รีวิว Super Flower LEADEX III Gold ATX 3.1 1000W (SF-1000F14GE) พร้อมรองรับการ์ดจอระดับสูง
การเลือกพาวเวอร์ซัพพลายสำหรับพีซีรุ่นใหม่ต้องดูทั้งกำลังไฟ คุณภาพการจ่ายไฟ และสายที่ใช้กับการ์ดจอด้วย Super Flower LEADEX III Gold ATX 3.1 1000W (SF-1000F14GE) รวมสิ่งเหล่านี้ไว้ใน PSU ขนาดกะทัดรัดแบบ ATX ตัวถังลึก 150 มม. พร้อมสายถอดได้ทุกเส้นและการรับประกันในไทย 10 ปี ที่สำคัญพาวเวอร์ซัพพลายรุ่นนี้ผ่านมาตรฐาน Cybenetics ระดับ Platinum และ 80 Plus Gold ดังนั้นคุณสามารถวางใจเรื่องคุณภาพได้เลยครับ

| รายการ | Super Flower LEADEX III Gold ATX 3.1 1000W |
|---|---|
| รหัสรุ่น | SF-1000F14GE |
| กำลังไฟรวม | 1000W |
| มาตรฐาน | ATX 3.1, EPS 12V v2.92, PCIe 5.1 |
| ประสิทธิภาพที่ผู้ผลิตระบุ | 80 PLUS Gold, Cybenetics Platinum |
| รูปแบบสาย | Fully Modular, สายริบบอน |
| ขนาด กว้าง × สูง × ลึก | 150 × 86 × 150 มม. |
| พัดลม | 140 มม. แบบ Fluid Dynamic Bearing |
| โหมดพัดลม | Auto และ ECO ที่รองรับการหยุดหมุน |
| ไฟเข้า | 100–240V AC, 50/60Hz, Active PFC |
| กำลังไฟราง +12V | 83.3A หรือ 999.6W |
| กำลังไฟรวม +3.3V และ +5V | 100W |
| สายการ์ดจอ 16 พิน | 12V-2×6 จำนวน 1 เส้น, รองรับ 600W |
| การรับประกัน | 10 ปี |
1000W ATX ในตัวถังที่กะทัดรัด
พาวเวอร์ซัพพลายรุ่นใหม่ ๆ แม้ว่าจะมีกำลังไฟฟ้าสูงระดับ 1000W แต่ก็สามารถออกแบบวงจรทั้งหมดแล้วใส่ไว้ในตัวถังขนาด 150 มม. ช่วยให้คุณจัดพื้นที่ในเคสได้ง่ายกว่า PSU ที่มีตัวถังยาว โดยเฉพาะเคสที่วางถาดฮาร์ดดิสก์ไว้ใกล้ช่องพาวเวอร์ซัพพลาย ดังนั้นพาวเวอร์ซัพพลายรุ่นนี้จึงค่อนข้างยืดหยุ่นในการติดตั้งร่วมกับเคสแบบ ATX ขนาดต่าง ๆ ได้ค่อนข้างง่ายครับ

นอกจากนี้การออกแบบสายให้เป็น Fully Modular ช่วยให้คุณต่อเฉพาะสายที่ต้องใช้ หากเครื่องมี SSD แบบ M.2 และการ์ดจอหนึ่งตัว คุณสามารถเก็บสาย SATA และ Molex ส่วนที่เหลือไว้นอกเคสได้ สายริบบอนช่วยวางสายตามช่องหลังเมนบอร์ด แต่ความสะดวกในการเก็บสายยังขึ้นกับความลึกของช่องและตำแหน่งอุปกรณ์ในเคส

| สาย | จำนวนสาย | จำนวนหัวต่อฝั่งอุปกรณ์ | ความยาว |
|---|---|---|---|
| ATX 20+4 พิน | 1 | 1 | 600 มม. |
| CPU EPS 4+4 พิน | 2 | 2 | 700 มม. |
| PCIe 6+2 พิน | 4 | 4 | 700 มม. |
| PCIe 12V-2×6 | 1 | 1 | 700 มม. |
| SATA | 2 | 8 | 550 + 130 + 130 + 130 มม. ต่อเส้น |
| Molex 4 พิน | 1 | 4 | 550 + 150 + 150 + 150 มม. |

