Samsung 9100 PRO NVMe M.2 SSD 8TB Cover
|

รีวิว Samsung 9100 PRO NVMe M.2 SSD 8TB รับจบทุกงาน ทั้งความเร็วและความจุ ทำงานต่อเนื่องไม่สะดุดแม้โหลดหนัก

ถ้าพูดถึง Samsung 9100 Pro ที่เป็น NVMe M.2 PCIe 5.0 เราเคยทดสอบรุ่นที่มีความจุ 1TB มาก่อนแล้ว และประทับใจกับความเร็วในการทำงานอย่างมาก ตอนนั้นก็ลุ้นว่าทาง Samsung น่าจะนำรุ่นความจุสูงระดับ 4TB หรือ 8TB เข้ามาขายในไทยด้วยก็น่าจะดี และในตอนนี้ครับ Samsung 9100 PRO NVMe M.2 SSD 8TB ก็ได้เข้ามาจำหน่ายในบ้านเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

IMG 0558
Samsung 9100 PRO NVMe M.2 SSD 8TB 01
Samsung 9100 PRO NVMe M.2 SSD 8TB 02

สิ่งที่หลายคนอาจจะสงสัยก็คือทำไม Samsung 9100 PRO NVMe M.2 SSD 8TB PCIe 5.0 x4 ที่มีความเร็วในระดับ 14,000 MB/s นี้ถึงไม่มีฮีตซิงค์มาด้วยเลย คำตอบก็คือผู้ใช้ระดับมืออาชีพส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบฮีตซิงค์ที่มากับตัว SSD ครับ ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่เป็นเพราะ SSD ที่มีความจุระดับ 8TB นี้บางครั้งก็ไม่ได้ถูกนำไปติดตั้งบนเมนบอร์ดที่มีพื้นที่ค่อนข้างจะโล่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่บางครั้งก็ถูกนำไปใช้ใน NAS หรือนำไปใส่กับ Enclosure หรือติดตั้งบนการ์ดที่ทำให้ติดตั้ง SSD ได้หลายตัวพร้อมกัน ไม่เหมือน SSD ความจุระดับ 1TB หรือ 2TB ที่มักจะถูกนำไปใช้งานบนเมนบอร์ดแบบตรงไปตรงมามากกว่า

ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมเองก็ชอบ SSD ที่ไม่มีฮีตซิงค์ติดมาด้วยมากกว่าเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นความจุมากหรือน้อยก็ตาม เพราะมันสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายกว่า

Samsung 9100 PRO NVMe M.2 SSD 8TB แรงตรงปก

เผื่อใครรออ่านผลการทดสอบทั้งหมดไม่ไหว ลองดูผลการทดสอบบางส่วนจาก CrystalDiskMark ก่อนเลยครับ และจากการทดสอบบอกได้เลยครับว่า Samsung 9100 PRO NVMe M.2 SSD 8TB นั้นไม่ได้มีดีแค่เรื่องของความเร็วตรงกับตัวเลขบนหน้ากล่องเท่านั้น แต่ SSD รุ่นนี้มีเทคโนโลยีระดับท็อปอยู่ในตัวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นตัวชิป NAND Flash ที่ใช้จัดเก็บข้อมูล หรือชิปคอนโทรลเลอร์ที่ใช้ควบคุมการทำงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะแสดงให้เราได้เห็นตอนที่เราทดสอบกับไฟล์ขนาดใหญ่ครับ

หัวข้อทดสอบ (SEQ1M Q8T1)16 MiB1 GiB8 GiB64 GiB
Read (MB/s)14,225.9914,218.3214,260.9914,260.34
Write (MB/s)13,155.7413,120.9013,125.5113,126.33
Mix (MB/s)13,518.1413,656.5913,271.8712,065.08

ขนาดชุดข้อมูลRandom Read (IOPS)Random Write (IOPS)Mix 70/30 (IOPS)
16 MiB177,674.32144,669.68171,172.61
1 GiB174,034.42144,251.71171,241.70
8 GiB173,938.96144,514.16171,319.09
64 GiB173,586.18144,584.47171,800.29

นี่คือความแรงที่ตรงปกทั้งอ่านและเขียน ซึ่งถือว่าเป็นความเร็วที่สูงมาก ๆ และก่อนจะไปดูผลการทดสอบฉบับเต็มเราไปดูคุณสมบัติทางเทคนิคกันสักหน่อยก่อนครับ

