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง (HPC) เพื่อเร่งสร้างนวัตกรรมตั้งแต่การออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ ระบบ Physical AI ไปจนถึงโรงงาน AI โดย Cadence มุ่งหวังที่จะนำขีดความสามารถเหล่านี้มาสนับสนุนประชาคมวิจัยของกระทรวงพลังงาน และวางแผนส่งเสริมภารกิจ Genesis Mission ผ่านแนวทางต่าง ๆ ดังนี้:
- ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง: มีส่วนร่วมในการกำหนดขอบเขตและดำเนินโครงการนำร่องสำหรับการพัฒนาและการตรวจสอบโมเดล AI, การกำหนดมาตรฐานข้อมูล และระบบ HPC
- การเปิดให้เข้าถึงขีดความสามารถของ Cadence แบบตรงจุด: ให้การสนับสนุนเครื่องมือออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติ (EDA) และเครื่องมือออกแบบและวิเคราะห์ระบบ (SDA) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI, การจำลองสถานการณ์แบบหลายฟิสิกส์ (Multiphysics Simulation), ดิจิทัลทวิน, แพ็กเกจจิงขั้นสูง และเวิร์กโฟลว์ 3D-IC สำหรับโครงการนำร่องและการสาธิต
- การเชื่อมต่อเวิร์กโฟลว์การทำงาน: สนับสนุนการเชื่อมโยงระบบการทำงานของ Cadence เข้ากับสภาพแวดล้อมระบบประมวลผล HPC ของห้องปฏิบัติการกระทรวงพลังงาน ซึ่งรวมถึงการจัดแพ็กเกจที่ทำซ้ำได้ (Reproducible Packaging) และการทดสอบวัดประสิทธิภาพ “AI Performance”
- การพัฒนาบุคลากร: ร่วมมือกับห้องปฏิบัติการแห่งชาติและสถาบันการศึกษาในการจัดฝึกอบรมและพัฒนาหลักสูตรด้านวิศวกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI
เกี่ยวกับ Cadence
Cadence คือผู้นำตลาดด้าน AI และดิจิทัลทวิน ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกการนำซอฟต์แวร์ประมวลผลเชิงคำนวณมาใช้เพื่อเร่งนวัตกรรมการออกแบบทางวิศวกรรมตั้งแต่ระดับชิ้นส่วนซิลิคอนไปจนถึงระดับระบบ โซลูชันการออกแบบของเราสร้างขึ้นบนกลยุทธ์ Intelligent System Design™ และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อบริษัทเซมิคอนดักเตอร์และระบบชั้นนำของโลกในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยุคใหม่ ตั้งแต่ระดับชิปไปจนถึงระบบไฟฟ้าและกลไกเต็มรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ตลาดที่หลากหลาย ทั้งการประมวลผลขนาดใหญ่ระดับ Hyperscale, การสื่อสารเคลื่อนที่, ยานยนต์, การบินและอวกาศ, อุตสาหกรรม, วิทยาศาสตร์ชีวภาพ และหุ่นยนต์ ในปี 2025 Cadence ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Fortune ให้เป็นหนึ่งใน 100 บริษัทที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในโลก โซลูชันของ Cadence มอบโอกาสที่ไร้ขีดจำกัด
GENESIS MISSION เป็นเครื่องหมายการค้าของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ การใช้เครื่องหมายดังกล่าวของ Cadence เป็นไปเพื่อแสดงถึงการเข้าร่วมในกลุ่มพันธมิตร Genesis Mission Consortium เท่านั้น และไม่ได้หมายความว่ากระทรวงพลังงานสหรัฐฯ รับรอง Cadence หรือผลิตภัณฑ์ สินค้า หรือบริการของบริษัทแต่อย่างใด