จุดที่มีประโยชน์คือสาย PCIe 6+2 พินแยกสี่เส้น คุณจึงต่อการ์ดจอที่มีช่องไฟสองหรือสามช่องด้วยสายแยกได้ ส่วนสาย EPS สองเส้นรองรับเมนบอร์ดที่ต้องการไฟ CPU สองช่อง ชุดสายนี้ทำให้รุ่น 1000W รองรับทั้งการ์ดจอที่ใช้หัว 8 พินและการ์ดจอที่ใช้หัว 16 พินได้โดยใช้สายในชุดเดียวกัน
สาย 12V-2×6 รองรับกำลังไฟ 600W และช่วยให้คุณต่อจาก PSU ไปยังการ์ดจอโดยใช้สายที่ผู้ผลิตจัดให้ ลดจำนวนสายและหัวแปลงที่ต้องเก็บไว้บริเวณการ์ดจอ อย่างไรก็ตาม 600W คือพิกัดของสายเส้นนี้ คุณยังต้องรวมการใช้ไฟของ CPU เมนบอร์ด และอุปกรณ์อื่นไว้ในงบกำลังไฟ 1000W ของทั้งเครื่อง
มาตรฐาน ATX 3.1 ให้ความสำคัญกับการรับมือโหลดที่เพิ่มขึ้นรวดเร็ว การ์ดจอสามารถใช้ไฟพุ่งขึ้นช่วงสั้น ๆ แม้ค่าเฉลี่ยระหว่างเล่นเกมจะต่ำกว่านั้น Intel จึงกำหนดรูปแบบทดสอบ Power Excursion เพื่อดูว่า PSU รักษาการทำงานได้เมื่อโหลดเปลี่ยนฉับพลัน
สำหรับ PSU เกิน 450W ที่มีหัว 12V-2×6 เกณฑ์ดังกล่าวครอบคลุมโหลด 200% นาน 100 ไมโครวินาที, 180% นาน 1 มิลลิวินาที, 160% นาน 10 มิลลิวินาที และ 120% นาน 100 มิลลิวินาที สำหรับรุ่น 1000W ตัวเลข 200% จึงหมายถึงโหลดชั่วคราว 2000W ภายในรูปแบบทดสอบที่กำหนด กำลังใช้งานต่อเนื่องของรุ่นนี้ยังอยู่ที่ 1000W รายงาน Cybenetics ระบุว่าตัวอย่าง LEADEX III 1000W ATX v3.1 ผ่านการทดสอบ Power Excursion ตาม ATX v3.1
ส่วน 12V-2×6 ปรับความยาวหน้าสัมผัสจ่ายไฟและขาสัญญาณตรวจจับในตัวซ็อกเก็ต เพื่อปรับปรุงพฤติกรรมเมื่อเชื่อมต่อไม่สมบูรณ์ คุณควรจัดแนวสายให้มีพื้นที่ออกจากหัวต่อก่อนโค้งเข้าช่องเก็บสาย และเสียบหัวต่อจนล็อกเข้าที่ การซื้อ PSU ATX 3.1 ช่วยให้ได้ชุดสายที่เหมาะกับการ์ดจอรุ่นใหม่ แต่การติดตั้งยังมีผลต่อการเชื่อมต่อ
ด้านกำลังจ่ายไฟ Super Flower ระบุว่าราง +12V จ่ายได้ 83.3A หรือ 999.6W รางนี้รองรับภาระหลักของ CPU และ GPU จึงเป็นตัวเลขที่มีความหมายสำหรับเกมมิ่งพีซีและเครื่องทำงานพวกตัดต่อกราฟิกหรือเรนเดอร์งานหนัก ๆ ส่วนราง +3.3V และ +5V มีกำลังรวม 100W ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้พิกัดรวมของ PSU 1000W เราอย่าไปนำกำลังสูงสุดของแต่ละรางมาบวกเป็นกำลังใช้งานรวมใหม่
เราลองเข้าไปดูผลการทดสอบจากทาง Cybernetics พบว่าผ่านเกณฑ์การทดสอบค่อนข้างสูงครับ ก็ไม่แปลกใจที่พาวเวอร์ซัพพลายรุ่นนี้จะได้ทั้ง Cybenetic Platinum และ 80 Plus Gold
| รายการทดสอบ | ผลจาก Cybenetics |
|---|---|
| ประสิทธิภาพเฉลี่ยจากชุดโหลดมากกว่า 1450 รูปแบบ | 91.332% |
| Load Regulation ราง +12V | 0.60% |
| Load Regulation ราง +5V | 0.58% |
| Load Regulation ราง +3.3V | 0.96% |
| Ripple ราง +12V ที่โหลดเต็ม | 30.47mV |
| Ripple ราง +5V ที่โหลดเต็ม | 24.20mV |
| Ripple ราง +3.3V ที่โหลดเต็ม | 19.77mV |
| Hold-up Time | 22.90 มิลลิวินาที |
| ระดับเสียงเฉลี่ยจากชุดโหลดที่ทดสอบ | 32.57 dBA |
Load Regulation แสดงการเปลี่ยนแปลงของแรงดันเมื่อโหลดเปลี่ยน ค่าของสามรางหลักต่ำกว่า 1% สะท้อนการควบคุมแรงดันที่ดีในชุดทดสอบ ส่วน Ripple คือความกระเพื่อมที่ซ้อนอยู่บนไฟ DC ผลวัดช่วยให้ประเมินคุณภาพเอาต์พุตได้ชัดกว่าการดูวัตต์หรือระดับ Gold เพียงอย่างเดียว
Hold-up Time แสดงช่วงเวลาที่ PSU รักษาเอาต์พุตไว้ได้หลังไฟเข้าขาดหาย ผล 22.90 มิลลิวินาทีจึงเป็นข้อมูลอีกด้านของความสามารถในการจ่ายไฟต่อเนื่องช่วงสั้น ๆ การเลือก UPS สำหรับสำรองไฟยังต้องดูภาระรวมของเครื่องและคุณสมบัติของ UPS แยกต่างหาก
ประสิทธิภาพ 91.332% ในรายงานคือค่าเฉลี่ยหลายรูปแบบโหลด หากต้องการเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างกำลังจ่ายกับไฟที่ดึงจากปลั๊ก ลองใช้ตัวอย่างคำนวณที่ประสิทธิภาพ 90% เมื่ออุปกรณ์ต้องการไฟ 500W, PSU จะดึงไฟประมาณ 556W และเปลี่ยนส่วนต่างประมาณ 56W เป็นความร้อน ตัวอย่างนี้แสดงวิธีคิด โดยผลใช้งานจริงขึ้นกับโหลดและประสิทธิภาพ ณ จุดนั้น
ด้านการระบายความร้อน รุ่นนี้ใช้พัดลม FDB ขนาด 140 มม. พร้อมโหมด ECO ที่หยุดพัดลมได้เมื่อสภาวะการทำงานเอื้ออำนวย หากคุณใช้เครื่องอ่านเว็บหรือทำงานเอกสาร โหมดนี้ช่วยลดเสียงจากพัดลม PSU ในช่วงที่มันหยุดหมุน ส่วนงานที่ใช้ GPU ต่อเนื่องเสียงพัดลมระบายความร้อนของ PSU ก็มีเสียงที่เบามาก
ระบบป้องกันที่ผู้ผลิตระบุครอบคลุมแรงดันเกินและต่ำ, กระแสเกิน, กำลังไฟเกิน, ลัดวงจร, อุณหภูมิสูง และไฟกระชากหรือกระแสกระชากตอนเปิดเครื่อง ได้แก่ OVP, UVP, OCP, OPP, SCP, OTP และ SIP ฟังก์ชันเหล่านี้มีหน้าที่จัดการสภาวะผิดปกติ คุณจึงควรเลือกกำลังไฟสำหรับใช้งานตามปกติให้เหลือเพียงพอ แทนการใช้จุดตัดของระบบป้องกันเป็นกำลังใช้งานประจำ