คุณสมบัติทางด้านเทคนิค

หัวข้อรายละเอียด
รุ่นSamsung 9100 PRO NVMe M.2 SSD 8TB ​
การใช้งานClient PC, Game Console
ความจุ8,000GB (8TB, 1GB = 1 billion bytes, ความจุใช้งานจริงน้อยกว่า) ​
ฟอร์มแฟกเตอร์M.2 (2280) ​
อินเทอร์เฟซPCIe 5.0 x4, NVMe 2.0 ​
หน่วยความจำแฟลชSamsung V-NAND TLC ​
คอนโทรลเลอร์Samsung Presto (S4LY027)
แรมแคชSamsung 8GB Low Power DDR4X
ขนาด (กว้าง x สูง x หนา)สูงสุด 80.15 x 22.15 x 3.88 มม. ​
น้ำหนักสูงสุด 9.5 กรัม ​
รองรับ TRIMSupported ​
S.M.A.R.T.Supported ​
Garbage CollectionAuto Garbage Collection Algorithm ​
การเข้ารหัสข้อมูลAES 256-bit (Class 0), TCG/Opal, IEEE1667 (Encrypted drive) ​
Device Sleepรองรับโหมด Device Sleep ​
ความเร็วอ่านตามลำดับสูงสุด 14,800 MB/s
ความเร็วเขียนตามลำดับสูงสุด 13,400 MB/s
ความเร็วอ่านแบบสุ่มสูงสุด 2,200,000 IOPS
ความเร็วเขียนแบบสุ่มสูงสุด 2,600,000 IOPS
กำลังไฟเฉลี่ย (ระดับระบบ)อ่านเฉลี่ย 10.5 W / เขียนเฉลี่ย 8.8 W
กำลังไฟขณะ Idleประมาณ 9.3 mW
กำลังไฟขณะ Device Sleepประมาณ 8.6 mW
แรงดันไฟเลี้ยง3.3V ± 5% ​
ความทนทาน (MTBF)1.5 ล้านชั่วโมง ​
อุณหภูมิพื้นที่ทำงาน0 – 70 °C ​
ทนแรงสั่นสะเทือน (Shock)1,500 G, 0.5 ms (Half sine) ​
ซอฟต์แวร์จัดการSamsung Magician Software ​
การรับประกันรับประกันแบบจำกัด 5 ปี หรือ 4,800 TBW (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ​

Presto (S4LY027) คอนโทรเลอร์ตัวแรง

ชิปคอนโทรลเลอร์ หรือชิปควบคุมการอ่านเขียนข้อมูลของ SSD รุ่นนี้ ก็เป็นผลงานจากทาง Samsung เองครับ Presto (S4LY027) เป็นขุมพลังที่ Samsung พัฒนาขึ้นมาเพื่อทำลายขีดจำกัดเดิม ๆ ของการอ่านเขียนข้อมูล และก้าวเข้าสู่ยุค PCIe 5.0 อย่างเต็มตัว ที่นอกจากการอ่านเขียนทำได้รวดเร็วแล้วยังมีค่าความหน่วงที่ค่อนข้างต่ำมาก ๆ ซึ่งเราสามารถเห็นได้จากตอนที่ทดสอบ รวมไปถึงเรื่องของการจัดการข้อมูลที่ผสานกับแคชขนาด 8GB ได้เป็นอย่างดี และเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลชิปรุ่นนี้ก็มีชุดประมวลผลการเข้ารหัสในตัว รองรับ AES 256-bit Full Disk Encryption, TCG/Opal V2.0 และ Encrypted Drive (IEEE1667) มาพร้อมเลยในตัว

ตรวจสอบคุณสมบัติด้วยโปรแกรม AIDA64

หลังจากดูคุณสมบัติทางด้านเทคนิคที่สรุปจากข้อมูลอย่างเป็นทางการของ Samsung แล้ว ตอนนี้เราก็มาดูว่าข้อมูลที่บรรจุอยู่ในเฟิร์มแวร์ที่จะเป็นตัวที่ระบุขีดจำกัดของการทำงานของตัว SSD จะเป็นอย่างไรบ้าง

Samsung 9100 PRO NVMe M.2 SSD 8TB, AIDA64
ข้อมูลทั่วไป ที่ตรวจสอบด้วยโปรแกรม AIDA64 ส่วนนี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจที่มีบัฟเฟอร์ หรือแคชขนาดใหญ่ถึง 8GB ซึ่งเป็นชิป LPDDR4X ที่ให้ประสิทธิภาพสูง แต่ประหยัดพลังงานและให้ความร้อนต่ำ นอกจากนี้ยังแสดงถึงชิป V-NAND ที่ใช้ก็จะเป็นแบบ 3D TLC แบบ 236-layer และหัวใจสำคัญอีกส่วนก็คือชิปควบคุมการทำงานจาก Samsung เองเช่นกัน รุ่น Presto S4LY027
Samsung 9100 PRO NVMe M.2 SSD 8TB, AIDA64
คุณสมบัติการทำงานเพิ่มเติมของ SSD ที่รายงานด้วย AIDA64 สิ่งที่น่าสนใจของรายงานนี้ก็คือ อุณหภูมิการทำงานสูงสุดของ SSD จะอยู่ที่ 86°C แต่จุดวิกฤติจะอยูที่ 88°C ส่วนอุณหภูมิที่แนะนำจริง ๆ ก็จะอยู่ที่ไม่เกิน 70 องศาเซลเซียสในกรณีที่มีการบันทึกข้อมูลลง SSD อย่างต่อเนื่อง แต่ในการใช้งานจริงอาจจะมีพุ่งสูงเกินระดับ 70 องศาเซลเซียสบางเป็นบางจังหวะ อันนี้ถือว่าเป็นปกติทั่วไปครับ