ทดลองใช้งาน

| อุปกรณ์ | รายละเอียด |
|---|---|
| CPU | Intel Core Ultra 7 270K |
| เมนบอร์ด | ASRock Z890 A-Pro |
| การ์ดจอ | GeForce RTX 5080 |
| หน่วยความจำ | DDR5 32GB (16GB x 2) 6000MT/s |
| อุปกรณ์เก็บข้อมูล | SSD Kingston 2TB NVMe 4.0 |
| ระบบระบายความร้อน | THERMALTAKE TOUGHLIQUID 280 EX PRO |
| อุณหภูมิห้อง | 26 องศาเซลเซียส |
| ซอฟต์แวร์ทดสอบ | AIDA64 System Stability Test (CPU, GPU, RAM Stress) |
ด้วยพลังระดับ 1000W กับฮาร์ดแวร์เพียงเท่านี้ถือว่าเป็นงานเบาของ PSU รุ่นนี้เลยครับ แต่ก็มีข้อดีคือจะช่วยประหยัดการใช้พลังงานได้ดีเพราะว่าพอมีโหลดน้อย PSU ทำงานน้อยความสูญเสียเรื่องพลังงานไปกับความร้อนก็จะน้อยลงตามไปด้วย อันที่จริง PSU ระดับ 1000W นี้สามารถรองรับการ์ดจอที่ใช้กำลังไฟระดับ 300W ได้สองตัวแบบสบาย ๆ เลยครับ ใครที่เป็นสาย AI PC ที่มีการ์ดจอสองตัวก็สามารถเลือก PSU รุ่นนี้ไปเป็นขุมพลังได้เลย น่าเสียดายตรงที่มี คอนเน็คเตอร์แบบ 12V-2×6 มาให้เพียงตัวเดียว แต่ถ้าจำเป็นจริง ๆ ก็สามารถใช้สายแปลงเพิ่มได้ แต่ความเรียบร้อยก็จะลดลงไปหน่อย