ตรวจสอบข้อมูลด้วย CrystalDiskInfo

ข้อมูลที่ตรวจสอบด้วย CrystalDiskInfo จะเห็นถึงรายละเอียดเรื่องอินเทอร์เฟซต่าง ๆ อย่างชัดเจนครับ เช่น Transfer Mode ก็จะเป็นได้ว่าเราติดตั้งแล้วตัว SSD ก็จะทำงานที่ความเร็วของ PCIe 5.0 x4 แบบระบบรองรับการทำงานของ NMVe 2.0 ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุด สำหรับใครที่ติดตั้ง SSD อยู่ในเครื่องแล้วสงสัยว่า SSD ของเราติดตั้งอย่างถูกต้องและทำงานเร็วอย่างเต็มประสิทธิภาพไหม ก็สามารถใช้ CrystalDiskInfo ตรวจสอบดูได้ครับ โดยเฉพาะช่อง Transfer Mode ถ้าแสดงสองค่าตรงกันก็ทำงานเต็มที่ครับแต่ถ้าแสดงไม่ตรงกันเช่น PCIe 5.0 x4 | PCIe 4.0 x4 แบบนี้แสดงว่าอาจจะติดตั้งผิดช่อง หรือไม่ก็ซีพียูกับเมนบอร์ดไม่รองรับ โดยเฉพาะผู้ใช้ทางฝั่ง AMD AM5 ต้องดูทั้ง ซีพียูและเมนบอร์ดให้ดีด้วยครับ

DiskInfo SS 9100Pro 8TB

ทดสอบประสิทธิภาพ Samsung 9100 PRO NVMe M.2 SSD 8TB

สเปคเครื่องที่ใช้ในการทดสอบยังคงเป็นซีพียู Intel Core i5-14600KF เมนบอร์ด ASRock Z790 Riptide WiFi และ RAM G.Skill F5-6000 16GB x 2 กราฟิกการ์ด Radeon RX 6500 XT ใช้เป็นหลักในการทดสอบ แต่ในช่วงการทดสอบด้วย 3DMark DirectStorage ได้นำ RTX 4080 และ RX 9070 XT มาทดสอบเพิ่มเติมครับ

Samsung 9100 PRO NVMe M.2 SSD 8TB, Test Setup
ติดตั้งบนเมนบอร์ด ASRock Z790 Riptide WiFi ซึ่งเป็นคอนเน็คเตอร์ M.2 NVMe PCIe 5.0 x4 ที่ต่อตรงเข้ากับซีพียู ทำงานด้วยความเร็วสูงสุด

ทดสอบด้วย CrystalDiskMark

การทดสอบด้วย CrystalDiskMark รอบนี้ผมปรับมาใช้ขนาดข้อมูลแค่ 4 ระดับเท่านั้น เริ่มจากข้อมูลขนาดเล็กที่ 16MB, 1GB, 8GB และ 64GB เพื่อแสดงให้เห็นว่าเมื่อมีการเปลี่ยนขนาดการทดสอบจะมีผลที่แตกต่างอย่างชัดเจนขนาดไหน

ทดสอบด้วย CrystalDiskMark, Samsung 9100 Pro 8TB

การทดสอบ CrystalDiskMark ด้วยขนาดชุดข้อมูลที่แตกต่างกันตั้งแต่ 16MB ไปจนถึง 64GB ในโหมด Peak Performance บน Samsung 9100 PRO 8TB แสดงถึงความสามารถของคอนโทรลเลอร์ Samsung Presto และความเสถียรของระบบแคชที่ดีมากครับ โดยเฉพาะเมื่อเพิ่มขนาดการทดสอบไปที่ 64GB เป็นการทดสอบที่โหดที่สุด เพราะขนาดไฟล์ใหญ่เกินกว่าแคชขนาด 8GB จะเก็บได้หมด บังคับให้ SSD ต้องทำงานร่วมกับชิป NAND Flash จริง ๆ ซึ่งจะทำให้ชิปคอนโทรลเลอร์ และชิป NAND มีความร้อนเพิ่มขึ้นไปพร้อม ๆ กัน

ในการทดสอบข้อมูลขนาด 64GB อย่างต่อเนื่องทดสอบ 5 รอบ ความเร็ว Sequential Write ยังคงนิ่งอยู่ที่ 13,126 MB/s ไม่ดิ่งลงเหมือน SSD ทั่วไป อย่างไรก็ตาม ค่า Mix Performance ลดลงมาเหลือ 12,065 MB/s ซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะเกิดภาระงานที่ต้องทำทั้งอ่านและเขียนสลับกันอย่างหนักหน่วงในพื้นที่ขนาดใหญ่

ค่า IOPS (Input/Output Operations Per Second) จากการทดสอบ RND4K Q32T1 ในโหมด Peak Performance เป็นตัวบ่งบอกความสามารถของ Samsung 9100 PRO 8TB ในการจัดการชุดคำสั่งขนาดเล็ก (4KB) ปริมาณมากพร้อมกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า SSD รุ่นนี้มีความเร็วในการใช้งานจริง เหมาะทั้งเป็น SSD ที่ใช้ติดตั้ง OS และติดตั้งโปรแกรมที่เปิดใช้งานพร้อมกันหลายตัว หรือการทำงานกับฐานข้อมูลได้สบาย ๆ ครับ

ทดสอบด้วย AS SSD Benchmark

ทีแรกผมก็คิดว่าอาจจะต้องถอด AS SSD Benchmark ออกจากการทดสอบครั้งนี้หรือไม่ เพราะว่าไฟล์ใหญ่สุดที่ AS SSD Benchmark ทำได้นั้นคือ 10GB ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าแคชของ Samsung 9100 Pro 8TB อยู่เพียง 2GB เท่านั้น แต่พอคิดในประเด็นที่ว่าไฟล์ส่วนใหญ่ก็มีขนาดไม่เกิน 10GB อยู่แล้ว และข้อมูลที่ AS SSD เลือกใช้นั้นเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถบีบอัดได้ ซึ่งมันก็จะทำให้เรามองเห็นการอ่านและเขียนของ SSD รุ่นนี้ได้ชัดเจนเช่นกัน

ทดสอบด้วย AS SSD Benchmark, Samsung 9100 Pro 8TB

จากผลการทดสอบก็จะเห็นนะครับว่า แม้ Samsung 9100 Pro 8TB จะมีแคชขนาดใหญ่ถึง 8GB และใช้อินเทอร์เฟซ PCIe 5.0 แล้วก็ตาม แต่ AS SSD ก็ยังแสดงความโหดด้วยการกดความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลอยู่ในระดับ 10,000 MB/s เท่านั้น แถมยังกดความเร็วในการอ่านและเขียนไฟล์ขนาดเล็ก 4KB ให้อยู่ในระดับอ่าน/เขียนที่ 90MB/s และ 280MB/s ตามลำดับเท่านั้นเอง

แต่ก็ยังดีที่ SSD รุ่นนี้ยังแสดงความรวดเร็วของ Access Time ที่โดดเด่นออกมาได้ โดยมีอัตราการอ่านที่ 0.014ms เท่ากันทุกขนาดไฟล์ของการทดสอบ แต่การเขียนจะมี Access Time ที่เปลี่ยนแปลงไปบ้างตามขนาดไฟล์จาก 0.014ms (1GB) – 0.133ms (10GB) แต่โดยรวมก็ยังถือว่าเร็วมากอยู่ดี และในภาพรวมก็ถือว่าเป็นการทำงานอย่างมีเสถียรภาพตลอดการทดสอบ เรียกได้ว่ายังคงรักษาความโหดในการทดสอบได้เป็นอย่างดี

ทดสอบด้วย Anvil’s SSD Benchmark

การทดสอบด้วย Anvil’s Storage Utilities ผมก็ลดจำนวนการทดสอบเหลือเพียงชุดข้อมูล 1GB กับ 32GB เท่านั้น เพื่อให้มองเห็นภาพความแตกต่างของการทดสอบด้วยข้อมูลที่มีขนาดแตกต่างกันถึง 32 เท่า

ชุดข้อมูล 1GB ทำได้ 36,793.50 คะแนน ส่วนชุดข้อมูล 32GB ทำได้ 35,579.69 คะแนน จะเห็นได้ว่าเมื่อข้อมูลเพิ่มขึ้นคะแนนรวมตกลงเพียงประมาณ 3.3% เท่านั้น การที่คะแนนรักษาระดับได้นิ่งขนาดนี้แม้จะเพิ่มภาระงานถึง 32 เท่า ยืนยันว่า SSD ตัวนี้มีประสิทธิภาพความต่อเนื่องในการทำงานที่สูงมาก ไม่ได้แรงแค่ช่วงสั้น ๆ ครับ