ในการทดสอบเสถียรภาพของ PSU เราก็ยังคงใช้ AIDA64 Stability Test โดยกำหนด Stress Test ไปที่ CPU, GPU และ RAM ให้เต็ม 100% เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของแรงดันไฟฟ้าชุดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น 12V, 5V และ 3.3V โดยเราจะทำการทดสอบไปต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง และในการทดสอบตลอด 1 ชั่วโมงก็จะเห็นได้ว่ากราฟระดับแรงดันไฟฟ้านี่งเรียบมาก ก็อย่างที่บอกครับพอโหลดน้อย PSU ก็ทำงานสบายไม่เครียด จ่ายไฟนิ่ง ๆ ได้ตลอดแม้ว่า CPU, GPU จะทำงานแบบ 100% แล้วก็ตาม
จุดเด่น
- รองรับ ATX 3.1 และ PCIe 5.1 ออกแบบให้รับมือโหลดไฟที่เพิ่มขึ้นฉับพลันจากฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่
- มีสาย 12V-2×6 รองรับ 600W ช่วยต่อการ์ดจอที่ใช้หัว 16 พินได้โดยไม่ต้องเพิ่มหัวแปลง
- ชุดสายรองรับเครื่องระดับสูง มีสาย PCIe 6+2 พินแยกสี่เส้น และสาย CPU EPS 4+4 พินสองเส้น
- ถอดสายได้ทุกเส้น คุณเลือกต่อเฉพาะสายที่จำเป็น ช่วยลดสายส่วนเกินภายในเคส
- ตัวถังลึก 150 มม. ช่วยเหลือพื้นที่สำหรับเก็บสายและจัดวางถาดฮาร์ดดิสก์
- พัดลม FDB 140 มม. พร้อมโหมด ECO รองรับการหยุดพัดลมเมื่อสภาวะการทำงานเหมาะสม
- รับประกัน 10 ปี เหมาะกับการใช้งานต่อเนื่องผ่านการอัปเกรดเครื่องหลายครั้ง
ข้อสังเกต
- แม้จะเป็น PSU ขนาด 1000W แต่มีมีสาย 12V-2×6 เพียงหนึ่งเส้นเท่านั้น หากคุณวางแผนใช้การ์ดจอหัว 16 พินสองตัว ต้องพิจารณาชุดสายและกำลังไฟเพิ่มเติมแต่ก็ใช้ตัวแปลงได้
- โหมด ECO ไม่ได้หยุดพัดลมตลอดเวลา เมื่อโหลดหรืออุณหภูมิเพิ่มขึ้น พัดลมจะกลับมาทำงาน ความเงียบจึงขึ้นกับสภาวะใช้งานด้วย
Super Flower LEADEX III Gold ATX 3.1 1000W เหมาะกับใคร
ถ้าเราดูผลทดสอบมาตรฐานจาก Cybenetics และการทดลองใช้งานของเราเอง ก็พอจะบอกได้ว่า PSU รุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่มีแผนจะอัปเกรดเครื่องในระยะยาวครับ เพราะด้วยพลังระดับ 1000W นี้ มันสามารถตอบโจทย์การทำงานของฮาร์ดแวร์ระดับไฮเอนต์ได้แบบไม่มีข้องกังขาใด ๆ ทั้งสิ้น การควบคุมแรงดันไฟฟ้าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอดเยี่ยม ในขนาดที่กะทัดรัด (แบบ ATX) รวมถึงสายที่ถอดและใส่ได้ตามความจำเป็น และสายเองก็เป็นแบบริบบอน ที่สามารถจัดเก็บได้ง่าย ช่วยให้วางแผนติดตั้งได้ง่ายขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ทั้งกำลังไฟฟ้าที่มากพอที่จะใช้งานยาว ๆ และความสะดวกสบายในการติดตั้งเลยครับ
ตัวแทนจำหน่าย: www.ascenti.co.th