ประสิทธิภาพการอ่านข้อมูลต่อเนื่อง ลองดูค่าของ Sequential 4MB ชุด 32GB ทำได้ดีกว่าที่ 10,485.76 MB/s (เทียบกับ 10,088.67 MB/s ในชุด 1GB) ค่าของ 4K QD16 รักษาความเร็วได้นิ่งสนิทที่ประมาณ 1,290 MB/s หรือกว่า 330,000 IOPS ในทั้งสองขนาดไฟล์ทั้ง 1GB และ 32GB

ผลออกมาแบบนี้แสดงว่า คอนโทรลเลอร์ Presto จัดการการอ่านข้อมูลขนาดใหญ่ได้แม่นยำขึ้นเมื่อมีชุดข้อมูลที่ต่อเนื่อง และการที่ค่าการอ่านสุ่ม (Random Read) ไม่ตกเลย เป็นผลมาจากแคช 8GB ที่ช่วยจัดการข้อมูล (L2P Table) ได้อย่างสมบูรณ์ครับ

ประสิทธิภาพการเขียน คะแนนการเขียนรวม ลดลงจาก 20,381.53 (1GB) เหลือ 18,857.60 (32GB) และที่ 4K QD4 Write เห็นการดรอปที่ชัดเจนที่สุดจาก 875.28 MB/s เหลือ 674.66 MB/s

การเขียนไฟล์ขนาด 32GB เริ่มส่งผลต่อการจัดการคิวงาน (Queue Depth) และการจัดเรียงข้อมูลลง NAND Flash อย่างไรก็ตาม ความเร็วที่เหลือกว่า 670 MB/s สำหรับการเขียนสุ่มไฟล์ 4KB นั้นยังคงเร็วกว่า SSD ทั่วไปหลายเท่าตัวครับ

  • ความหน่วงในการตอบสนอง (Response Time)
    • 4K Read Response: 0.0409 – 0.0413 ms
    • 4K Write Response: 0.0135 – 0.0137 ms

ผมบอกได้เลยว่านี่คือจุดเด่นที่ทำให้ Samsung รุ่นนี้เหนือกว่า SSD หลาย ๆ รุ่นที่ผมได้ทดสอบมา ความหน่วงที่แทบไม่ขยับเลยแม้จะเปลี่ยนขนาดไฟล์ทดสอบ ซึ่ง SSD ตัวนี้จะให้ความรู้สึกที่ลื่นไหลเท่าเดิมเสมอ ไม่ว่าคุณจะทำงานกับไฟล์เล็ก ๆ หรือโปรเจกต์วิดีโอโปรเจ็คใหญ่ที่มีไฟล์ระดับสิบ GB หลายไฟล์ทำงานร่วมกัน

ทดสอบด้วย ATTO Disk Benchmark

ATTO Disk Benchmark นี้เป็นหนึ่งในโปรแกรมยอดนิยมที่ผู้ผลิต SSD ใช้ทดสอบประสิทธิภาพเพื่อเป็นค่าอ้างอิงเรื่องของประสิทธิภาพในการทำงานอยู่บ่อย ๆ เพราะทาง ATTO เองก็เป็นผู้อยู่ในธุรกิจของโซลูชันจัดเก็บข้อมูลระดับองค์กรที่มีขนาดใหญ่และทำธุรกิจด้านนี้มาอย่างยาวนานครับ

สำหรับผลทดสอบจาก ATTO Disk Benchmark ของ Samsung 9100 PRO 8TB ผ่านชุดข้อมูลขนาด 1GB และ 32GB เป็นการตอกย้ำให้เห็นความนิ่งและความเสถียร ที่เป็นจุดแข็งที่สุดของ SSD รุ่นนี้ครับ โดยเฉพาะเมื่อทำงานร่วมกับคอนโทรลเลอร์ Samsung Presto และอินเทอร์เฟซ PCIe 5.0

ช่วงไฟล์เล็ก 512B – 4KB ความเร็วเริ่มต้นที่ประมาณ 66-69 MB/s และไต่ระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว แสดงถึงการจัดการชุดคำสั่งขนาดเล็กที่ทำได้ดีตามมาตรฐาน SSD ระดับไฮเอนต์ จุดเริ่มพีคคือเมื่อทดสอบที่ 256KB เป็นต้นไป SSD เริ่มแสดงพลังที่แท้จริงตั้งแต่ช่วง 256KB โดยทำความเร็วการอ่านพุ่งทะลุ 11 GB/s และการเขียนทะลุ 12 GB/s

  • ความเร็วสูงสุด (Peak Bandwidth):
    • Read: ทำได้สูงสุดประมาณ 13.24 – 13.28 GB/s
    • Write: ทำได้สูงสุดประมาณ 12.22 – 12.25 GB/s

และถ้าลองดูรูปผลการทดสอบในส่วนของกราฟ ทั้งการทดสอบที่ข้อมูลขนาด 1GB และ 32GB กราฟผลทดสอบของทั้งสองขนาดไฟล์แทบจะเหมือนก็อปปี้กันมาเลยครับ ไม่มีอาการความเร็วตกแม้จะเพิ่มขนาดไฟล์ทดสอบเป็น 32GB ซึ่งใหญ่กว่าค่าทดสอบแรกถึง 32 เท่า แต่ความเร็วกลับไม่ตกลงเลยแม้แต่น้อย ผลการทดสอบนี้ก็จะคล้าย ๆ กับ AS SSD Benchmark และ Anvil’s SSD Benchmark

ผลการทดสอบนี้ยืนยันว่าคอนโทรลเลอร์ Presto และระบบระบายความร้อนทำงานได้ยอดเยี่ยมมาก ไม่เกิดอาการ Thermal Throttling และแคช 8GB สามารถจัดการ Metadata ของไฟล์ขนาดใหญ่ได้สบายมาก ดังนั้นเวลาเรานำไปใช้กับงานประเภทการตัดต่อวิดีโอก็สบายเลยครับ

จากกราฟในรูปทดสอบ ATTO จะสังเกตได้ว่า ความเร็วการเขียน (สีแดง) จะขึ้นไปแตะระดับสูงสุดได้เร็วกว่าการอ่านเล็กน้อยในบางช่วงไฟล์ อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ช่วงข้อมูลขนาดใหญ่ 1MB – 64MB ความเร็วการอ่าน (สีเทา) จะแซงหน้าและรักษาเพดานบินไว้ได้สูงกว่าที่ประมาณ 13.2 GB/s อย่างคงเส้นคงวา

ทดสอบด้วย AJA System Disk Test

AJA System Disk Test เป็นผู้จำหน่ายโซลูชันอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอีกหนึ่งรายที่มีบทบาทในอุตสาหกรรมภาพยนต์ครับ ดังนั้นซอฟต์แวร์การทดสอบของ AJA จึงมุ่งไปที่ไฟล์วิดีโอประเภทต่าง ๆ เป็นหลัก สำหรับการทดสอบครั้งนี้ผมใช้ตัวเลือกไฟล์วิดีโอความละเอียด 8K แบบ ProRes 4444 (XQ) ซึ่งเป็นหนึ่งใน Codec ที่กินทรัพยากรและการรับส่งข้อมูลสูงที่สุด โดยใช้ไฟล์ขนาด 4GB, 16GB และ 64GB เพื่อดูความเสถียรในการอ่านและเขียนไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงนี้

ผลการทดสอบโดยรวมถือว่าดีมาก ๆ ครับ ความเร็วการเขียนข้อมูลโดยรวมทำได้ถึง 11,000 MB/s และ การอ่านก็ทำ 11,000 MB/s เช่นกันแม้ว่าจะมีการเพิ่มขนาดของข้อมูลให้มีขนาดใหญ่ขึ้นแล้วก็ตาม และถ้าลองไปดูในกราฟ Disk Writes (Captures) ของทั้งสามการทดสอบจะเห็นว่าเมื่อผมเพิ่มขนาดไฟล์ให้มีขนาดใหญ่กว่าแคชที่มีอยู่ 8GB ความเร็วการเขียนหรือบันทึกข้อมูลก็อาจจะมีดรอปเป็นช่วง ๆ ตรงนี้ก็ถือเป็นปกติครับ เพราะมีการจัดการกับข้อมูลขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง

ตัวเลขการทดสอบระดับ 11,000+ MB/s บน AJA ผมว่ามันก็เหมาะอย่างมากสำหรับนำ SSD รุ่นนี้ไปใช้งานด้านการตัดต่อวิดีโอกับโปรเจ็คขนาดใหญ่ เพราะมีทั้งความเร็วที่สูงและความจุที่สูงระดับ 8TB และโดยปกติโปรแกรมนี้จะวัดความเร็วได้ต่ำกว่า Benchmark ทั่วไปเล็กน้อยเนื่องจากการจำลองโครงสร้างไฟล์วิดีโอจริง ซึ่งความเร็วขนาดนี้หมายความว่าคุณสามารถ Playback ไฟล์ 8K ProRes 4444 (XQ) หลายๆ เลเยอร์บนโปรแกรมตัดต่อวิดีโอพร้อมกันได้โดยไม่มีการกระตุก

ทดสอบด้วย 3DMark: Storage Benchmark / DirectStorage

โปรแกรม 3DMark ไม่ได้มีไว้ทดสอบการ์ดจอเพียงอย่างเดียวนะครับ ยังสามารถทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของ SSD และ HDD ได้ด้วยเช่นกัน โดยจะมีการทดสอบอยู่สองรูปแบบอย่างแรกคือ Storage Benchmark เป็นการทดสอบประสิทธิภาพการอ่านและบันทึกข้อมูลเกมทั่วไป และอย่างที่สองคือ DirectStorage ซึ่งเป็นคุณสมบัติของกราฟิกและ DirectX รุ่นใหม่ ที่สามารถทำให้การ์ดจอเข้าถึงข้อมูลจาก SSD ได้โดยตรงไม่ต้องผ่านการทำงานของซีพียูและแรมของระบบ

การทดสอบ Storage Benchmark จาก 3DMark น่าสนใจมากครับ และ SSD รุ่นนี้ก็แรงมากจริง ๆ โดยสามารถโหลดเกมหรืออ่านข้อมูลเกม อย่าง Battlefield V และ Call of Duty Black OPS 4 ได้ด้วยความเร็วในระดับ 1524MB/s และ 1322MB/s ตามลำดับ ก็แสดงให้เห็นว่าเกมที่มีไฟล์ขนาดใหญ่ก็สามารถโหลดได้อย่างรวดเร็วมาก ๆ ส่วนเกมและการทำงานอื่น ๆ ก็ถือว่าเร็วมากเช่นกันครับ

อีกการทดสอบที่ 3DMark สามารถทำได้ก็คือการทดสอบความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลจาก SSD มายัง VRAM ของ GPU โดยตรง จากการทดสอบก็จะเห็นได้ว่าถ้าใช้คุณสมบัติ DirectStorage ก็จะทำให้ความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลสูงขึ้นประมาณสามเท่าเลยทีเดียว อย่างใน RTX 4080 จากความเร็ว 7.85GB/s เพิ่มเป็น 23.55GB/s และใน RX 9070 XT จาก 8.14GB/s เพิ่มเป็น 24.42GB/s ซึ่งเร็วกว่าตอนที่ทดสอบกับ RTX 4080 ซึ่งความเร็วที่เพิ่มมานี้ก็มาจากอินเทอร์เฟซของการ์ดจอที่ใช้นั้นเป็น PCIe 5.0 x16 ครับ แต่ภาพรวมก็เร็วเหมือนกันทั้งคู่ครับ

และความเร็วของ SSD นี้ก็เหมาะมากกับสายเกมเมอร์ที่มักจะเล่นเกมภาพสวย ๆ เท็กซ์เจอร์ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเกมที่เป็นแนว Open World ที่มีฉากใหญ่ ๆ ก็มั่นใจได้เลยว่าโหลดฉากได้ไวเล่นได้อย่างลื่นไหลแบบไม่มีสะดุด

อุณหภูมิระหว่างการใช้งานและทดสอบ

เมื่อเป็น SSD ที่ใช้อินเทอร์เฟซแบบ PCIe 5.0 x4 ซึ่งเป็นความเร็วสูงสุดของแพลตฟอร์มในระดับเดสก์ท็อปหลายคนก็กังวลเรื่องของความร้อนในการใช้งาน ใช่ครับความร้อนเป็นเรื่องน่ากังวงสำหรับ SSD ความเร็วสูง แต่ในยุคนี้เรามีทางเลือกในการระบายความร้อนให้กับ SSD หลายหลายแบบมาก ส่วนในการทดสอบของเราก็เลือกใช้ฮีตซิงค์ที่มาพร้อมกับเมนบอร์ดครับ ที่มีขนาดใหญ่พอสมควรจาก ASRock Z790 Riptide ซึ่งก็สามารถรับมืออุณหภูมิการใช้งานของ SSD ในระหว่างการทดสอบได้เป็นอย่างดี (ทดสอบในห้องอุณหภูมิ 25 °C)

SSD, Heatsink, ASRock Z790
ฮีตซิงค์ที่มาพร้อมกับเมนบอร์ด ASRock Z790 ถือว่ามีขนาดใหญ่พอตัวรองรับการทำงานของ SSD PCIe 5.0 x4 ได้สบาย ๆ แต่ต้องจัด Air Flow ในเคสให้ดีอยู่สักหน่อยนะครับ ก็จะช่วยให้ระบายความร้อนได้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
SSD Heatsink ASRock Z790 install
HWiNFO, SSD Temp

เซนเซอร์ Drive Temperature (Sensor 1 & 3) นี่คืออุณหภูมิของชิป NAND Flash ครับ สถานะปัจจุบันคือ 48°C และทำงานสูงสุดที่ 59 °C ส่วน Drive Temperature 2 นี่คืออุณหภูมิของชิปคอนโทรเลอร์หรือชิปควบคุมการอ่านเขียนของ SSD ครับ ความร้อนอาจจะสูงก็เป็นเรื่องปกติครับเพราะมันก็ทำหน้าที่เหมือนซีพียูครับต้องประมวลผลข้อมูลตลอดเวลาแต่ว่าจะทำงานหนัก ๆ ต่อการบันทึกข้อมูลเท่านั้น

ส่วนจังหวะบันทึกหน้าจอตอนนี้เรากำลังทดสอบทั้งอ่านและเขียนในเวลาเดียวกันด้วย CrystalDiskMark ก็จะทำให้ชิปคอนโทลเลอร์มีอุณหภูมิสูงอยู่สักหน่อยและพีคไปถึง 78 °C ในช่วงสั้น ๆ แม้ชิปคอนโทรลเลอร์จะมีอุณหภูมิสูงแต่ว่าชิป NAND Flash นั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติครับ ไม่มีปัญหาเรื่องความเร็วตกตลอดการทดสอบ

สรุปหลังทดสอบและใช้งาน

Samsung ได้ตั้งเป้าหมายของ SSD รุ่นนี้ไว้สำหรับผู้ใช้งานในกลุ่มมืออาชีพอย่างไม่ต้องสงสัยทั้งความจุระดับ 8TB และความเร็วในการอ่านเขียนระดับ 14,000 MB/s จาก PCIe 5.0 x4 และเมื่อผมได้ทดสอบและลองใช้งานดู SSD รุ่นนี้ก็เป็นอย่างที่ Samsung ตั้งใจไว้ทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นความเร็วที่ทำได้ดีมากในทุกการทดสอบ และสิ่งที่ประทับใจมากก็คือ SSD รุ่นนี้ทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพแม้จะมีการอ่านเขียนอย่างต่อเนื่องความเร็วก็ไม่ตกเลยในทุกการทดสอบ

ทำให้ SSD รุ่นนี้เหมาะอย่างมากสำหรับผู้ใช้ในกลุ่มที่ต้องมีการอ่านเขียนไฟล์หนัก ๆ เช่น

  • สายคอนเทนต์ครีเอเตอร์: ที่ต้องทำงานร่วมกับไฟล์วิดีโอขนาดใหญ่ความละเอียดสูง จัดการฟุตเทจขนาดใหญ่หลายร้อย GB ได้ลื่นไหล ไม่ต้องรอ Render นาน
  • สาย Workstation & AI: ด้วยพลัง IOPS สูงถึง 2.6 ล้านชุดคำสั่ง รองรับงานหนักพร้อมกันได้สบาย
  • เกมเมอร์/สตรีมเมอร์: ด้วยความจุระดับ 8TB กับเกมใหม่ ๆ ที่ใช้พื้นที่ระดับหลักร้อย GB รวมไปถึงเกมเมอร์ที่เป็นสตรีมเมอร์ คุณสามารถใช้ SSD รุ่นนี้ทำได้ทั้งติดตั้งเกม และบันทึกการเล่นเกมไปด้วยได้ในเวลาเดียวกัน ด้วยความเร็วในการอ่านเขียนที่รวดเร็ว และเป็น SSD ที่มีความหน่วง (Latency) ที่ต่ำที่สุดในตลาด

ในภาพรวมของตัวผลิตภัณฑ์เองผมยอมรับเลยว่าหาเรื่องติ SSD รุ่นนี้ได้ยากมาก ซึ่งบางคนยังคงติดเรื่องที่ไม่มีฮีตซิงค์มาให้ในตัว แต่สำหรับผมแล้วไม่ใช่ประเด็นสำคัญอย่างที่ได้เล่าไปก่อนหน้าว่าการไม่มีฮีตซิงค์มาด้วยทำให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานที่ดีกว่า

แต่เรื่องที่น่าเสียดายจริง ๆ ก็คือ Samsung 9100 PRO NVMe M.2 SSD 8TB นี้ มาในจังหวะที่เป็นช่วงวิกฤติของวงการ RAM และ NAND Flash ที่ต้องไปแย่งกำลังการผลิตกับ AI ทำให้ราคาของ SSD รุ่นนี้พุ่งสูงไปมากกว่าที่ควรจะเป็นอย่างมาก ราคาล่าสุดที่หน้าเว็บไซต์ของ Samsung ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นบาท ก็ต้องบอกตามตรงว่าแพงเอาเรื่องสำหรับผู้ใช้ทั่วไป

อย่างไรก็ตามผมก็คิดว่าผู้ที่ใช้ SSD ความจุในระดับนี้ ก็คงจะสามารถตัดสินใจในการเลือกใช้ได้ไม่ยากนัก เพราะสายงานมืออาชีพนั้นก็สามารถจะกระจายต้นทุนเหล่านี้ออกไปให้กับงานต่าง ๆ ที่รับเข้ามาได้ง่ายกว่าผู้ใช้ทั่วไปอยู่แล้วละครับ